โดย Ariyaporn Nunthiphatprueksa Ph.D

ไม่รู้ว่าปีนี้เกิดอะไรขึ้นกับสถาบันการศึกษาในเมืองไทย เกิดกระแส เกิดปัญหา เกิดความเผ็ดพริกห้าเม็ด (บวกกับผงชูรสสามถุง อะแซวๆ 5555 ใครตามไม่ทันนี่แนะนำว่าให้กูเกิ้ลเอาเองนะจ๊ะ) ทั้งโรงเรียนรัฐ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนพุทธ โรงเรียนคริส โรงเรียนชาย โรงเรียนหญิง โรงเรียนสหศึกษา โดนกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

เรามาลองไล่กันคร่าวๆกัน ว่าตั้งแต่ต้นปีมีข่าวอะไรกันบ้าง อ๊ะอันแรก ข่าวแก๊งงานบวชกับโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ (#วัดสิงห์)  เว้นให้หายใจกันซักพัก ก่อนจะตามติดกันมารัวๆเมื่อช่วงเดือนมิถุนา กับข่าวเครนถล่มที่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์(#เครนถล่ม) ขยับมีอีกเดือนก็มีข่าวความโปร่งใสจากการรับนักเรียนของโรงเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) (เพราะมีทั้งข่าวเด็กเส้นเอย ข่าวแป๊ะเจี๊ยะเอยยย) และในช่วงเดือนสิงหา กันยา ที่เปิดมากับดราม่าโรงเรียนชายล้วนอย่างกรุงเทพคริสเตียนกับการสั่งย้ายผอ.แบบไวกว่าไฟเขียวที่แยกสุรศักดิ์-สาธรตอนศุกร์เย็น จนเป็นที่มาของ#savebcc

หลังจากนั้นดราม่าเหมือนจะผุดเป็นดอกเห็นในโลกการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าว(คาว)ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตนักเรียนในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารที่แลดูไม่ค่อยโอเค (#รรที่รั้วยาวๆ ส่งเข้าประกวด) หรือจะการดูแลนักเรียนของคุณครูที่ทำตัวไม่ค่อยจะเหมือนคุณครู  (อ่านละยากป๊าปคุณครูแทนเด็กซักสามที) หรืออาจจะกฎระเบียบต่างๆที่อาจจะช่วยหรือไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากเอาไว้ให้นักเรียนมีเรื่องไว้คิดถึง ไว้หัวเราะ ไว้เม้าคุณครู ตอนเรียนจบออกไปแล้ว  รวมถึงวัฒนธรรมรุ่นพี่รุ่นน้อง ระบบโซตัสในโรงเรียน หรือแม้แต่กระทั้งสวัสดิการต่างๆ ที่แลดูไม่ค่อยคุ้มกับค่าเทอม(และเงินบริจาคที่เสียไป) และนั้นก็เลยกลายเป็นที่มาของแฮชแทคที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือน ไม่กี่อาทิตย์ ไม่กี่วัน ไม่กี่นาทีผ่านมา ทั้ง#เกียมอุดม #สตรีวิด #เสนโญ จนล่าสุดมี#โยธินมรณะ จากเหตุการณ์ฝ้าถล่ม น้ำป่าไหลหลากในโรงเรียนโยธินบูรณะ และนี่ตามข่าวมาล่าสุด ช่วงตอนสองสามทุ่ม..โรงเรียนประกาศเปิดการเรียนการสอนปกติไปอี๊กกกกก

จากที่ตามอ่านข่าว ไถทวิตเตอร์ ส่องแอคเค้าคนนู้นคนนี้ เราได้ข้อสรุปใหญ่ๆมาหลายประเด็น อันแรกเลยคือ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แม้ว่าเรื่องนั้นจะเล็กแค่ไหน แล้วทีมโรงเรียนไม่มี crisis management ที่ดี….พี่รอเจอ#เก๋ๆได้เลยจ่ะ อาจจะมาไวมาช้า…แต่มาแน่ๆ แล้วดีไม่ดีจากเรื่องเล็กๆก็จะกลายเป็นไฟลามทุ่ง  เพราะเด็กๆพร้อมจะระเบิดตู้มมมและบอกเล่าเก้าสิบเรื่องใดๆที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์กันอย่างบันเทิง  อันต่อมาที่สรุปได้ก็คือ..กลุ่มนักเรียน หรือ อนาคตประเทศชาติในยุคปัจจุบัน หรือเด็กๆ Gen Zที่เกิดในช่วงปี2540 ซึ่งปัจจุบันก็น่าจะอายุไม่เกิน23 มีความคิด มีความกล้า มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความแตกต่างจากgenerationอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด อาจจะด้วยเค้ามีช่องทางสื่อสาร มีอินเตอร์เนต มีเทคโนโลยีมาตั้งแต่เกิด อ๊ะ มาดูต่อ ว่าจริงๆแล้วนั้น เด็กๆกลุ่มนี้ที่จะเป็นที่ขับเคลื่อนประเทศเราในอนาคต เค้าเป็นยังไง….

