การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่กำลังกลายเป็นเทรนด์การค้าที่สำคัญของโลกยุคใหม่ แม้ว่าจะเป็นโอกาสของธุรกิจโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายของผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ เพราะว่าการค้าของโลกจะทำการค้าผ่านอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น และนำไปสู่การค้าบนโลกออนไลน์หรือ อี-เทรดดิ้ง

ท่ามกลางกระแสเทรนด์ดิจิทัลโหมกระหน่ำวิถีธุรกิจและไลฟ์สไตล์ของผู้คนในสังคมมากขึ้น เป็นอานิสงส์เบิกทางให้การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคพุ่งทะยานสูงตามเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเทรนด์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ร้อนแรงและเบ่งบานต่อเนื่อง เป็นแรงดีดส่งต่อความรุ่งโรจน์ให้ธุรกิจบริการขนส่งด่วนในประเทศยิ่งทวีเติบโตตามไปด้วย

สมรภูมิธุรกิจโลจิสติกส์ไทย มีการแข่งขันทวีความดุเดือดต่อเนื่องทุกปี ทำให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและเทศกระโจนร่วมชิงเค้กก้อนใหญ่จากธุรกิจโลจิสติกส์กันสุดลิ่มในหลายรูปแบบ ทว่าธุรกิจโลจิสติกส์ไทยยังมีเจ้าตลาดอย่าง ไปรษณีย์ไทย เป็น Local Brand ที่อยู่ยงคงกระพันคู่กับสังคมไทยมากกว่า100 ปีแล้ว กลายเป็นผู้นำตลาดที่ใครจะเทียบรัศมีและรุมแย่งเค้กก้อนมหึมาของตลาดนี้ได้ แต่เมื่อการเวลาเปลี่ยนไปเทรนด์การซื้อ-ขายในโลกออนไลน์ขยายตัวทั้ง เร็วและแรง ในยุค DIGITAL DISRUPTION แล้วในเวลานี้ กลายเป็นว่า เค้กตลาดส่งพัสดุ ก็ยิ่งเป็นเค้กที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น ผลที่ตามมาคือคู่แข่งทั้งไทย-เทศทุนหนาต่างก็จ้องแบ่ง เค้กก้อนมหึมา ไม่ว่าจะเป็น DHL express, Kerry Express SCG EXPRESS, นิ่ม เอ็กเพรส และรายขนาดกลาง-เล็กอื่นๆ โดยเฉพาะรายใหม่จากค่ายใหญ่

แต่คู่แข่งที่หน้าจับตาและถูกประกบตัวให้เป็น “ผู้ท้าชิงตัวจริง” ที่น่ากลัวและสร้างความกังวลใจให้แก่ขาใหญ่อย่างไปรษณีย์ไทย มากที่สุดแล้วในเวลานี้ นั่นก็คือ Kerry express อินเตอร์แบรนด์จากค่ายใหญ่ที่กำลังประชิดตัวไปรษณีย์ไทยมากขึ้นเรื่อยๆ จนผู้คว่ำหวอดในวงการต่างฟันธงกันว่าหากขาใหญ่อย่าง ไปรษณีย์ไทย ยังไม่ตื่นตัวและยังหลงลำพองความยิ่งใหญ่ของตัวเองในอดีต จะถูก Inter Brand เหล่านี้ โค่นล้มช้างใหญ่อย่างไปรษณีย์ไทย ลงในเวลาอันรวดเร็วนี้

แม้แต่เดิมบริการขนส่งพัสดุเมืองไทยจะถูกผูกขาดโดยขาใหญ่อย่าง “ไปรษณีย์ไทย” แต่เมื่อตลาดโตไม่หยุดฉุดไม่อยู่ก็ยิ่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้เล่นรายใหม่ ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ หรือรายใหญ่-ย่อย กระโจนร่วมวงแข่งขันหวังแบ่งสัดส่วนตลาด ส่งผลให้ธุรกิจบริการส่งพัสดุมีอัตราการแข่งขันดุเดือดเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น เพราะรายใหม่มาพร้อมกับขุมกำลังเต็มพิกัด ทั้งกำลังทุน บุคลากร เทคโนโลยีทันสมัย และการบริหารจัดการแนวใหม่ที่ตอบโจทย์ของผู้คนยุคโซเซียลครองเมือง ซึ่งเน้นและต้องการมิติ “รวดเร็วทันใจ” ไร้ข้อจำกัดเป็นที่ตั้ง

