ถูกรัก เรารัก…

0
5

เดือนที่เขียนบทความฉบับนี้ เป็นเดือนแห่งความรัก วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันแห่งความรัก ซึ่งปีนี้ไม่ค่อยมีผู้นึกถึงสักเท่าใด ด้วยเหตุผลภาวะทางเศรษฐกิจ ภาวะสังคมจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ฝ่ายรัฐบาลและนักการเมืองก็วุ่นวายกับม๊อบเรื้อรัง และการซักฟอกไม่ไว้วางใจภายในสภา สิ่งที่ผู้เขียนทำจนเป็นนิสัย แม้ว่าจะสะดวกไม่สะดวกก็ต้องทำ คือส่งมอบช่อดอกไม้ให้กับภรรยา ทำเช่นนี้มามากกว่าสี่สิบปีแล้ว แม้ว่าเราต้องแยกกันอยู่ภรรยากับลูกอยู่เชียงใหม่ ผู้เขียนทำงานอยู่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังหาวิธีส่งช่อดอกไม้ให้กับภรรยาและลูก รวมทั้งข้อความแสดงถึงความรักที่มีต่อกัน “ไม่ใช่คำสอนในศาสนา ไม่ใช่เรื่องของนักจิตวิทยา ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง แต่มันคือความรู้สึกง่าย ๆ ที่เรียกว่า “รัก” เรารัก เราถูกรัก นั่นก็คือเรายังมีคนที่เรารัก และเราถูกรัก…เราต้องอยู่…เพราะมีคนที่ยังเราเราอยู่

ศาสตราจารย์ผู้เกษียณอายุราชการการท่านหนึ่ง ใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายชีวิตอยู่กับภรรยาเฒ่าอย่างมีความสุข มีลูกสาวคนเดียวจบปริญญาเอกเหมือนกันและทำงานอยู่ต่างประเทศ ทำให้บิดากับมารดาอยู่ด้วยกันสองคนตายาย แต่ก็มีความสุข ไม่มีเรื่องทะเลาะขัดแย้ง ไม่มีเรื่องชู้สาวนอกใจให้หญิงอื่น และกับลูกสาวก็คุยกันทางเฟสเป็นประจำ เป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยความรัก

ตื่นเช้าก็ไปตลาดจับจ่ายซื้ออาหารสด เพื่อนำมาทำอาหารกินกันสองคนคนตายาย บ่ายคล้อยออกไปดื่มชากาแฟสังสรรค์กับเพื่อนบ้านตามร้านค้าที่คุ้นเคยใกล้ ๆ บ้าน หลังอาหารเย็น สองผู้เฒ่าก็นั่งดูทีวีอ่านนิตยสาร และเฟสคุยกับลูกสาว รวมทั้งดูรูปภาพที่ลูกสาวส่งมาให้ทางไลน์เสมอ ๆ

แต่ชีวิตคนก็หนีกฎของชีวิตไปไม่พ้น เช้าวันหนึ่ง หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์ลุกขึ้นตื่นนอน นอนทาบกับผ้าปูที่นอน ผ้าปูที่นอนชื้นด้วยน้ำ “แม่..เธอฉี่รดที่นอนหรือ” เขาเอ่ยหยอกภรรยาเฒ่า แต่..เงียบ ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับของภรรยา…ด้วยอายุไข ภรรยาเสียชีวิตอย่างสงบ น่าจะเป็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มันเป็นความทรมานมาก เมื่อคนที่รักที่สุดต้องมาจากไป แล้วจะอยู่อย่างไร ชีวิตเหมือนขาดลมหายใจเหมือนกัน

เพื่อนบ้านปลอบใจ “อย่าโศกเศร้าเสียใจเลยครับอาจารย์ ท่านไปในที่ดีที่สุดแล้ว”…….ส่วนลูกศิษย์เอ่ย “ให้ผมมานอนเป็นเพื่อนอาจารย์ไหมครับ โรจและวีนาก็จะมาด้วยครับ”

คำปลอบประโลมใจที่เพื่อนบ้านและเหล่าลูกศิษย์กล่าว ด้วยความปรารถนาดีและความห่วงใย หาทำให้ศาสตราจารย์แสดงความรู้สึกในใจออกมา เขายังคงสงบนิ่ง ปฏิเสธด้วยใบหน้าเรียบเฉย เงียบขรึม ไม่ร่าเริงเหมือนก่อนการเสียชีวิตของภรรยา ซึ่งมีแต่ใบหน้ายิ้มแย้มร่าเริงและมีความสุข

คืนหนึ่ง…..เขาเขียนจดหมายยืดยาวถึงลูกสาวคนเดียวของเขา ลูกไม่ได้มาร่วมงานฌาปนกิจคุณแม่เพราะอยู่อเมริกา ไม่สามารถลางานได้ด้วยหน้าที่การงานสำคัญทำให้มาสามารถกลับมาส่งคุณแม่ได้ทัน เขาเขียนจดหมายหาลูกเสร็จแล้ว ศาตราจารย์หยิบจดหมายที่ผนึกใส่ซอง ขึ้นมาจูบเอ่ย “ลาก่อนลูกรัก”

วางจดหมายไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอน แล้วหยิบขวดยานอนหลับขึ้นมาข้าง ๆ ขวดยามีรูปถ่ายภรรยา ดูเหมือนว่าภรรยายิ้มให้เขา……บัดดลมีเสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่หัวเตียงดังขึ้น “พ่อคะ ตอนนี้หนูอยู่สนามบินแล้วค่ะ เจ้านายท่านใจดีให้หนูลาพักร้อนได้หนึ่งเดือนเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อ อีกครึ่งชั่วโมงคงถึงบ้านเรานะคะ หนูรักพ่อนะคะ”

ศาตราจารย์เล่าเรื่องให้ลูกศิษย์ที่มาเยี่ยมฟัง เสร็จแล้วยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม เขาถามลูกศิษย์” คุณรู้ไหมว่าอะไรทำให้คนเลิกคิดฆ่าตัวตาย “ลูกศิษย์เงียบ ยังหาคำตอบไม่ได้ ศาตราจารย์ตอบว่า” เพราะเขาได้รู้ว่า ยังมีคนที่รักเขาอยู่ เขาถูกรัก”

ที่มีการฆ่าหรือทำร้ายกัน เพราะขณะนั้นขาดความรัก และเข้าใจว่าคนที่ตนทำร้ายก็ไม่รัก แต่ตรงกันข้ามคือเกลียดกัน สามีภรรยาหย่าจากกันก็ด้วยเหตุผลเดียวคือ เลิกรัก และไม่ถูกรัก แต่ตรงกันข้าม ถ้ายังรักกันอยู่ก็จะไม่ตัดสินใจรุนแรงอย่างนั้น การอยู่ด้วยกันต้องอยู่ด้วยความรัก รักแบบสามีภรรยา รักแบบบุพการีกับบุตร รักแบบญาติผู้ใหญ่กับหลานเหลน รักแบบเพื่อนร่วมงานในสำนักงาน ในองค์กรเดียวกัน รักแบบครูกับศิษย์ ต้องรัก และต้องรักให้ถูกรูปแบบ เมื่อผิดรูปแบบก็มีปัญหา เช่น รักของครูกับศิษย์เปลี่ยนเป็นรักฉันท์สามีภรรยาชู้สาว ถ้าเป็นรักแบบถูกวิธีถูกรูปแบบ อานุภาพของความรักก็จะมหาศาล และเกิดความสุขอย่างไร้ขอบเขต เป็นมหัศจรรย์ของความรัก เป็นความรักที่สวยงามและให้คุณค่ากับชีวิต เหมือนโคลงโลกนิติที่สมัยเป็นนักเรียนท่องจำกัน ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยกเลิกหรือยัง อ่านแล้วทึ่งมาก ลึกซึ้งกับความรัก

รักกันอยู่ขอบฟ้า เขาเขียว

เสมออยู่หอแห่งเดียว ร่วมห้อง

ชังกันบ่แลเหลียว ตาต่อ กันนา

เหมือนภูเขามาป้อง ป่าไม้ มาบัง

วันแห่งความรักในต่างประเทศ ทางยุโรปเรียกว่าวันวาเลนไทน์ เป็นชื่อบุคคล อิตาลี่เรียกว่านักบุญวาเลนติโน่ อังกฤษเรียก นักบุญวาเลนไทน์ เป็นนักบุญของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ถ้าเทียบพุทธศาสนาก็คงคล้ายเกจิอาจารย์ เกิดปี ค.ศ.226 เสียชีวิตวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.269 โดยถูกประหารชีวิตในสมัยจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 ในข้อหาปฏิบัติตนกระด้างกระเดื่องเป็นขบถ เนื่องจากช่วงนั้นมีสงคราม พระเจ้าแผ่นดินจึงออกกฎห้ามหญิงชายแต่งงานกัน เนื่องจากต้องการให้ผู้ชายไปเป็นทหารรับใช้ประเทศในยามสงคราม แต่นักบุญวาเลนไทน์ซึ่งเป็นนักบวช ถ้าชายหญิงจะอยู่ร่วมกันต้องเข้าพิธีกรรมทางศาสนา นักบุญเราตัดสินใจทำพิธีแต่งงานให้ ท่านถูกจับและจองจำในคุก ต่อมาก็นักบุญก็ยังทำพิธีอีก หากผู้มาเยี่ยมมาหาและขอให้ทำพิธีให้ ท่านก็ทำพิธีให้ จึงถูกตัดสินประหารชีวิต โลกก็เลยนำชื่อนักบุญและวันมรณะของนักบุญเป็นวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นสัญญาณแห่งความรัก และประเทศไทยก็เลยใช้วันนี้เป็นวันแสดงความรักบริสุทธิ์ใสสะอาด ชื่อวันแห่งความรัก

ให้เรารักกันในครอบครัว รักกันฉันท์สามีภรรยา รักฉันท์บุพการีกับบุตร รักกันฉันท์เพื่อนร่วมงาน รักกันฉันท์ครูกับนักเรียน ฯลฯ ไม่ใช่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์วันเดียว แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ แล้วความรักจะสร้างความสุขให้กับเราและคนรอบข้าง เป็นความสุขบริสุทธิ์สะอาดหาใดเปรียบได้ครับ.

วันนี้และทุกวัน ท่านแสดงความรักกับคนรอบ ๆ ตัวท่าน ตามสถานะแล้วหรือยังครับ

โรจ  ว่องประเสริฐ
Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.