ใกล้จะถึงปีใหม่แล้ว ในปีที่ผ่านมานี้ก็มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยส่วนมากก็จะเป็นผลมาจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เราก็จะขอพูดถึงหลักการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ที่ผ่านมาในปีนี้ กล่าวคือหลักการบริหารที่ดีนั้น ควรเริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูล วางแผน เริ่มดำเนินการ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ การทบทวนดูว่าสิ่งที่ปฏิบัติลงไปนั้น ได้ผลมากน้อยแค่ไหนอย่างไรบ้าง เพราะถ้าหากไม่มีการทบทวนดูไม่มีการรีวิวต่าง ๆ ก็จะทำให้เราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เราทำลงไปนั้นดีหรือไม่ และสามารถทำให้ดีมากกว่านั้นได้อย่างไรหรือสามารถปรับปรุงเรื่องที่ไม่ดีให้กลับกลายเป็นดีได้อย่างไรด้วยเช่นกัน

ในปีที่ผ่านมานี้ เราได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตการทำงานหรือการเดินทางก็ตามที่ล้วนแล้วแต่มีการเปลี่ยนแปลงไปทั้งสิ้น ในช่วงปีที่ผ่านมานี้มีธุรกิจหลายอย่างที่เป็นที่ต้องการมากขึ้น เช่น ทางด้านการแพทย์ หรือทางด้านการขนส่งที่มีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากเชื้อโรคที่เราได้เผชิญกัน และมีอีกหลากหลายธุรกิจที่ต้องประสบความยากลำบากในการประกอบธุรกิจหรือแม้แต่จะทำให้องค์กรคงอยู่ต่อไป ซึ่งก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับ New Normal นี้โดยบางองค์กรก็เลือกที่จะประกอบธุรกิจอื่น หรือขยายกิจการให้ครอบคลุมด้านอื่น ๆ มากขึ้น เพื่อที่จะสร้างรายได้และผลกำไรออกมามากขึ้นหรือให้เท่าเดิมเป็นการชดเชยรายได้ที่สูญหายไปจากธุรกิจเดิม บางกิจการก็มีการปรับตัวที่ยอดเยี่ยมสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาลแม้จะอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองก็ตาม ซึ่งเป็นเพราะว่าองค์กรเหล่านี้มีความเข้าใจว่าลูกค้าของตัวเองต้องการอะไรและสามารถตอบโจทย์เหล่านั้นให้กับลูกค้าได้โดยที่ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่า ซึ่งคำว่าความคุ้มค่านี่เองเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายคนประทับใจและเป็นลูกค้าในระยะยาวในอนาคตเนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนัก และสามารถนำเงินที่ประหยัดได้นั้นไปเก็บเพื่อลงทุนในสิ่งที่สามารถสร้างผลกำไรหรือรายได้ให้กับพวกเขาได้มากขึ้นนั่นเอง

สำหรับแนวโน้มในปีต่อไปนั้นเราก็ยังคงต้องอยู่กับเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้แต่ความรุนแรงหรือผลกระทบต่อเศรษฐกิจนั้นก็จะเบาบางลงเพราะคนเริ่มปรับตัวกันได้และมีการฉีดวัคซีนที่มากเพียงพอ ทำให้คนไม่เกิดความหวาดกลัวต่อการติดเชื้อโรคนี้อีกต่อไป แต่ก็มีปัจจัยอีกหลายด้านที่จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในปีต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นผลพวงมาจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัวในระดับหนึ่งแต่ก็มีเรื่องของการเมือง สิ่งแวดล้อม และนโยบายทางการค้าระหว่างประเทศตามมา กล่าวคือในเรื่องของการเมืองนั้นก็จะมีความเห็นทางด้านการเมืองที่หลากหลายมากขึ้น และมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมากขึ้นทั่วโลก เนื่องจากเราอยู่ในโลกของข้อมูลที่มีความหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง แต่ความหลากหลายนั้นก็ไม่ได้ช่วยทำให้ความคิดของคนเปิดกว้างมากขึ้น แต่กลับเป็นการตอกย้ำความคิดของคนคนนั้นให้เพิ่มมากขึ้นเข้าไปเรื่อย ๆ จึงทำให้ความแตกต่างระหว่างแต่ละบุคคลหรือว่าแต่ละกลุ่มก้อนนั้นมีความแตกต่างมากเข้าไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่จะสามารถประสานคนกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ ให้เข้ากันได้ก็คือ ความเป็นมนุษย์ที่มีความเข้าอกเข้าใจกันนั่นเอง ประการต่อมาคือเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อนที่มีความรุนแรงมากขึ้นไปทุกวัน ดังนั้นแต่ละประเทศจึงต้องมีนโยบายในการจัดการกับสิ่งแวดล้อม เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน พูดภาษาอะไร หรือมีสีผิวแบบไหนก็เผชิญผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้เช่นเดียวกัน จึงเป็นที่มาของนโยบายการค้าที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไป อาจจะมีการจำกัดการค้าโดยให้เหตุผลทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่จริง ๆ แล้วก็อาจจะมีวาระซ่อนเร้นก็คือการปกป้องธุรกิจหรือเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ ไม่ให้ใครเข้ามาโจมตีได้ง่าย ๆ เพราะว่าหลังจากที่เชื้อโควิดเริ่มหายไปหรือเบาบางลงไปแล้ว แต่ละประเทศก็ยังต้องทุ่มเทอย่างหนักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศตัวเองให้เจริญกลับมาเป็นแบบเดิม