ทุกวันนี้ธุรกิจ E-commerce มีสัญญาณบวกอย่างชัดเจนพีเว่อร์ ส่งผลให้ธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ให้พุ่งขึ้นมีการแข่งขันอย่างดุเดือด ดังนั้นไปรษณีย์ไทยไม่ปรับตัว แชมป์อาจจะหลุดมือไปได้ในเวลาอันใกล้นี้ เพราะในเวลานี้ KERRY EXPRESS กำลังไล่บี้ ไปรษณีย์ไทยมาอย่างติดๆ

   บริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ในนาม KERRY EXPRESS เป็นบริษัทลูก KERRY Logistics ที่ทำธุรกิจในไทยมาเกือบ 40 ปี ต่อมาขยายธุรกิจสู่ตลาดที่ไซส์เล็กลง แต่มียอดการเติบโตอย่างมหาศาล นั่นคือ การจัดส่งพัสดุแบบถึงมือผู้บริโภค โดยตรง KERRY EXPRESS ก่อตั้งขึ้นในปี 2549 โดยให้บริการโลจิสติกส์สำหรับลูกค้ารายย่อย เรื่อยไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ตั้งแต่จัดเก็บสินค้า การขนส่งสินค้า การติดตามสินค้า และการรับชำระเงินปลายทาง ตอบโจทย์ครอบคลุมความต้องการ ซึ่งกลุ่มลูกค้าของ KERRY EXPRESS  แยกออกเป็น 3 เซ็กเมนท์หลักๆ ได้แก่ 1.ธุรกิจ-ส่งถึง-ธุรกิจ (B2B) 2.ธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C) และ 3. บุคคล-ส่งถึง-บุคคล (C2C)”

KERRY EXPRESS   เติบโตขึ้นอย่างมากในรอบหลายปี ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นจะพัฒนาบริการ โดยมีเป้าหมายให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงบริการของ KERRY EXPRESS   ได้ทุกที่ทั่วไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปี 2561 Kerry Express ได้ขยายจุดรับของ (Parcel Shop) ให้มากขึ้น 2 เท่า จากเดิม 1,000 จุด เป็น 2,500 จุด ช่วยให้ครอบคลุมแทบจะทุกพื้นที่ในไทย และอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ยังตั้งเป้าที่จะขยายจุดบริการเพิ่มเป็น 5,000 จุด ภายในปี 2563 ขณะที่แผนการขยายจุดรับของ Kerry Express จะช่วยให้ผู้บริโภคที่อยู่ไกลจากตัวเมือง สามารถเข้าถึงบริการจัดส่งพัสดุด่วนของ Kerry Express ได้ง่ายขึ้น และเมื่อสาขาเยอะขึ้น มีการจัดการส่งต่อสินค้าได้รวดเร็วขึ้นเช่นกัน นอกจากนั้น Kerry Express เตรียมที่จะเพิ่มจำนวนศูนย์กระจายสินค้า (small distribution center) เป็น 500 สาขา และเพิ่ม Hub สำหรับคัดแยกสินค้า ซึ่งมีขนาดพื้นที่อย่างน้อย 10,000 ตารางเมตร จากเดิมมีอยู่ 12 สาขา ได้ตั้งเป้าว่าจะขยายเป็น 109 สาขา ภายในปี 2563”

