Cryptocurrency, The Ancient Future: Dealing with Speculation ในปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกนั้นเกิดภาวะฝืดเคืองอันเป็นผลมาจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก อีกทั้งยังมีการวิวัฒนาการในตัวเองทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นแม้ว่าจะมีการคิดค้นวิจัยและพัฒนาวัคซีนเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัสนี้ แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถขจัดเชื้อโรคนี้ให้หมดไปได้ จึงทำให้ประชาชนในประเทศต่าง ๆ ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตแบบ New Normal ให้เข้ากับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปการลงทุนต่าง ๆ เช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้มีนโยบายอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบของสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดผลหลายประการ ยกตัวอย่าง เช่น เกิดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกา Money Supply มีมากแต่มูลค่าของเงินดอลลาร์นั้นลดลง

เมื่อมีเงินจำนวนมากเข้ามาในระบบก็ทำให้มีการนำเงินเหล่านี้ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกาทำให้ราคาหุ้นของบริษัทต่าง ๆ มีการปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงระบาดของโควิดที่ผ่านมา เมื่อเงินมีค่าน้อยลงและตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูงมากขึ้น จึงเป็นที่สังเกตว่าควรจะจัดการอะไรบางอย่างกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้หรือไม่ เพราะว่าเงินสกุลดั้งเดิมนั้นถูกมองว่ามีความน่าเชื่อถือน้อยลงจากการควบคุมและแทรกแทรงของรัฐบาลแต่ละประเทศ คนบางกลุ่มจึงต้องการอิสระทางด้านการเงินที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งมีอำนาจในการควบคุมค่าเงินจนมากเกินไปนัก

นั่นจึงเป็นที่มาของการคิดค้นหาเงินสกุลดิจิตอลที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งทำให้มีการควบคุมที่น้อยลง ทำให้เกิดเป็นการแลกเปลี่ยนกันเองระหว่างผู้ใช้งาน ซึ่งเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังเงินสกุลดิจิตอลเหล่านี้นั่นก็คือเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เชื่อกันว่าสามารถสร้างความปลอดภัยในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้นซึ่งเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นับวันโลกของอินเตอร์เน็ตก็จะทำให้ชีวิตของมนุษย์มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นใหม่ ๆ อย่างเร็วขึ้น

นับได้ว่าเทคโนโลยีจากโลกของอินเทอร์เน็ตนี้เป็นการสร้างทรัพย์สินบางอย่างขึ้นมาในอากาศ เป็นสิ่งที่แปลกใหม่แทนที่ทรัพย์สินดั้งเดิมที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน ยกตัวอย่าง เช่น พระเครื่องหรืองานศิลปะต่าง ๆ ที่มีคนตีราคาให้ขึ้นอยู่กับความต้องการและความยินดีในการจ่ายเงินซื้อสินค้าเหล่านั้นตามแต่ละบุคคลซึ่งก็มีเจ้ามือรายใหญ่เป็นผู้กำหนดราคาของสินทรัพย์ต่าง ๆ เหล่านี้ แตกต่างกันตรงที่คริปโตเคอเรนซี่เหล่านี้มีความสากลมากกว่าและมีผู้เล่นมากกว่า แต่แนวคิดก็ใกล้เคียงกันเพียงแต่มีพื้นฐานจากเทคโนโลยีซึ่งอาจจะเป็นอะไรใหม่ ๆ ที่ควรให้ความสนใจมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นไปได้

การที่เหรียญต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกกำหนดราคาจากความต้องการในการซื้อและขายจากผู้เล่นเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีพื้นฐานในการวิเคราะห์อื่น ๆ เช่น หุ้นที่มีมูลค่าของกิจการเป็นพื้นฐาน ราคาของหุ้นจะสะท้อนออกมาจากพื้นฐานของกิจการ จากงบการเงิน หรืออาจจะมาจากข่าวว่าบริษัทต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอย่างไรบ้าง เช่น มีการลงทุนเพิ่มเติม มีการได้สัญญาจากลูกค้าใหม่ หรือว่ามีแนวโน้มที่จะทำให้กำไรลดลง ก็อาจส่งผลให้ราคาหุ้นนั้นปรับตัวตามข่าวหรือพื้นฐานต่าง ๆ เหล่านั้นได้ แต่สำหรับเหรียญต่าง ๆ ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มีปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ ทำให้เกิดความผันผวนได้สูง

