ระบบเศรษฐกิจธรรมคู่ทุน สร้างสรรค์สังคมไปพร้อมกับการเติบโตได้อย่างไร

0
20

เป็นที่ถกเถียงกันในวงการการเมืองการศึกษาธุรกิจและอีกหลาย ๆ วงการว่าระบอบเศรษฐกิจแบบไหนที่ดีที่สุดที่จะทำให้มนุษยชาติเติบโตได้อย่างยั่งยืนเมื่อมีประเด็นแบบนี้เกิดขึ้นก็จะมีแนวคิดหลายฝั่งหลายฝ่ายว่าแนวคิดแต่ละอย่างก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ว่าประเทศต่างๆมีประวัติความเป็นมาหรือว่ามีพื้นฐานอย่างไรแต่โดยรวมแล้วระบบเศรษฐกิจใดก็ตามที่สามารถก่อให้เกิดความก้าวหน้าทำให้คนมีโอกาสลืมตาอ้าปากมีโอกาสสบายและสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ตามที่ใจต้องการได้เพื่อประโยชน์ของผู้อื่นและส่วนรวมนั้นก็ย่อมถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพสูง

ในวันนี้จะขอยกตัวอย่างระบบเศรษฐกิจเศรษฐกิจหนึ่งที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากเพราะว่าหลายคนไม่เข้าใจว่าระบบเศรษฐกิจนี้ทำงานอย่างไรกันแน่ ระบบเศรษฐกิจที่ว่านี้ก็คือระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่เราคุ้นเคยกันนั่นเองหลายคนมีการโจมตีระบบเศรษฐกิจนี้ว่าเป็นระบบที่เน้นที่เงินทุนใครมีทุนหนาใครมือยาวก็สาวได้สาวเอาปิดโอกาสไม่ให้คนอื่นได้ลืมตาอ้าปากแต่กระนั้น ระบบเศรษฐกิจนี้ก็เป็นระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้คนได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากยกระดับฐานะของตัวเองได้เช่นเดียวกัน แล้วเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นที่ระบบเศรษฐกิจเดียวกันนี้สามารถก่อให้เกิดผลกระทบที่ตรงกันข้ามกันได้อย่างสิ้นเชิงเลย

ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม นั้นเป็นระบบที่ผู้ประกอบการต่าง ๆ มีความต้องการในการสร้างกำไรโดยที่มีความคาดหวังว่าจะสามารถนำกำไรที่ได้จากการขายสินค้าและบริการนั้นมาใช้เพื่อบริโภคและเสริมสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองและครอบครัว การสร้างกำไรของธุรกิจนั้นย่อมเกิดมาจากการสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภคโดยที่เจ้าของจะมีส่วนได้ส่วนเสียและเป็นผู้รับผิดชอบในกระบวนการต่าง ๆ ทั้งหมดถ้าหากเงินทุนที่ตัวเองนั้นนำมาลงไปกับธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จก็ทำให้เงินทุนนั้นหายไปแต่ถ้านำเงินทุนมาลงทุนในกิจการที่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างคุณค่าตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีก็ย่อมทำให้เงินลงทุนนั้นเพิ่มมากขึ้น จึงถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้อให้กับคนที่มีต้นทุนไม่ว่าจะด้านเงินทองหรือความสามารถก็ตามถ้ามีเงินทุนและแนวคิดที่ดีที่จะสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้ก็ย่อมประสบความสำเร็จได้ในที่สุดซึ่งความประสบความสำเร็จนี้ก็จะตกไปอยู่กับเจ้าของทุนนั่นเองซึ่งต่างกับระบบเศรษฐกิจแบบอื่น ๆ ที่มีโครงสร้างของความเป็นเจ้าของของทุนและแรงงานที่แตกต่างจากระบบนี้ซึ่งในระบบนี้นั้นเมื่อต่างคนต่างหวังผลกำไรก็ย่อมก่อให้เกิดการแข่งขันกันขึ้นเพราะว่าทรัพยากรบนโลกนี้นั้นมีจำกัดถ้าหากสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่าลูกค้าก็ย่อมไปเลือกซื้อสินค้าหรือใช้บริการกับเจ้าที่ดีกว่าจึงทำให้เกิดการพัฒนาจากการแข่งขันในตลาดนั่นเองแต่ประเด็นก็คือในบางครั้งที่อุตสาหกรรมมีผู้เล่นไม่มากนักและมีผู้เล่นรายใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลาและมีเงินทุนสะสมเพื่อนำไปพัฒนาในกิจการต่อไปอย่างมหาศาลได้นั้นก็ย่อมเป็นการทำให้คู่แข่งรายเล็ก ๆ มีอำนาจในการต่อกรได้น้อยลงจึงเป็นที่มาของการโจมตีระบบเศรษฐกิจนี้ว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นที่ทุนเหมือนในชื่อว่าทุนนิยมนั่นเอง ซึ่งในระบบเศรษฐกิจนี้นั้นก็มีกลไกที่สามารถช่วยเหลือให้กับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงกว่าคนอื่น ๆ กล่าวก็คือถ้าหากใครทำได้ดีก็จะดียิ่ง ๆ ขึ้นไปถ้าหากใครทำได้ไม่ดีก็จะถูกกลืนกินหรือต้องล้มหายตายจากไปนั่นเอง