ถึงตอนนี้ต้องบอกว่าการแข่งขันธุรกิจโลจิสติกส์กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด กลุ่มทุนไทยวิ่งสู่ฟัดต่างชาติ นอกจาก Kerry Express แล้วก็มี ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง “ดีเอชแอล” เป็นอีก 1 ราย ที่ขยายจุดให้บริการเต็มกำลัง โดยผุดดีเอชแอลเซอร์วิสพอยต์ โดยในปี 2561 ได้ขยาย ดีเอชแอล เซอร์วิสพอยต์ (DHL servicepoint) หรือจุดรับส่งพัสดุด่วนในประเทศได้ประมาณ 500 รวมเป็นประมาณ 1,000 จุด และเพิ่มเป็น 2,000 จุดภายในปี

ธุรกิจโลติสจิกส์ SCG เชื่อมั่นว่าจะกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับเอสซีจี ในอนาคตได้เป็นอย่างดี เพราะเอสซีจี มีให้บริการขนส่งทั้ง 2 รูปแบบ โดย SCG Logistic ให้บริการโลติสจิกส์แบบ B2B ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการมาอย่างยาวนาน และ SCG Express ธุรกิจโลติสจิกส์แบบ B2B และ C2C ที่ร่วมมือกับ Yamato Asia หรือขนส่งแมงดำ ธุรกิจใหม่ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมาซึ่งธุรกิจขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน “เอสซีจี เอ็กซ์เพรส” (SCG Express) ภายใต้แนวคิด “Deliver Your Happinrss” ตอบเทรนด์อีคอมเมิร์ซ ชูจุดเด่นผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน ภายใต้แนวคิดส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและเอาใจใส่ ดูแลรับส่งพัสดุประดุจแม่แมวเอาใจใส่ดูแลลูกแมว

ส่วนทางด้าน นิ่มซี่เส็ง ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่ง และกระจายสินค้ารายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือได้มีการปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขันเช่นเดียวกัน ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1.คือ บจก.นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 ให้บริการขนส่งและกระจายสินค้า 8 จังหวัดภาคเหนือ , 2.บจก.นิ่มซี่เส็งโลจิสติกส์ ให้บริการขนส่งและการกระจายสินค้า “ทั่วประเทศไทย” และให้บริการเป็นที่ปรึกษาการลดต้นทุนการขนส่ง และ 3.บจก.นิ่มซี่เส็งเอ็กซ์เพรส ให้บริการขนส่งและกระจายสินค้าด่วน ทั่วประเทศ

การปรับโครงสร้างทั้ง 3 บริษัท ของนิ่มซี่เส็ง เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า หากบริษัททำให้ลูกค้าพึงพอใจได้ก็สามารถแข่งขันได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือ การบริการต้องตามทันกับความต้องการของลูกค้าเสมอ ส่วนสินค้าที่รับส่งแบบอีเอ็มเอสนั้นลูกค้าจะได้รับภายใน 1 วัน หากส่งในพื้นที่เดียวกันเพื่อแข่งกับคู่แข่งอย่าง เคอรี่เอ็กซ์เพรสโดยตรง ขณะที่ปริมาณสินค้าที่รับ-ส่ง แต่ละวันจำนวน 2 พันตัน มีรถขนส่งจำนวนทั้งสิ้น 1 พันคัน

บทบาทของซีเจ โลจิสติคส์ในไทย แม้ชื่อซีเจฯ จะไม่คุ้นหูผู้บริโภคไทย แต่จริงๆ แล้วบริษัทเข้ามาทำธุรกิจในไทยตั้งแต่ 2541 โดยเริ่มจาการให้บริการขนส่งสินค้าในเครือบริษัทซัมซุงฯ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทั้งระบบ รวมถึงการนำเข้าและส่งออกสินค้า ค่อยๆ ขยายการให้บริการไปยังบริษัทอื่นๆ และทางซีเจฯ ตั้งเป้าว่าปี 2563 เราจะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ และเชื่อว่า ด้วยส่วนแบ่งตลาดระดับนี้จะสามารถทำให้บริษัทขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ในไทยได้ โดยส่วนแบ่งตลาดจะมาทั้งจากตลาดอีคอมเมิร์ซที่ขยายเพิ่มขึ้นและบางส่วนจากผู้ใช้บริการรายอื่น โดยมีเป้าหมายทำสถิติการขนส่งให้ถึงในวันรุ่งขึ้นภายในเขตกรุงเทพฯ และภายใน 2 วันสำหรับต่างจังหวัดให้สำเร็จได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ของพัสดุที่มีการขนส่งทั้งหมด