บางครั้งคนคิดว่าเหรียญต่าง ๆ เหล่านี้สามารถทำกำไรให้ตัวเองได้มาก ก็จะมีแนวโน้มว่าจะเอาเงินของตัวเองมาซื้อเหรียญเหล่านี้ มากขึ้น ทำให้เกิดเป็น demand หรืออุปสงค์ที่ต้องการซื้อเหรียญ ทำให้ราคาของเหรียญนั้นเพิ่มขึ้น แต่พอราคาเพิ่มไปจนถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าขึ้นมามากกว่าเดิมพอสมควรแล้ว ก็ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าราคาเหรียญจะลงไปหรือเปล่า ก็อาจจะมีแรงเทขายออกมาบ้างเป็นระยะ แต่ก็มีคน คิดว่าราคาสามารถพุ่งสูงขึ้นไปอีก ซึ่งก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมารองรับ เท่าไหร่นัก และเมื่อนักลงทุนรายใหญ่ที่เห็นว่ามีคนมาซื้อเหรียญเหล่านี้จำนวนมาก ๆ และให้ราคาสูง ก็เทขายเหรียญเหล่านี้ออกมาก็ทำให้ราคาตกลงอย่างรวดเร็ว และคนก็คิดว่าเมื่อราคาที่ตกลงมาแล้วเป็นราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นและสามารถขึ้นไปได้เหมือนในอดีต เพราะคิดว่าราคาในอดีตสามารถนำมาใช้อ้างอิงกับปัจจุบันได้นั้นก็ทำให้มีการซื้อขายเป็นวัฏจักรแบบนี้เข้าไปอีก ทั้งนี้เป็นเพราะว่าไม่มีข้อมูลหรือปัจจัยใด ๆ ที่ช่วยในการตัดสินใจว่าราคาควรจะอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ ราคาของเหรียญเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่ผู้เล่นจะกำหนดกันเองทั้งนั้น

ดังนั้นสิ่งที่มีผลอย่างมากในการลงทุนหรือเก็งกำไรในเหรียญดิจิตอลเหล่านี้นั้นก็คือ เรื่องของจิตวิทยาและจังหวะในการเข้าออกตลาด จิตวิทยามวลชนเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการที่จะคาดเดาการเก็งกำไรเหล่านี้ว่าราคาจะเพิ่มมากขึ้นหรือลงไปมากน้อยเท่าไหร่ การเก็งกำไรเหรียญเหล่านี้นั้นไม่สามารถใช้หลักการเดียวกันกับหุ้นหรือทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีพื้นฐานอ้างอิงได้ แต่ควรมองเหรียญดิจิตอลเหล่านี้ว่าเป็นเครื่องมือในการช่วยบริหารความเสี่ยงของการลงทุนที่เรามีอยู่มากกว่า เพราะว่าเหรียญต่าง ๆ เหล่านี้เกิดจาก financial engineering ที่ใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญในการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินออกมาในการจัดการและบริหารความเสี่ยงทางด้านการเงินและสินทรัพย์ต่าง ๆ ดังนั้นวิธีการเล่นหรือวิธีการเก็งกำไรในตลาดเหรียญดิจิตอลเหล่านี้ จึงควรคำนึงถึงความเสี่ยงเป็นหลัก ถ้าหากว่าผู้ลงทุนหรือผู้เก็งกำไรได้กำไรจากการที่ราคาของเหรียญขยับพุ่งสูงขึ้นแล้วก็ไม่ควรละโมบโลภมาก เพราะว่าในทางกลับกัน ก็มีผู้ที่จ้องจะทำให้ราคาเหรียญเหล่านี้ตกลงอยู่เสมอ จึงถือว่าเป็นการคาดเดากันเองในหมู่คนที่คิดว่าราคาเหรียญจะขึ้นและเหรียญจะลงนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้จากธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ นั่นคือเรื่องของการแฮกข้อมูลต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ แม้ว่าเหรียญเหล่านี้จะมีความเป็นส่วนตัวในการทำธุรกรรม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ถูกโจรกรรมข้อมูลออกไปได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังไว้ เพราะว่ามีตัวอย่างให้เห็นมากมายว่าทรัพย์สินที่ได้มาและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเหรียญเหล่านี้สามารถหายไปในพริบตาจากการโจรกรรมข้อมูล ซึ่งก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะว่าเหรียญดิจิตอลเหล่านี้ถูกจัดเก็บเอาไว้บนพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต ซึ่งอะไรที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตนั้น ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะมีความปลอดภัยทางข้อมูลเสมอไป จึงเป็นสิ่งที่นักเก็งกำไรทั้งหลายควรระวังเอาไว้ เพราะนอกจากความผันผวนแล้ว ก็มีสิ่งนี้ที่สามารถทำให้เงินลงทุนของเรานั้นลดลงได้โดยที่ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย

