กรณีศึกษาการบินไทย

ในขณะนี้ทุกคนคงได้ยินข่าวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่า #สายการบินไทยกำลังเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ หลังจากมีภาระหนี้สินอยู่ถึง 352,484 ล้านบาท แต่มีทรัพย์สินอยู่ที่ 256,665 ล้านบาท บริษัทกำลังเผชิญกับปัญหาอย่างหนักในเรื่องของการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาชุดต่างๆเข้ามาทำแผนฟื้นฟูกิจการ

“กินโต๊ะ “การบินไทย” ที่ปรึกษาบ้าเลือด เสียค่าโง่จ้างอีวายทำแผนฟื้นฟู (ฐานเศรษฐกิจ, 14 ก.ค. 2020) ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการจ้างอีวาย ประเทศไทย ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย ทำให้อีวาย ไม่สามารถทำร่างแผนฟื้นฟูได้ และมีการผลักดันให้อีวาย ต่างประเทศ ที่มีประสบ การณ์ในการฟื้นฟูสายการบิน เข้ามาร่วมทำแผน แต่จะขอเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มทางออกในเรื่องนี้ #จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการจ้างที่ปรึกษาเพิ่มอีกหนึ่งราย#เพราะคนที่เป็นคู่สัญญากับการบินไทยทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่การบินไทย จ่ายค่าจ้างให้ไปร่วม 20 ล้านบาท และก็ไปเอาผิดอีวาย ประเทศไทย ก็ไม่ได้ เพราะอีวาย ยืนยันว่าทำงานตามกรอบการจ้างที่ระบุไว้ในสัญญา และอีวาย จะเริ่มทำงานในวันที่ 17 ส.ค.ในวันที่หากศาลสั่งให้การบินไทยเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟู แต่ในทางปฏิบัติถ้าอีวาย จนถึงวันนี้ยังไม่เริ่มทำเค้าโครงแผนฟื้นฟูทางคณะผู้ทำแผนฟื้นฟูจะนำแผนที่ไหนไปเสนอแก่ศาลดังนั้นทางออกในเรื่องนี้ในวันนี้ จึงมี 2 ทาง ทางที่ 1 คือ ต้องจ้างเพิ่ม ทางฟินันซ่า ก็ผลักดันเสนอให้บอร์ดอนุมัติงบอีก 100 ล้านบาท เพื่อไปจ้างบริษัท Seabury ให้มาเป็นที่ปรึกษาเพิ่มในการทำแผนฟื้นฟู แทนอีวาย ที่ไม่ได้ทำอะไร

ซึ่งในที่ประชุม โดยเฉพาะนายพีระพันธุ์ มองว่าราคาแพงเกินไปโดยเฉพาะมีค่าคิดบริการเพิ่มอีก 5 % ทำแผน 7 ปี บริษัทนี้จะได้เงินไปกว่า 5-6 พันล้านบาท และจะไปอธิบายต่อสังคมได้อย่างไรว่าระหว่าง Seabury กับอีวาย ที่การบินไทย ประกาศออกไปแล้วว่าอีวาย เป็นทีมทำแผนฟื้นฟูการบินไทย และนอกจาก Seabury ก็ยังมี บริษัทแมคคินซีย์ แอนด์ โค (ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินระดับโลก) สนใจเสนอราคามา 35 ล้านบาทแต่ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด เพราะเป็นเดือนมิ.ย.แล้ว ที่ประชุมจึงให้มีการไปเสนอราคามาใหม่ โดยหลังจากการทบทวนราคา Seabury เสนอราคาลดเหลือ 80 ล้านบาท ส่วนแมคคินซีย์ เสนอราคามา 17.5 ล้านบาท ซึ่งด้วยราคาที่แม็คเค็นซี่ เสนอมาถูกกว่าห่างกันร่วม 62 ล้านบาท ประกอบกับแมคคินซีย์ เคยทำแผนฟื้นฟูให้อเมริกัน แอร์ไลน์ และไออาร์พีซี รวมถึงการเขียนแผนมาดี อาทิ ปัญหาการบินไทยคืออะไร ฝูงบินการบินไทยเป็นอย่างไร ต้องทำอย่างไร เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมก็เลยเลือกแมคคินซีย์”บางคนคิดว่าการจ้างบริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจ จะสามารถสร้างประโยชน์ได้มากจากเงินจำนวนมหาศาลที่เสียไป

แต่จริงๆแล้ว บริษัทให้คำปรึกษาเหล่านี้อาจจะช่วยเหลือได้เพียงบางมุมเท่านั้น คนให้คำปรึกษาที่ให้คำแนะนำแบบกว้าง ๆ ไหนเลยจะมีความเชี่ยวชาญเทียบเท่าคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมมานาน ถ้าหากจ้างที่ปรึกษาแล้วทำให้บริษัทไปต่อได้จริงราวกับพลิกฝ่ามือ ก็คงไม่ต้องปั้นคนภายในกันแล้ว จ้างบริษัทเหล่านี้มาบริหารเลยจะง่ายกว่า #เมื่อแนวคิดไม่ตรงกับโลกความจริงเช่นนี้ จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงองค์กรไม่ไปไหน นอกจากนี้องค์กรให้คำปรึกษาทั้งหลายจริง ๆ แล้ว มีจุดมุ่งหมายรองแอบแฝงคือการเป็นนโยบายประกันของบอร์ดบริหาร เพราะโดยปกติแล้วองค์กรที่จะจ้างบริษัทให้คำปรึกษาเหล่านี้ได้ต้องเป็นองค์กรใหญ่ บอร์ดบริหารต้องรับแรงกดดันมากในการตอบคำถามผู้ถือหุ้น

ดังนั้นในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ก็ถือว่ามีเหตุผลมาก ๆ ในการจ้างที่ปรึกษามาเพื่ออ้างกับนักลงทุนได้ว่า “ที่ฝ่ายบริหารตัดสินใจในเรื่องใด ๆ ไปนั่นก็เพราะได้ผ่านการคิดและได้รับคำแนะนำจากบริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจแล้ว (ดังนั้นจะปลดออกง่าย ๆ ไม่ได้นะ)”#ถ้าการบินไทยจะรอดได้ก็ควรใส่ใจกับผู้บริโภค คนที่เป็นลูกค้าจริงๆของการบินไทย ไม่ใช่ไปเอาอกเอาใจเอเยนต์ที่รับตั๋วการบินไทยไปขายต่อทำกำไรมหาศาลอีกรอบหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่การบินไทยก็ไม่ได้ประโยชน์จากยอดขายตรงนี้แถมซ้ำร้ายเอเยนต์ไปบวกราคาจนแพงเกินไป ยิ่งสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันเข้าไปอีก นอกจากนี้ยังไม่รวมการคอรัปชั่นในองค์กรที่ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับต่างชาติทั้ง ๆ ที่มีความได้เปรียบอยู่ไม่น้อยอีกด้วย#ดังนั้นการบินไทยต้องกลับมาใส่ใจหัวใจของธุรกิจจริงๆ ซึ่งก็คือ ลูกค้านั่นเองเพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กรให้กลับมาเป็นองค์กรแห่งชาติที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here