“ด้วยแผนการขยายเครือข่าย กำลังขน หน่วยรถ รวมทั้งการนำระบบไอทีที่ทันสมัยจากเกาหลีใต้มาถ่ายทอดการใช้งานสู่คนไทย บวกกับบริการจากพนักงาน จะทำให้ซีเจฯ โลจิสติคส์ สามารถชนะใจลูกค้าไทยได้ในที่สุด เพราะแม้กระทั่งคนเกาหลีใต้ซึ่งได้ชื่อว่าเอาใจยากที่สุดประเทศหนึ่ง ก็สามารถเอาชนะใจมาแล้ว”

ขณะที่ “ลาล่ามูฟ” แอพพลิเคชั่นส่งสัญชาติฮ่องกง เผยอัตราการเติบโตตลาดในไทยพุ่งเกาะเทรนด์อีคอมเมิร์ชโต วางแผนขยายพื้นที่บริการ-ทดลองบริการใหม่ “รับส่งของภายใน 1 วัน” ยกระดับแข่งรายใหญ่ เจาะลูกค้าธุรกิจ-องค์กร เพราะ“ลาล่ามูฟ” เป็นเบอร์หนึ่งในแง่การส่งมอบแบบออนดีมานด์ ส่งเร็วที่สุดใน 1 ชั่วโมงที่ยังไม่มีใครทำได้โดยมีบริการที่แตกต่างจากรายการอื่นๆ คือจัดส่งเร็วหรือรวมเวลาตั้งแต่รับของไปจนถึงส่งของถึงมือผู้รับได้เร็วสุดใน 1 ชั่วโมง ใช้งานง่ายผ่านแอพพลิเคชั่นและความน่าเชื่อถือ และราคาสมเหตุสมผล ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ทั่วไป และใช้เรียกจากแอพพลิเคชั่นเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยการใช้เทคโนโลยี แผนต่อไป คือขยายสเกลระดับใหญ่ขึ้น เจาะลูกค้าธุรกิจ หรือองค์กรขนาดใหญ่ เช่น อีคอมเมิร์ซ หรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่ให้เป็นช่องทางรับส่งสินค้า ภายในปีนี้ได้ ตั้งหมายหมายเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 6 เท่า จากการเปิดตัวบริการใหม่และพื้นที่ให้บริการที่ครอบคลุมมากขึ้น

ความท้าทายจะล้มแชป์ “ไปรษณีย์ไทย” ของคู่แข่งรายต่างๆ ที่กล่าวมาแค่เพิ่มเริ่มต้น เพาะรายใหญ่ระดับ INTER BRAND กำลังถาโถมเข้ามาสู่ตลาดเมืองไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เบสท์ เอ็กซ์เพรส” ภายใต้การหนุนหลังอย่างเต็มสที่จากอาลีบาบา

วันนี้เบสท์ เอ็กซ์เพรส เริ่มต้นทำตลาดในเมืองไทย โดยเป็นการเข้ามาของ “เบสท์ กรุ๊ป” หนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์ ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2007 โดย “จอห์นนี่ ซูว” อดีตรองประธานกูเกิลในจีน ปัจจุบันขยายออกไป 16 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่จีน อเมริกา เยอรมัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี จนมาถึงประเทศไทย