ในเมื่อระบบเศรษฐกิจนี้นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียแล้วระบบไหนถึงจะดีที่สุดที่จะสามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าโดยที่ไม่มีการทำลายคู่แข่งให้ไม่มีโอกาสในการต่อกรกับผู้เล่นรายใหญ่ได้? ก็คงต้องพูดถึงเรื่องของความยั่งยืนในการสร้างกำไรนั้นเองเพราะว่าธุรกิจนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าอยู่บนพื้นฐานของความไม่แน่นอนเมื่อมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นแล้วหากมีโอกาสธุรกิจก็ย่อมต้องไขว่คว้าไว้เพื่อตัดตัวให้ได้มากที่สุดในช่วงที่มีโอกาสอยู่เพื่อที่จะสะสมเป็นเงินทุนรอนเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นกับธุรกิจแต่กระนั้นธุรกิจต่าง ๆ ก็ไม่ควรที่จะตักตวงผลประโยชน์โดยที่ไม่ได้สร้างคุณค่าอื่นใดนอกเหนือจากการเสริมสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างเดียวธุรกิจยังต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามทั้งในและนอกบริษัทเพื่อที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทใดมากที่สุดจึงขอเรียกแนวคิดระบบเศรษฐกิจที่มีความเอื้อเฟื้อบนการแข่งขันนี้ว่าธรรมคู่ทุน 

แนวคิดเศรษฐกิจธรรมคู่ทุนนี้ อยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันในการสร้างคุณค่าตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุดแต่ก็ยังต้องคำนึงถึงสังคมโดยรวมด้วยเพราะว่าก็คงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าหากองค์กรหรือบริษัทต่างๆมีความเจริญเติบโตบนพื้นฐานทางสังคมที่ไม่แข็งแกร่งการมีการส่งเสริมให้คนในองค์กรหรือภายนอกองค์กรได้มีความรู้ความคิดสร้างสรรค์ความกล้าในการริเริ่มต่อยอดองค์กรออกไปเพื่อสร้างคุณค่าแบบใหม่ ๆ นั้นก็ย่อมทำให้สังคมโดยรวมมีความร่มเย็นมากขึ้นการบริหารกิจการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงคนอื่นเป็นการเอาใจเขามาใส่เราเช่นนี้นั้นจึงถือว่าเป็นการบริหารด้วยแนวคิดทุนนิยมที่มีธรรมะเพราะถ้าเราเน้นที่การสะสมเงินทุนอย่างเดียวก็อาจจะก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่มีการเอารัดเอาเปรียบคนอื่นเพื่อช่วงชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นมาซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการและผู้บริหารรวมทั้งคนในองค์กรที่จะคิดและสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาให้ดีที่สุดเพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนในสังคมโดยรวมโอกาสมอบโอกาสให้กับคนอื่นนั้นย่อมจะทำให้องค์กรมีความแข็งแกร่งมากขึ้นโดยเฉพาะกับการสร้างทรัพยากรบุคคลขึ้นมาเพราะทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันในการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งในอนาคตรวมไปถึงสังคมที่อยู่กันอย่างสงบสุขเพราะว่าไม่ต้องแก่งแย่งชิงดี บนทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจํากัดแต่เป็นการขยายโอกาสและสร้างทรัพยากรใหม่ ๆ หรือวิธีการจัดการทรัพยากรแบบใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มนุษย์เราทุกคนนั้นมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ก็เพราะมี ความหวัง ถ้าหากไม่มีความหวังแล้วก็คงไม่มีเหตุผลอะไรในการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ระบบเศรษฐกิจนั้นก็มีความสำคัญในการสร้างความหวังตรงนี้เช่นเดียวกันเพราะว่าทุนนิยมที่มีธรรมะควบคู่ไปด้วยกันนั้นจะเป็นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นซึ่งจะส่งผลดีโดยรวมต่อทั้งตัวบริษัทเองการแข่งขันในตลาดและสังคมโดยรวมอีกด้วย 

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.