งานสมดุลแห่งชีวิต

0
8

นอกจากชีวิตของเราแต่ละคน  เริ่มจากการชีวิตส่วนตัวแล้ว  โลกกำหนดให้เรามีคู่ชีวิตเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม  ควบคู่กับชีวิตส่วนตัว  ซึ่งหมายถึงการมีคู่ครอง  การมีคู่ครองก็เป็นเรื่องสำคัญทั้งความจำเป็นต้องมี  รวมทั้งการเลือกคู่ครองที่เหมาะสมกับตนเอง  เลือกผิดชีวิตครอบครัวก็จะมีปัญหา “ เลือกผิดชีวิตจะพังทลาย”  หลายคนไม่ได้คิดเรื่องนี้  มองเป็นเรื่องสนุกสนาน  คึกคะนองตามวัย  เป็นต้น วัยรุ่นที่คิดเพียงความสนุก  ความต้องการทางเพศ  มากกว่าที่จะคิดไตร่ตรองหาคู่ครองที่เหมาะสม  เพราะจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันถึงสี่สิบห้าสิบปี บ้างก็เข้าตำรารักแท้แพ้ใกล้ชิด  พออยู่ ๆ กันไป  ชีวิตคู่ไปไม่รอด  ต้องเลิกลาหย่าร้าง  บางคนสร้างปัญหาไปถึงลูก ๆ  ที่ต้องถูกพรากพ่อหรือพรากแม่  บางคู่จากรักมากเป็นเกลียดมาก  ถึงกับทำร้ายกัน  ฆ่ากันก็มี  ดังที่เราได้พบเห็นเป็นข่าวในปัจจุบัน

แต่บทความนี้จะไม่ได้พูดเรื่องคู่ครอง ซึ่งถือ เป็นจงเตรียมพร้อมกับความไม่แน่นอนสมดุลของชีวิต  ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ชีวิตขาดไม่ได้  เป็นการสร้างสมดุลของชีวิตอีกด้านหนึ่ง   ก็คือการทำงาน  บางครั้งก็เรียกว่าวิชาชีพ  บางขณะก็เรียกว่าอาชีพ  แล้วจริง ๆ เรียกอะไร

งาน  เป็นคำรวม ๆ ทำงานสวน  ทำงานบ้าน  ทำงานโรงแรม  ทำงานช่วยสังคม  ทำงานจิตอาษา ทำธุรกิจส่วนตัว  ทำงานการเมือง ฯลฯ

อาชีพ  ประเด็นก็คือมีค่าตอบแทน  ค่าตอบแทนจากคนอื่นจากงานที่เราได้ทำให้ผู้บริโภค  โดยใช้ความรู้ความสามารถความชำนาญส่วนตัวเป็นหลัก  ใช้ความถนัด  ใช้ประสบการณ์มากกว่า  บางท่านก็เป็นการสืบทอดจากบรรพบุรุษ

วิชาชีพ  เป็นการสนธิระหว่างอาชีพบวกวิชาชีพ  คือ  มีการศึกษา  มีวิชาการ  มีการอบรม ใช้สติปัญญามากกว่าการใช้แรงงานหรือกำลังกาย  มีผู้เกี่ยวข้อง  เป็นกลุ่มวิชาชีพ  เป็นสมาคมวิชาชีพ  มีจรรยาบรรณเป็นแนวทางให้เกิดการปฏิบัติอย่างเหมาะสม

ชีวิตการงานจะสมดุลต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ ได้แก่

  1. What you love.   เลือกงานที่เรารัก
  2. What  you good at. เลือกงานที่เราเก่ง
  3. What  the  world  need.  เลือกงานที่โลกต้องการ  โลกจำเป็นต้องใช้เรา
  4. What  others  pay  for  you.  งานที่ผู้บริโภคพร้อมจะจ่ายค่าจ้างให้เรา 

