การได้เกิดเป็นมนุษย์แสนจะยากลำบาก ท่านจงรักษาสมบัติมนุษย์ไว้อย่าให้สมบัติมนุษย์ต้องตกไปเป็นทาสของกิเลส ออกไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน ออกไปเป็นเปรต ขอให้ร่างกายเป็นมนุษย์ต่อไป ถือสมบัติมนุษย์หรือสวรรค์สมบัติ ขอให้เดินทางไปหานิพพานสมบัติด้วยความสุขความเจริญในชีวิตของท่านเถิดประเสริฐที่สุด

พระอาทิตย์เลื่อนลับชายมะพลับอัสดงคต พระอาทิตย์ก็ตกไปแล้ว ชีวิตเรายังไม่ดับแล้วไปอยู่ที่ไหนล่ะ พี่น้องทั้งหลาย รักษาชีวิตเราไว้เถิดเกิดมายากเหลือเกิน อย่าให้ชีวิตนี้ประดักประเดิด อย่าทำตัวเองให้มักง่ายมักได้จนเกินไป มันจะเสียดายเวลาทั้งหญิงทั้งชาย เป็นชายก็ขอให้จริง เป็นหญิงก็ขอให้แท้ ถ้ามาแสวงหาผลจริงก็คือการเจริญพระกรรมฐาน ไม่ใช่ไปสวรรค์ นิพพาน

น่าจะรู้ว่าระลึกชาติได้ไหม รู้กฎแห่งกรรมได้ไหม พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น และแก้ปัญหาชีวิตได้ไหม อะไรมันจะเกิดขึ้นมันก็ต้องเกิด ตรงนี้แหละท่านทั้งหลาย ท่านจะเอาอะไรเป็นหลักประกันชีวิต การประกันชีวิตโดยแก่นสารและเนื้อแท้ก็คือการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ขอให้มีสติ ถ้ามีสติอยู่กับใจท่านแล้ว ชีวิตท่านก็จะโปร่งโล่งใส จะมีปัญญา ท่านจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองเหมือนมีใบประกันชีวิตแล้ว ถ้าท่านขาดเจริญพระกรรมฐาน ขาดสติสัมปชัญญะแล้ว แสดงว่าท่านมาเปล่า ไปเปล่า ไม่มีอะไรเลย

ท่านทั้งหลาย ชีวิตเราล่วงเลยมาถึงบัดนี้แล้ว จงรักษาชีวิตที่มันเกิดมายากและอยู่มาด้วยความยากลำบากไว้ ที่จะได้มาปฏิบัติธรรม ปฏิบัติพระกรรมฐาน แสนจะยากนะ ท่านเสียเวลามาท่านได้อะไรกลับไปบ้าง ให้มันได้เพื่อติดตัวไปบ้าง ติดวิญญาณของท่านไป มีเทปบันทึกเสียงติดจิตใจของท่านไปบ้าง จิตเป็นธรรมชาติรับรู้อารมณ์วิญญาณแปลว่า ญาณ จะได้แก้ปัญหา จะไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ สามีภรรยาจะได้อยู่เย็นเป็นสุขแน่นอน

ขอฝากท่านทั้งหลาย ท่านจะมีความสุขความเจริญได้หรือไม่ สามีภรรยาท่านจะมีความสุขไหม ถ้าทะเลาะกันทุกวัน นี่มาร้องไห้ก็มากหลาย พี่น้องแย่งสมบัติกันทะเลาะกันพ่อแม่ก็น้ำตาร่วง นี่เลวที่สุดเกิดมาเป็นคนเลว น่าจะเกิดมาเป็นคนดีมีปัญญา พี่ช่วยน้อง น้องช่วยพี่ สร้างความดีให้พ่อแม่บ้างได้ไหม สามีภรรยาก็เลวร้ายทะเลาะกันได้ทุกวัน ขนาดปริญญาโทก็ทะเลาะกัน ตบกัน เตะกัน น่าเสียดายมาก

เกิดมาทำไมหนอ เกิดมาชีวิตก็แร้นแค้น เกิดมามีแต่ความทุกข์ แล้วยังไปหาความสุขในสังคม วันเกิดเลี้ยงเหล้า ลืมพ่อลืมแม่ ลืมปู่ย่าตายาย น่าจะไปเลี้ยงแม่ให้อิ่มเสียก่อน ถ้าใครได้เจริญพระกรรมฐานจะนึกถึงแม่ก่อน พระพุทธเจ้าท่านยังคิดถึงแม่ท่านเลย แสดงยมกปาฏิหาริย์ โปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เรื่องน้ำนมแม่ก็เหมือนกัน บางคนเถียงอาตมานะ บอกหลวงพ่อผมเกิดมาไม่ได้กินน้ำนมของแม่หรอก เอ…มันกินนมหมาหรืออย่างไร  ถามว่าอยู่ในท้องแม่น่ะ กินนมอะไร ขนาดปริญญาโทยังมาพูดอย่างนี้ที่กุฏิ เลยบอกเลิกพูดกันแล้ว นี่แหละคนมันจะเจริญไม่ได้ เอาปูนหมายหัวไว้ก่อน ไม่ได้กินนมแม่เลยไม่ได้คิดถึงแม่เลยนะ ถ้าเจริญพระกรรมฐานน้ำตาจะร่วงคิดถึงแม่ อาตมาคอหักก็คิดถึงแม่เหมือนกัน