อย่างแรกที่เรารู้สึกได้คือ เด็กๆ พร้อมที่จะออกมาเรียกร้องและปกป้องสิทธิของตัวเอง เมื่อเค้ารู้สึกว่าเค้ากำลังโดนเอารัดเอาเปรียบ หรือเกิดสิ่งที่ไม่ถูกต้องขึ้น โดนไม่สนใจว่าคนที่เค้ากำลังจะไฟท์ด้วยคืออาจารย์ คือคุณครู หรือผ.อ. เพราะเค้าถือว่าเค้าจ่ายเงินค่าเทอม เค้ามีสิทธิ์ที่จะได้รับสิ่งต่างๆตามสิทธิอันชอบธรรมของเค้า และเหตุผลที่สำคัญที่เด็กๆออกมากรีดร้องก็คือ…เค้าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง การแก้ไขที่ถูกที่ควร เค้าจะไม่ทนต่อสิ่งที่เค้าคิดว่ามันผิด หรือสิ่งที่เค้าคับอกคับใจ  นอกจากนี้ เด็กๆรุ่นนี้ เป็นเจ้าหนูจำไม เป็นคนขี้สงสัยสิ่งที่เค้าติดใจใคร่รู้ หรือสิ่งที่เค้ารู้สึกว่ายังไม่ได้รับคำตอบหรือคำอธิบายที่ชัดเจน แต่พฤติกรรมนี้อาจจะมีnegative attitude แฝงอยู่ก็ได้ เพราะเมื่อคำตอบที่เค้าได้รับ ไม่ตรงกับสิ่งที่เค้าต้องการจะได้ยิน สิ่งที่เค้าฝังใจเชื่อ เค้าก็จะเริ่มคอมเม้น เริ่มปิดสมองส่วนเหตุผล ไปใช้สมองส่วนอารมณ์แทน สิ่งที่สำคัญอันต่อมาคือ เรารับรู้ได้เลยว่า เด็กรุ่นนี้เป็นรุ่นtech savvyทีแท้จริง เพราะเค้าไม่เคยใช้ชีวิตในโลกที่ไม่มีอินเตอร์เนต เกิดมาก็เจอการสื่อสารแบบ24/7 แบบreal time เค้าพร้อมที่จะเม้ามอยหอยสังข์กับเพื่อน หรือแบ่งปันประสบการณ์กับโลกออนไลน์ ทั้งทางFB Twitter หรือแพลทฟอร์มอื่นๆ เด็กๆน่าจะมีอินเตอร์เนตเป็นที่พึ่งทางจิตใจอย่างมาก มีปัญหาอะไร ก็มีอินเตอร์เนตนี่แหละที่เป็นที่พักพิงยามยาก เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้าเค้าต้องการจะแก้ไข หรืออยากตะโกนให้ใครซักคนรับรู้ถึงปัญหาของเค้า เค้าจะตะโกนที่ไหน… โลกออนไลน์นั้นเอง เพราะแบบนี้ไงจ๊ะ เรื่องบางเรื่องถึงถูกแพร่กระจายในวงกว้างภายในชั่วพริบตา ปิ๊งงงง โซเชียลรู้ สังคมรู้  แต่ยังไงก็ตาม อาจจะมีหลายเรื่องที่เด็กๆกลุ่มต้องพึงระวัง ด้วยความเร็วของอินเตอร์เนต ด้วยความได้คำตอบในทุกเรื่องด้วยตัวเค้าเองภายในเสี้ยววิ critical thinking skillของเค้าอาจจะพัฒนาไม่ถึงขีดสุด ผสมผสานกับความหัวร้อน ใจร้อนง่าน บางครั้งอาจจะก่อให้เกิดunconstructive criticism ขึ้นได้ในบางช่วง

ตามนั้นฮะ ดีลกับเด็กสมัยนี้ไม่ยาก เราแค่ต้องเข้าใจnatureของเค้า เข้าใจโลกของเค้า และที่สำคัญคือพร้อมที่จะรับฟังเค้า ไม่ใช่เอะอะก็คิดอย่างเดียวว่าเด็กสมัยนี้นี่มัน…. [email protected]#$%%@!#!$  บางทีอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ที่คนไทยควรจะเรียนรู้แบบจริงๆจังๆ เรียนรู้ว่าคนคิดต่างไม่ใช่คนผิด ไม่ใช่คนโง่ สังคมไทยทั้งเด็กทั้งแก่ ทั้งหัวใหม่ทั้งหัวเก่าควรจะเรียนรู้ถึงวิธีการแสดงความคิดเห็นแบบสันติ แบบปราศจากมาม่า แบบตามหลักเหตุผล ไม่ใช่เม้นท์เอาบันเทิง เรียกยอดไลค์ยอดแชร์เพียงอย่างเดียว นะจ๊ะ  แล้วเดี๋ยวเรามาลุ้นกัน ว่าโรงเรียนไหนจะขึ้นเทรนทวิตเตอร์กันในวันพรุ่งนี้ 55555  

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.