ทั้งสี่ประการ  เขารวมเรียกว่า “ Professional ” หรือมืออาชีพ  ถ้าข้อ 1+ 2 รวมเป็น  passion  คือปณิธาน ถ้าข้อ 1+ 2 + 3  เป็น Mission  คือ พันธกิจ บางครั้งเราจะพบว่า  บางคนเลือกงานตามที่คนอื่นต้องการ  ไม่ได้เลือกตามที่ชีวิตเราต้องการ  แล้วเราอาจจะพูดว่า  “ ฉันเสียดายที่ไม่ได้ใช้ชีวิตนี้ทำงานเพื่อตนเองตามความต้องการ  แต่ต้องทำตามที่คนอื่นต้องการ ”  ดังนั้น  ถามตนเองก่อนจะเลือกงาน  เป็นต้น คนที่จบการศึกษามาใหม่ ๆ  อย่าเพียงแต่คิด  ว่าพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ต้องการอย่างไร  หรือ  อะไรก็ได้ขอให้มีงานทำ ซึ่งพอทำ ๆ ไป  ชีวิตกลับไม่มีความสุข  เข้าตำรา  “เลือกงานผิดชีวิตจะพังทลาย”  เหมือนกัน  ชีวิตที่สมดุลจำต้องมีคู่ชีวิตที่ดี  และมีงานที่ทำให้เราเกิดความสุข

ถึงกระนั้น  หากได้หรือจำใจเลือกงานไปแล้ว  ไม่เข้าหลักสี่ประการข้างต้น  ก็ต้องเลือกสองทาง   ระหว่างเปลี่ยนงานให้ได้ตามหลักสี่ประการ  หรือไม่ก็ต้อง เรียนรู้  อยู่กับงานนั้นให้ได้  “ ถ้าแสงสว่างยังไม่มี  ก็ต้องเป็นเพื่อนที่ดีกับความมืด “ อย่างว่าแหละ  งานเดี๋ยวนี้หายาก  จะเอาถูกใจเสียทุกอย่าง ก็คงตกงาน  ไม่ได้งานทำกันพอดี”

ที่สำคัญ  การตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญ  อย่าติดอยู่กับการลังเล  หรือการรอ  เพราะเวลาที่ผ่านไปแล้ว  ไม่มีหวนกลับ  จะชดเชย  จะเพิ่มเติมไม่ได้  การทำงานจึงต้องเริ่มทำทันที  อย่ารอ…..บางคนบอกว่ารอให้เก่งก่อนแล้วจะทำ  ต้องทำเลย  แล้วความเก่งจะตามมา…….อย่ารอเวทีพร้อม  แล้วจึงจะซ้อม  แต่ต้องซ้อมก่อนขึ้นเวที  พอเวทีพร้อมเราก็แสดงเลย……….อย่ารอ  ว่าสำเร็จแล้วจึงจะลงมือ  ลงมือเลยด้วยความมั่นใจว่าเราจะสำเร็จ…….อย่ารอให้แข็งแรง  แล้วจึงออกกำลังกาย  ต้องออกกำลังกายก่อนแล้วจึงจะแข็งแรง…….เหมือนกัน  อย่าให้มีเงินเหลือแล้ว  จึงจะออม  แต่ต้องเริ่มวางแผนทางการเงิน  ปันส่วนที่จะเก็บออม  แล้วจึงจะมีเงินเหลือ 

เมื่อเราได้งานที่ดี  งานที่เราชอบแล้ว  ต้องรักษาให้ดีด้วย  การรักษางานไว้  ทำให้นึกถึงปาฐกถาของสตีฟ จอฟฟ์  ที่กล่าวไว้ว่า   “Stay  Hungry , and  stay  foolish ”  “  อยู่อย่างกระหาย  และใฝ่รู้ ” ต้องพัฒนาความรู้และความสามารถใหดียิ่งขึ้น  และต้องยึดมั่นในจริยธรรมของวิชาชีพ  ในเรื่องนี้  ผมมีกลอนบทหนึ่ง อาจารย์ไตรมาส แผ้วประยูร ปรมาจารย์งานประกันชีวิต  ได้มอบให้ผมยึดปฏิบัติตั้งแต่เริ่มงานประกันชีวิตใหม่ ๆ นับว่านานมาแล้วมากกว่าห้าสิบปี  ซึ่งผมก็ท่องจำและเตือนตนเองเสมอมา  ซึ่งนับว่ายังทันสมัยทันยุคถึงปัจจุบัน

งานจะดีมีค่าถ้ารู้หลัก  

หนึ่ง ต้องจักสนใจใฝ่ศึกษา
สอง ต้องขยันหมั่นทำและนำพา
สาม ต้องกล้ารับผิดชอบระบอบงาน
สี่     ต้องเคารพต่อผู้อยู่เหนือชั้น
ห้า   ต้องไม่รั้นต่อวินัยข้อไขขาน
หก   ยึดมั่นจรรยาบรรณตลอดกาล

             ถ้าหากเราได้ทำจะจำเริญ.

โรจ  ว่องประเสริฐ
Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.