การเป็นน้องใหม่ในตลาด “เบสท์ เอ็กซ์เพรส” ไม่ได้กังวลมากนัก เพราะมีประสบการณ์และ Know-how อยู่แล้ว ซึ่งการแข่งขันในตลาด “ธุรกิจขนส่งพัสดุ” อยู่ที่ความเร็วในการขนส่ง จึงชูจุดแข็งด้วยการส่งภายใน 1 วัน ทั่วประเทศซึ่งสามารถทำได้ด้วยคลังสินค้าที่ใช้หุ่นยนต์ทำเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงมีต้นทุนที่ต่ำ และราคาที่ต่ำสุดในตลาด

ถึงแม้ เบสท์ เอ็กซ์เพรส จะพึ่งจดทะเบียนบริษัทเริ่มดำเนินการ โดยจะเปิดบริการ 2 ธุรกิจ จากจำนวนทั้งหมด 8 ธุรกิจที่ทำอยู่ในจีน คือ ขนส่งพัสดุและซัพพลายเชน มีจุดให้บริการทั้งหมด 500 สาขา คลังสินค้าขนาดใหญ่ 4 แห่ง ในกรุงเทพฯ เหนือ ใต้ อีสาน และคลังซัพพลายเชน 1 แห่ง โดยการขยายสาขาจะใช้วิธีขาย “แฟรนไชส์” 100 เปอร์เซ็นต์ จะไม่ทำเอง มีการกำหนดคุณสมบัติต้องมีทุนไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท มีพื้นที่ 100-1,000 ตร.ม.มีบุคลากร และรถที่เพียงพอกับขนาดธุรกิจ (รถยนต์กระบะหรือรถจักรยานยนต์ ต้องมีหน้าร้านอย่างน้อย 1 ร้าน และตั้งจุดบริการรับส่งพัสดุอย่างน้อย 10 จุด โดย “เบสท์ เอ็กซ์เพรส” จะเข้าไปซัพพอร์ตด้านซอฟต์แวร์ และขนส่งพัสดุไปยังคลังสินค้า

ดังนั้นงบประมาณลงทุนที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2018 ถึงปี  2022 มูลค่า 5,000 ล้านบาท จึงจะนำไปพัฒนาด้านเทคโนโลยี และทำตลาดเพราะธุรกิจด้านนี้ของไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมากส่วนคลังสินค้าอาจจะสร้างเพิ่มที่ภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าจะมีการใช้บริการที่หนาแน่น

นอกจากนี้ยังวางแผนอำนวยความสะดวกด้านไฟแนนซ์โดยเบื้องต้นจะให้บริการกับกลุ่มแฟรนไชส์ที่ต้องการเงินทุนในการขยายธุรกิจ โดยมีการ การให้ดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยอุดช่องวางการขยายจุดให้บริการที่ช้าลงได้และที่ผ่านมายังไม่เห็นผู้เล่นรายใหญ่ให้บริการลักษณะยี้อย่างจิงจัง

ภายในปี 2019 ตั้งเป้าขยายจุดให้บริการเป็น 2,200 สาขากระจายตัวทั่วประเทศ ปีนี้ตั้งเป้าการขยายเป็น 1 แสนชิ้นต่อวัน ภายในปี 2020 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1.5 แสนชิ้นต่อวัน ดังนั้นการแข่งขันในธุรกิจ ปัจจุบันเจ้าของตลาดอยู่ 2-3 ราย ตรงนี้ เบสท์ มองว่าต้องแข่งกลับตัวเองมากกว่าเพราะลูกค้าเขาอยากใช้บริการที่ราคาถูกก็ลดต้นทุนให้ราคาที่ถูกที่สุด ซึ่งเชื่อมั่นว่า BEST EXPRESS สามารถทำราคาถูกได้มากที่สุด เพราะบริษัทมีเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเช้ามาช่วย และความรวดเร็วได้รับสินค้า เร็วที่สุด เมื่อมี2ข้อนี้เชื่อว่าราคาถูกสุดและจัดส่งรวดเร็ว ลูกค้าเลือกใช้ เบสท์ เอ็กซ์เพรส แน่นอน แม้บริษัท เบสท์ โลจิสติกซ์ จะเป็นบริษัทในเครือ อาลีบาบา ที่เป็นผู้ถือหุ้นอับดับ 1 รวมถึงในประเทศไทยก็เป็นการร่วมทุน ประเทศไทยก็เป็นการร่วมทุน แต่การบริการจะเปิดกว้างให้กับแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ทุกเจ้าไม่ว่าจะเป็น LaZada , Shopee ไม่ได้รับเฉพาะ Alibaba เท่านั้น การเติบโต ของบริษัทจะโตไปคู่กับอีคอมเมิร์ซของประเทศไทย

