โดย Ariyaporn Nunthiphatprueksa Ph.D

หลังจากหายไปเที่ยวปารีสมาสองอาทิตย์…ตอนนี้กายหยาบน้องกลับมาแล้วจ่ะพี่จ๋า ส่วนกายละเอียดนั้น…ยังเดินเล่นอยู่ในดิสนีย์แลนด์อยู่เลย #ร้องไห้หนักมาก ตอนนี้ความขยันขันแข็งในการทำงานหายไปหมดแล้วจ้า จะเปิดคอมยังเหนื่อยหาปุ่มเปิด ฮือออ ใครไหวทำงานไปก่อนเลยจ้า ทางนี้ไม่รีบจีจี

แต่ไหนๆจิตใจเรายังคงแฮพพรี้อยู่ในดิสนีย์แลนด์ งั้นวันนี้เรามาพูดถึงดิสนีย์กันซะหน่อยดีกว่าเน๊อะ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีหลายคนที่เคยได้ยินชื่อ ดิสนีย์แลนด์ปารีส แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ไป เราลองมาดูกันว่ากว่าเค้าจะมีวันนี้… มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างทางบ้าง บ้าง บ้างงงงงงง

จริงๆต้องบอกก่อนว่าเดิมทีดิสนีย์แลนด์ปารีสไม่ได้ชื่อนี้…แต่เพราะมีหลวงพ่อไปทัก ว่าผลบวกชื่อไม่เป็นมงคล ไปเปลี่ยนซะ ทางผู้บริหารอย่าง วอลต์ ดิสนีย์ และ รอย ดิสนีย์ ก็เลยตัดสินใจตั้งชื่อ ตัดตัวอักษะอัปมงคล แล้วลองบวกเลขใหม่ สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนชื่อจาก Euro Disney เป็น Disneyland Paris เท่านั้นแหละ…. แก้ชงสำเร็จเลยจ๊ะ

นี่เชื่อเราป๊ะ 55555 เรื่องเปลี่ยนชื่ออะเรื่องจริง แต่สาเหตุไม่ใช่ 5555555 สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนชื่อก็เพราะการเปิดตัวของ Disneyland Paris ในปี2535 ถือได้ว่าเป็นหายนะ เป็นฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนสองพี่น้องไปตลอดกาล ซึ่งความพังพินาศเกิดขึ้นเพราะความไม่เข้าใจเรื่องวัฒนธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมของชาวยุโรป ที่มีความแตกต่างกับฝั่งอเมริกาซึ่งเป็นต้นกำเนิดของดิสนีย์ อย่างมีนัยยะสำคัญที่ระดับ0.001 (มุกเนิร์ดอะ แต่เราตัวเองไม่ได้จริงๆ 55555) ซึ่งมันก็มีความ

ซึ่งนอกจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ จะเป็นการเปิดตัวของดิสนีย์แลนด์ปารีสแล้ว…ก็ถือว่ามีการเปิดตัวคำศัพท์ใหม่ให้กับโลกได้เรียนรู้อีกด้วย เพราะหลังจากความพังใดๆที่เกิดขึ้น ก็มีคนคิดค้นคำศัพท์ขึ้นมาว่า Cultural Chernobyl  ซึ่งถ้าจะให้แปลตรงตัว ก็แปลว่า ภัยพิบัติเชอร์โนบิลทางวัฒนธรรม แต่จริงๆความหมายคือ เหตุการณ์ใดๆที่เกิดขึ้น ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อวัฒนธรรมของประเทศใดประเทศหนึ่ง ณ ตอนนั้นทั้งรัฐบาลและประชาชนชาวฝรั่งเศสซึ่งเป็นชาตินิยมจ๋ามากๆ รู้สึกถึงความไม่โอเคที่ดิสนีย์แลนด์จะมาใช้วัฒนธรรมมิคกี้เม้า100% แบบไม่เรียนรู้ ไม่ปรับ ไม่เปลี่ยนอะไรเลยแบบนี้ที่ประเทศของเค้า น่ากลัวมั๊ย 5555 ซึ่งถ้าเราลองเอาคำนี้ไปกูเกิ้ล จะเห็นคำอธิบายเป็นสิบๆอัน ซึ่งล้วนแต่อ้างถึงเหตุการณ์ของดิสนีย์แลนด์ปารีสทั้งนั้น