เราจึงต้องมีการวางแผนต่อไปในอนาคตในการรับมือกับปัจจัยที่จะมีการส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเราต่อไปเหล่านี้ โดยเราต้องมีการวางแผนเพื่อรองรับกับสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว โดยอาจจะออกแบบสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับการกลับมาของการจับจ่ายใช้สอยของบุคคลในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการศึกษาตลาดใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดจากความหลากหลายทางความคิดให้มากขึ้น ถือว่าเป็นโอกาสในอนาคตที่จะสร้างผลกำไร และต่อมาก็คือการตอบสนองต่อแนวคิดตลาดที่เปลี่ยนไป เพราะว่าต่อไปวิถีชีวิตของเราก็อาจจะไม่เหมือนเดิมเราอาจคาดหวังให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่มันก็อาจจะไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะว่าโลกได้มีการปรับเปลี่ยนไปแล้วและคนก็เริ่มปรับตัวและชินกับสภาพความเป็นอยู่ของตัวเองไปแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต

ซึ่งการที่จะปรับให้สอดคล้องกันได้นั้น เราจึงต้องมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ โดยเราอาจจะกำหนดกรอบในการทบทวนให้มีความถี่ขึ้น เราอาจจะดูผลประกอบการของธุรกิจเราว่าการกระทำหรือนโยบายหรือว่าการปฏิบัติขององค์กรเรานั้นได้ผลมากน้อยแค่ไหนและจัดการกับมันให้รวดเร็วมากกว่าเดิม ซึ่งการทำเช่นนี้จะเป็นการใช้พลังงานอย่างมาก แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อทำให้องค์กรอยู่รอดและเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต ซึ่งนี่ก็นับว่าเป็น New Normal ที่ทุกคนและทุกองค์กรต้องเผชิญเช่นเดียวกัน

หัวใจสำคัญของทุกองค์กรก็คือ การปรับตัวเพื่อให้องค์กรอยู่รอดและเจริญก้าวหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการทบทวนสิ่งที่ได้กระทำลงไปและนำผลตอบรับที่ได้มาปรับปรุงใช้ในอนาคตต่อไป ในปีต่อ ๆ ไปนั้น สภาพแวดล้อมก็จะมีการแข่งขันที่สูงมากขึ้น มีความรวดเร็วในการตัดสินใจที่มากขึ้น ดังนั้นเราทุกคนจึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่กำลังจะมาถึงในปีหน้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะโลกที่เราอาศัยอยู่นั้นกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาลอย่างแน่นอน

Happy new year 2021

www.advancedbizmagazine.com

Advertisement
Previous articleพลังบุญทิพยร่วมสร้างครั้งที่ 189 ณ วัดพระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย
Next articleOCEAN LIFE ไทยสมุทร จัดกิจกรรม GIFT of LOVE มอบรักส่งพลังใจเป็นของขวัญปีใหม่ให้น้อง ๆ บ้านราชาวดี