จากทิศทางอันสดใสของตลาดโลจิสติกส์ไทย ส่งผลให้ภาคเอกชนเปิดเกมรุก เข้าชิงแชร์ ส่วนแบ่งตลาดอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดรับส่งพัสดุด่วนหรือเอ็กซ์เพรส บริษัทไปรษณีย์ไทย หรือ ปณท.มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด เมื่อกล่าวถึงคามได้เปรียบของไปรษณีย์ไทยจะมีความแตกต่างจากผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์รายอื่น คือ รู้จริงในพื้นที่ความชำนาญในการขนส่ง และความเป็นมิตรกับคนในชุมชนที่ยังเชื่อใจพนักงานนำจ่าย ซึ่งปัจจุบันไปรษณีย์ไทยมีพนักงานนำจ่ายมากกว่า 10,000 ทั้งหมด 36,000 คน โดยได้เพิ่มพนักงานนำจ่ายมากขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนครัวเรือนไทยอีกทั้งยังได้ติดตั้ง GPS ที่รถขนส่งไปรษณีย์กว่า 1,000 คัน แล้วเพื่อควบคุมคุณภาพการขนส่งให้ทันเวลา สามารถติดตามรถขนส่งได้แบบ Real Time ลดปัญหาความล่าช้า ซึ่งทำให้การควบคุมการส่งต่อไปรษณีย์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดตรงเวลา

ไปรษณีย์ไทยมั่นใจอย่างมากว่า พื้นที่ต่างจังหวัดตัวเองมีส่วนแบ่งการตลาดมากเกือบๆ 75 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กรุงเทพมีส่วนแบ่งตลาด 50 ถึง 55 เปอร์เซ็นต์ เป็นแชมป์ตลาดอยู่ในขณะนี้ แต่ก็อย่าหลงระเริงตัวเองว่าในอนาคตจะไม่มีใครสามารถขึ้นมาแซงหน้าได้เพราะคู่แข่งหน้าใหม่-เก่าต่างก็มีทุนที่หนาแถมยังอัพเกรดการบริการตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้นไปรษณีย์ไทยต้องพยายามมองข้ามภาพความยิ่งใหญ่ในอดีต และต้องเดินหน้าปฏิรูปองค์กรสู่สากล สร้างนวัตกรรมต่างๆ ให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ และต้องบริหารองค์กรแบบมืออาชีพ ให้ได้มาตรฐานสามารถแข่งขันกันเอกชนต่างๆ เพราะคูแข่งทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าต่างมี้เงินทุนหนามีเทคโนโลยี บุคลากรและการบริหารสมัยใหม่ และยังอัพเกรดบริการตัวเองอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับการแข่งขันตลอดเวลา ถ้าไปรษณีย์ไทยไม่พัฒนาหรือปรับตัวให้สอดคล้องกับการแข่งขันในโลกดิจิตอลดีสรับชั่น (DIGITAL DISRUPTION) ได้คู่แข่งก็สามารถพลิกสถานะจากมวยรอง แซงขึ้นมาเป็นแชมป์แทนได้ ซึ่งยุคสมัยนี้เปิดโอกาสให้กับผู้เล่น ที่มีความพร้อมที่สุดในการปรับตัวกับโรคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ภาพของไปรษณีย์ไทยอาจจะทิ้งความรุ่งเรืองไว้เพียงตำนาน เพราะบทเรียนให้เห็นอยู่เสมอๆ

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.