อาตมาคิดถึงแม่ทุกวัน ที่เราหายใจทางสะดือได้ เลือดเต็มปากจะหายใจได้อย่างไร เราทำได้ที่พูดนี่นะ ไม่ใช่ว่าพูดส่งเดช ไม่มีพยานหลักฐาน ไม่มีรูปถ่าย เราคิดถึงแม่ตลอดเวลา นี่บางคนมาเถียงอาตมาว่าไม่ได้กินนมแม่ แต่ตอนอยู่ในท้องแม่กินนมแม่ทางสะดือใช่ไหม เลือดแต่ละหยด ๆ ในอกแม่ออกมาแล้วก็ดื่มนมแม่ เดี๋ยวนี้เขาไม่กินนมแม่กันลูกมันถึงไม่รักแม่ ไปรักเดรัจฉาน ไปกินนมเดรัจฉาน แน่นอนที่สุด ขอฝากไว้เป็นข้อคิด

เมื่อสมัยก่อนเขาก็กินนมแม่กันจนกระทั่งขวบสองขวบยังไม่ละนม กินนมแม่จึงเหมือนแม่ เดี๋ยวนี้ไม่มีที่ลูกกับแม่เหมือนกัน ไปเหมือนคนรับใช้ แม่ไม่เคยเลี้ยงลูกเลย ให้คนรับใช้เลี้ยง ไปจ้างคนมาเลี้ยง จ้างคนสัพเพเหระลูกเราก็ติดคนสัพเพเหระ กลายเป็นคนสัพเพเหระ ไม่ได้ติดแม่แต่ประการใดเลย ท่านทั้งหลายที่นั่งเจริญพระกรรมฐานนี่รู้ได้ว่าท่านเป็นคนประเภทไหน จะมีกุศลหรือไม่มีกุศลประการใด

การเจริญพระกรรมฐานเป็นการประกันชีวิตของท่านอย่างแน่นอน การที่สดับตรับฟังพระธรรมเทศนานี้แสนจะยาก จ้างมาฟังเทศน์ไม่มีใครมาฟัง การที่จะเกิดมาพบพระพุทธเจ้า พบพระพุทธศาสนานั้นแสนยาก  ดังที่พระพุทธเจ้าเรียบเรียงตำรับตำราให้เราแล้ว แต่เหตุใดหนอเราจึงไม่สนใจกัน น่าเสียดายมาก

การจะยืน เดิน นั่ง นอน เหลียวซ้าย แลขวา มีสติบ้างได้ไหม คนมีสติจะทำให้สำรวมเรียบร้อย กายเรียบร้อย วาจาก็ไพเราะ นี่แหละ สำรวมกายนี่คือศีล สำรวมจิตนี่ก็คือสมาธิ สังวรจิตมีสมาธิแล้วก็ระวัง มีปัญญาไม่ประมาทอีกต่อไป ปัญญาก็จะเกิดขึ้น ชีวิตท่านก็จะเกิดประโยชน์ในกิจประจำวันนั้น จะแก้ไขปัญหาได้ มีกฎแห่งกรรมรู้ว่าเราทำกรรมอะไรไว้ มันจะปรากฏให้เราทราบด้วยการยืนหนอ ๕ ครั้ง ด้วยการกำหนด ปวดหนอ ปวดหนอ เดี๋ยวก็เกิดดับไปแล้วก็จะได้รู้ว่าเป็นกฎแห่งกรรมหรือไม่ หรือปวดเมื่อยธรรมดา เวทนาธรรมดาแยกรูปแยกนามออกไป เวทนามันก็ออกไป ไม่มีอุปาทานไปยึดมั่น จิตใจก็เบิกบาน นี่แหละตัวปัญญาอยู่ตรงนี้ จึงจะเป็นวิปัสสนาไม่ไปไหน

นี่แหละเหตุผลของการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ใช่มานั่งกันสนุกสนาน มานินทาว่าร้ายซึ่งกันและกัน ถ้าจิตดีมีปัญญาทำอะไรก็ได้ผล รับราชการก็ได้ตำแหน่ง ธุรกิจการงานก็ได้เงินได้ทอง ทำอะไรมีปัญญา งานก็เดินเงินก็ตามมาหาเราเอง งานไม่เดิน เงินก็ไม่ตาม ชีวิตก็แร้นแค้น.

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.