อ๊ะ ที่นี้หลายคนอาจจะเริ่มตั้งคำถามหรืออาจจะไม่เชื่อ ว่าบริษัทระดับโลกอย่างดิสนีย์เนี่ยนะจะพลาดอะไรบ้าบอขนาดนั้น…  ตามมาๆ เดี๋ยวจะบอกเป็นข้อๆให้นะคะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจ้างงานและการดูแลพนักงานในสวนสนุก ถึงแม้ว่าการเปิดตัวสวนสนุกจะช่วยให้คนท้องถิ่นมีงานมากขึ้น แต่เพียงหลังจากสามเดือน มีคนงานลาออกไปกว่าหนึ่งพันคน หรือ10%ของพนักงานทั้งหมด นี่คือturnoverที่สูงและเกิดขึ้นเร็วมากกกกก และในระหว่างที่ดิสนีย์มองว่าเค้ากำลังพยายามทำเทรนนิ่งให้พนักงานเพื่อเพิ่มความรู้หรือให้ข้อมูลใหม่ๆ…พนักงานกลับรู้สึกว่าพวกเค้ากำลังโดนล้างสมองด้วยวัฒนธรรมอเมริกา (หนึ่งในคนที่ลาออกให้สัมภาษณ์แล้วใช้คำว่า brainwash ไปเลยจ้า) หรือแม้กระทั่งการทำงานลากยาวมาช่วงพักกลางวัน ซึ่งคนฝรั่งเศสจริงจังกับเรื่องพักกลางวัน (หรือนอนกลางวัน) มากกกก และอีกหนึ่งเรื่องคือข้อบังคับเรื่องการแต่งตัว  เสื้อผ้า หน้า ผม อุปกรณ์ใดๆบนตัวพนักงาน ซึ่งสหภาพแรงงานฝรั่งเศสและคนทั่วไปตีความว่าเป็นการลิดรอนสิทธิส่วนบุคคลของพนักงาน ถึงกับขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ว่า “Should the French have to shave their beards or scrap their lacy tights for a Mickey Mouse job?” เอาสิ๊ 5555 ซึ่งการกระทำใดๆนี่ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ไม่ศึกษาวัฒนธรรมฝรั่งเศสให้ดีก่อน เรียกได้ว่าเป็นการดูแคลนประเทศชาตินิยมอย่างฝรั่งเศสมากๆ มากถึงขนาดมีม๊อบ มีการปิดขวางทางเข้าตั้งแต่วันเปิดตัวกันเลยทีเดียว เฮ้ออ เหนื่อยแทน 5555

อีกอย่างที่ดิสนีย์พลาดคือ…การขาดข้อมูลเชิงลึกว่าคนฝรั่งเศสเป็นยังไง คิดยังไง ทำอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ทีมก่อตั้งทั้งทีม ไม่มีคนฝรั่งเศสเลย แล้วที่แย่ไปกว่านั้นคือทางผู้บริหารของดิสนีย์  (To be exact ก็….Michael Eisner ไม่ได้ฟ้องนะ แต่ไหนๆก็ไหนๆละ 5555) เรียกร้องให้ใช้ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวในการประชุม โอโห้…. ตามนั้น พี่เค้าอาจจะไม่รู้ว่าคนฝรั่งเศสรักและเทินทูนภาษาบ้านเกิดเมืองนอนเค้าเบอร์ไหน ที่ช๊อคอีกอย่างคือการไม่ให้ขายไวน์ในสวนสนุก อ๊ะ พี่เค้าก็อาจจะไม่รู้อีกว่าคนฝรั่งเศสกินไวน์แทนน้ำเปล่า ให้เลือกอดข้าวหรือไวน์ นี่ว่าคนฝรั่งเศสเลือกอดข้าวนะ 5555 พี่จะไม่ขายที่คาดผม ไม่ขายพวงกุญแจได้ แต่พี่จะไม่ขายไวน์ในแพรีสไม่ดั้ยยยยยยย และจากที่คิดเองเออเองว่าคนฝรั่งเศสคงขับรถส่วนตัวมาเที่ยวกันเป็นส่วนมาก ดิสนีย์แลนด์เลยเตรียมที่จอดรถส่วนตัวไว้ประมาณสามล้านเก้าแสนสี่หมื่นคัน (หลอกๆ แค่อยากให้รู้ว่ามันเยอะเฉยๆเน๊อะ) กลายเป็นว่าที่จอดรถอันนั้นเป็นผีหลอกอีกเหมือนเดิม เพราะคนท้องถิ่นกลับเลือกเดินทางโดยรถสาธารณะอย่างรถบัส หรือเมโทรซะเป็นส่วนมาก