ด้วยลักษณะของเหรียญเหล่านี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นเครื่องมือทางการเงินโดยที่มีความเป็นส่วนตัว ไม่สามารถมีใครที่จะตรวจสอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการใช้เหรียญเหล่านี้เป็นเครื่องมือฟอกเงินได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศจีนหรือสหรัฐอเมริกามีการควบคุมหรือแบนไม่ให้มีการลงทุนหรือเก็งกำไรในเหรียญพวกนี้ขึ้นได้ จึงนับว่าเหรียญดิจิตอลเหล่านี้ไม่ใช่การลงทุนในแบบที่โปร่งใสเสมอไป คนที่คิดจะลงทุนจึงควรคำนึงถึงเรื่องต่าง ๆ และปัจจัยแวดล้อมเงินดิจิตอลเหล่านี้ไว้ให้ดี เพราะใครก็สามารถออกเหรียญเหล่านี้ ออกมาก็ได้ เพื่อจุดประสงค์อะไรก็ได้ มีความเสี่ยงในด้านความผันผวนสูงมาก เพราะว่าไม่ได้มีพื้นฐานรองรับ ตราบใดที่เหรียญเหล่านี้ยังไม่ถือว่าเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนเหมือนค่าเงินปัจจุบันที่มีพื้นฐานจากการที่ประเทศต่าง ๆ มีระดับเศรษฐกิจที่ต่างกันที่พอจะบ่งบอกได้ว่าค่าเงินของแต่ละประเทศควรจะมีค่าเท่าไหร่

ก็นับว่าเหรียญเหล่านี้นั้นเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ค่อนข้างอันตรายและมีความเสี่ยงสูงมากในการเก็งกำไร แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งว่าเหรียญเหล่านี้ถือเป็นเครื่องพักเงินในขณะที่ตลาดหุ้นตกลง ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เช่นเดียวกันเพราะว่าด้วยลักษณะของทรัพย์สินประเภทนี้ ไม่ว่าจะเป็นทองหรือเหรียญดิจิตอลก็ล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์กับการขึ้นลงของเศรษฐกิจจึงถือว่าเป็น Alternative Investment แบบหนึ่ง ซึ่งผู้ลงทุนหรือผู้เก็งกำไรก็ควรมีการวางแผนอย่างรัดกุมว่าจะจัดการกับกำไรหรือผลขาดทุนใน portfolio ของตัวเองอย่างไรได้บ้าง จึงจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการเพื่อให้ได้กำไรสูงสุดบนความเสี่ยงที่เหมาะสมที่ตัวเองรับได้นั่นเอง

ในอนาคตนั้นก็อาจจะมีทรัพย์สินเหล่านี้เกิดขึ้นได้อีกบนพื้นฐานของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพราะว่าเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในอีก 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้าก็อาจจะได้เห็นทรัพย์สินที่เกิดจากวิศวกรรมทางการเงินเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้ตราบใดที่มนุษย์ยังมีการแลกเปลี่ยนกันอยู่ ซึ่งหากจะมองให้ลึกไปอีกขั้นหนึ่งนั้น ก็จะพบได้ว่าทรัพย์สินต่าง ๆ เหล่านี้ ก็มีลักษณะเหมือนกันทั้งนั้น เพียงแต่มีพื้นฐานที่แตกต่างกันไปในแต่ละยุคยกตัวอย่างเช่น พระเครื่องหรือวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นทรัพย์สินดั้งเดิมบนเทคโนโลยีเดิม ๆ แล้วมีการสร้างความต้องการ อุปสงค์อุปทานขึ้นมาในหมู่ผู้เก็งกำไร เช่นเดียวกับคริปโตเคอเรนซี่ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน โดยพื้นฐานแล้วก็เป็นสิ่งเดียวกัน ผู้เก็งกำไรหรือผู้บริหารการลงทุนจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจให้ดีว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คืออะไรมีไว้เพื่ออะไรและจะทำเงินจากมันได้อย่างไร ถ้าหากไม่เข้าใจแล้วก็จะเกิดการเชื่อโดยที่ไม่มีความรู้ในการประกอบการตัดสินใจได้ ซึ่งการที่ไม่มีความรู้ในการช่วยประกอบการตัดสินใจ ลงมือปฏิบัติโดยไม่มีหลักการนั้นก็ย่อมเกิดความเสียหายได้มหาศาล ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในการลงทุนหรือการเก็งกำไรก็คือการศึกษาหาความรู้ให้เข้าใจแจ่มแจ้งในสิ่งที่จะเอาเงินของเราไปลงทุน จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดและมีความเสี่ยงต่ำที่สุด

Advertisement
Previous articleไทยประกันชีวิตต่อยอดกิจกรรม “ไทยประกันชีวิต Life Fit 4 You 2021”
Next articleซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ คว้ารางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