หลังจากที่ไทยมีข่าวประกาศมาว่า GDP ลดต่ำกว่า 14% ในไตรมาสสอง ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักยิ่งกว่าก็คงหนีไม่พ้นสหราชอาณาจักร.เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรได้ประกาศอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับภาวะถดถอยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตทางการเงินในปี 2551 #เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้ประเทศตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

ตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ได้ลดลงในช่วงสามเดือนถึง 21%โดยรัฐบาลอังกฤษพยายามสร้างสมดุลระหว่างการผ่อนคลายการล็อคดาวน์พื้นที่ กับการพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม เพราะมีความจำเป็นต้องป้องกันการระบาดในระลอกที่สองก่อนที่จะเกิดขึ้น หลังจาก 4 เดือนของในการควบคุมโรคระบาดที่ผ่านมานั้น จำนวน บริษัท ที่มีปัญหาทางการเงินเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย และอัตราผู้ว่างงานนั้นเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สหรัฐฯ และเขตยูโรโซนได้ยืนยันแล้วว่ากำลังอยู่ในภาวะถดถอย เนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับภาวะตกต่ำอย่างรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในทศวรรษที่ 1930 อย่างไรก็ตามจีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดได้หลุดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย #โดยสามารถกลับมาเติบโตในไตรมาสที่สอง

ธนาคารแห่งอังกฤษกล่าวว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดอาจจะดูรุนแรงน้อยกว่าที่กลัวกันในตอนแรก แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นจะใช้เวลานานกว่า นอกจากนี้ยังเตือนเพิ่มว่าจะเกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ระวังการว่างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว‼

แต่ก็มีการคาดการณ์ว่า GDP จะเพิ่มขึ้น 8% ในเดือนนี้ เนื่องจากโรงงานเริ่มกลับมาผลิตได้อีกครั้ง รวมถึงการเปิดร้านค้าเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค

แม้เศรษฐกิจดูเหมือนจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง แต่อัตราคนว่างงานก็เริ่มสูงขึ้น เนื่องจากรัฐบาลปรับลดโครงการอุดหนุนค่าจ้างของแรงงาน ในขณะที่ความต้องการในภาคอุตสาหกรรมสินค้าและบริการ ได้รับผลกระทบหนัก และยังอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนการระบาดอย่างมีนัยสำคัญ

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here