ความพังยังไม่จบเพียงเท่านี้ อีกหนึ่งที่ทีมก่อตั้งประเมินผิดไปคือเรื่องลูกค้าที่จะเข้ามาเที่ยว ซึ่งกะไว้ว่าวันจันทร์เนี่ยคนน่าจะน้อยที่สุด แล้ววันศุกร์จะเป็นวันที่พีคมากกกกกก ซึ่งทางดิสนีย์ก็ได้เตรียมพนักงานไว้อย่างดี สรุปของจริงเป็นไงจ๊ะ…สวนทางกันไปเลยจ้า วันจันทร์สวนสนุกแตก วันศุกร์ผีหลอก 5555 หรืออย่างที่เข้าใจว่าคนยุโรปไม่ค่อยทานอาหารเช้า… ทางโรงแรมเลยมีเก้าอี้รับแขกประมาณ350ตัว ซึ่งมีแขกมารอทานอาหารเช้าประมาณ2,500กว่าคน คนต่อแถวยาวมาถึงดอยอินทนนท์บ้านเราอะ ต่อคิววันนี้ ได้กินปีหน้า (เว่อร์ไปเนอะ 5555) นี่ไม่รวมถึงเรื่องยิบๆย่อยๆเช่นอาหารที่เอามาเสิร์ฟ เวลารับประทานอาหารกลางวันที่ตรงเป๊ะ ตอน12.30 แล้วร้านอาหารก็แตกอีกเช่นกัน

อีกหนึ่งปัญห๊าปัญหาคือคนยุโรปไม่ได้อยู่ที่สวนสนุกนานเหมือนที่คาดการณ์ไว้ แต่แรกทีมก่อสร้างตั้งใจปั้นดิสนีย์แลนด์ปารีส ให้เป็น Complete Holiday ที่กะว่าลูกค้าจะอยู่ยาวๆในโรงแรม เที่ยวและกินอาหารภายในสวนสนุก แต่เอาเข้าจริงคนกลับเข้ามาเที่ยวสวนสนุกแบบ one day activities ไม่ใช่ค้างหลายๆวัน ถือได้ว่าตรงกันข้ามมากๆกับโครงสร้างสวสนุกและโรงแรมสุดหรูที่สร้างมาเพื่อรองรับลูกค้า ซึ่งว่างไปเกือบครึ่งโรงตลอดเว… เนี่ย สวนสนุกก็ขาดทุน…โรงแรมก็ขาดทุน เย๊…..

ปัญหายังคงมีอีกมากมายก่ายกอง แต่เอาเป็นว่าภายในสองปีหลังจากเปิดสวนสนุก ดิสนีย์ขาดทุนย่อยยับไปสองพันกว่าล้าน (แล้วไม่ใช่เงินบาทนะ…หน่วยเเป็นยูเอสดอลล่าร์ไปอี๊ก) สิ่งที่ดิสนีย์ทำเป็นอย่างแรกคือ…การเปลี่ยนชื่อตามที่เล่าให้ฟังนั้นแหละ เพราะเป็นการเน้นย้ำภาพลักษณ์ของเมืองปารีส ไม่ใช่ตีตลาดยุโรปมั่วซั่วเหมือนเดิม นอกจากการลดราคาทั้งค่าตั๋วและค่าโรงแรมลงหนึ่งในสามแล้ว ดิสนีย์แลนด์ทำการยกเครื่องแผนทางธุรกิจใหม่เกือบทั้งหมด เริ่มจากการหันมาสนใจความแตกต่างของชาติแต่ชาติในยุโรป ไม่ใช้มาตราการเหมาเข่งอีกต่อไป….

เชื่อว่าดิสนีย์แลนด์ปารีสคงมาถูกทาง เพราะถือว่าเอาชีวิตรอดในช่วงต่ำสุดมาได้แล้ว และเพิ่งมีโอกาสฉลองครบรอบ25ปีอย่างอลังการงานสร้างไปเมื่อปี2560 ต่อไปนี้คงมีอนาคตที่สดใสมากแน่ๆ เพราะตอนนี้CEOคนล่าสุดอย่าง Bob Iger ก็ได้ประกาศข่าวดีให้แฟนๆ (อย่างเรา5555) ได้ดีใจว่าเดี๋ยวทางดิสนีย์แลนด์ปารีสจะเปิดโซนเพิ่มอีกสามโซน Frozenเอย Marvelเอย StarWarsเอย มาให้ครบ จบทีเดียว  โดยจะเริ่มงานก่อสร้างภายในไม่กี่ปีนี่แล้ว ซึ่งเดากันเล่นๆว่าน่าจะทันฉลองครบรอบ30ปีดินสีย์แลนด์ปารีสนั้นเองงงงงงง

เป็นไงบ้างคะ…. กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยใช่มั๊ย หนทางความสำเร็จช่างขึ้นๆลงๆ ประหนึ่งนั่งSpace Mountain แต่เอาเป็นว่าตอนนี้ใครมีเหรียญสิบหยอดเหรียญสิบ ใครมีเหรียญห้าหยอดเหรียญห้า เก็บตังค์ให้ครบ แล้วเดี๋ยวไว้ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ปารีสด้วยกันเน๊อะ…

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.