9 ข้อผิดพลาดในการสมัครงานท่ามกลางการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส

0
5504


เรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤตแบบสุด ๆ ไปเลยนะคะ ก็การระบาดของโคโรนาไวรัสไม่ได้ทำให้มีอาการป่วยอย่างเดียว แต่ยังทำให้หลาย ๆ คนตกงานอีกด้วย เพราะกิจการต่าง ๆ พากันปิดตัวชั่วคราว หรือบางที่หนัก ๆ เลย ก็ปิดตัวถาวร พนักงานถูกปลด ตกงานกันเป็นแถบ เดือดร้อนกันถ้วนหน้า

ทีนี้พอถูกให้ออกจากงาน ในขณะที่ชีวิตยังต้องดำเนินต่อ แต่ไม่มีเงินที่จะมาเลี้ยงปากท้อง ก็เลยต้องเร่งหางานใหม่กันสุดฤทธิ์ แล้วความที่รีบหางานเพราะอยากได้งานอยากได้เงินมาใช้ในการดำเนินชีวิตนี่แหละค่ะ มันจะทำให้เรามีข้อผิดพลาดจนทำให้ชวดงานได้ แล้วข้อผิดพลาดเหล่านั้นจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

1.ใช้วิธีการสมัครงานแบบเดิม ๆ
ด้วยความที่ตอนนี้หลาย ๆ บริษัท WFH ดังนั้นการสมัครงานก็จะไม่ใช่การเดินเข้าไปติดต่อที่สำนักงานโดยตรง หรือสัมภาษณ์งานตัวต่อตัว ผู้สมัครงานก็เลยใช้วิธีการส่งประวัติและข้อมูลส่วนตัวแบบย่อ ๆ ไปทางอีเมล ซึ่งวิธีเดิม ๆ แบบนี้ใคร ๆ ก็ใช้กัน และมันไม่ได้ทำให้ HR เห็นความโดดเด่นของเราเลย ฉะนั้นเนี่ย ลองสร้างความแตกต่างอาจจะด้วยการส่งคลิปวิดีโอสั้น ๆ เพื่อแนะนำตัวหรือพรีเซนต์ผลงานของตัวเอง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ HR หรือนายจ้างเขาเห็นความสามารถของเราแบบเป็นรูปธรรมมากขึ้น

2.การต่อสู้ทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
ช่วงนี้นอกจากเราจะ WFH ผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แล้ว การสัมภาษณ์งานก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน ดังนั้นถ้าใครที่มีการสัมภาษณ์งานผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ต้องรีบบบบบไปเคลียร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ดีเลย การสื่อสารจะได้เป็นไปอย่างราบรื่น แล้วก็อย่าลืมจัดแสง จัดฉาก เคลียร์พื้นที่บริเวณที่จะสัมภาษณ์ให้เรียบร้อย ไม่ใช่หนังสือวางระเกะระกะ และที่สำคัญแม้จะไม่ได้ออกไปข้างนอก แต่ก็ควรแต่งตัวให้ดูดี ไม่ใช่ตื่นมายังไงก็สัมภาษณ์กันในสภาพนั้น ถ้าเป็นแบบนี้บอกเลยว่า น้องไม่ใช่เดอะเฟซค่ะ!

3.สมัครทุกที่
แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากได้งานใหม่เร็ว ๆ เพราะตอนนี้เงินในบัญชีที่มีแบบเหลือ ๆ อะ มันเหลือไม่ถึง 300 แล้ววววว ฮืออออ ดังนั้น ถ้าอยากได้งานเร็วก็ต้องสมัครทิ้งไว้หลาย ๆ ที่ สมัครไปเลย ที่ไหนก็ได้ กี่ที่ก็ได้ ไว้เขาติดต่อกลับมาค่อยว่ากัน อ่า คุณคิดว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดใช่มั้ยคะ?…คุณคิดผิดค่ะ
การที่เราสมัครงานทิ้งไว้หลาย ๆ ที่เนี่ย มันทำให้เราไม่ได้เตรียมตัวสำหรับสัมภาษณ์งานใดงานหนึ่งอย่างจริงจัง เพราะงานที่เราสมัครไว้มันมีความหลากหลาย เรียกง่าย ๆ ก็คือสมัครไปมั่ว ๆ นั่นแหละ ทีนี้พอถึงเวลาสัมภาษณ์จริง ๆ ก็ตอบคำถามไม่ได้ เพราะไม่ได้เตรียมตัว จึงทำให้เราพลาดงานนี้ไปแทนที่จะได้งานใหม่เร็ว ๆ กลับกลายเป็นล่าช้ากว่าเดิม

4.คาดหวังเงินเดือนแบบเวอร์วัง
ใคร ๆ ก็อยากได้เงินเดือนสูง ๆ กันทั้งนั้นอะเนอะ แต่ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลกแบบนี้เราไม่ควรไปคาดหวังว่าจะได้เงินเดือนสูง เพราะเจ้าของกิจการเองก็ได้รับผลกระทบมากไม่แพ้กัน ดังนั้นเวลากรอกช่องเงินเดือนที่ต้องการก็เขียนให้เหมาะสมกับเนื้องานนิดนึง เอาแบบที่เราอยู่ได้ และนายจ้างก็สามารถให้ได้ เพราะถ้าเราใส่จำนวนไปเยอะ ๆ เขาไปเลือกคนที่ต้องการเงินเดือนน้อยกว่าไม่ดีกว่าเหรอ ฝากไว้ให้คิดดดดดดด

5.ขาดความเอาใจใส่
เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 อย่างรุนแรง ดังนั้นเราสามารถแสดงให้ HR หรือนายจ้างเห็นว่าเรารับรู้ถึงสภาวะวิกฤตนี้ ซึ่ง HR เขาต้องการผู้สมัครที่แสดงความสนใจอย่างแท้จริงในบริษัท และวิธีการที่บริษัทกำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ แต่ถ้าเราเอาแต่ความต้องการของตัวเองที่จะเข้าไปทำงานให้ได้ โดยไม่แสดงความใส่ใจต่อองค์กร มันก็เป็นคำตอบให้กับ HR แล้วว่าเราไม่นึกส่วนรวมเลยอะไรแบบนี้

6.ความยืดหยุ่น
ต้องบอกว่าการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสทำให้การทำงานในบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด ในขณะเดียวกันการรับสมัครพนักงานใหม่เขาก็ต้องเลือกพนักงานที่สามารถทำงานได้ตามเงื่อนไขที่เขากำหนด ดังนั้นเราในฐานะผู้สมัครงานจะไปยึดติดกับระบบงานแบบเดิมไม่ได้ เราต้องมีความยืดหยุ่น และปรับตัวไปกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าวด้วย

7.ความอดทน
เข้าใจนะคะว่าอยากได้งานใหม่เร็ว ๆ แต่คนที่สมัครงานมันก็ไม่ได้มีเราแค่คนเดียว ดังนั้นอดใจรอนะคะ ให้เวลา HR ได้อ่านประวัติของผู้สมัครงานนิดนึงเนอะ เพราะถ้าเราใจร้อนโทรถามตามจิก ส่งอีเมลไปซ้ำ ๆ มันยิ่งตอกย้ำว่าเราไม่มีความอดทน มันอาจทำให้เราถูกตัดออกจากกองมรดกไปอย่างง่ายดายเลยก็ได้

8.การแสดงออกมากเกินไป
ข้อควรระวังเวลาสัมภาษณ์งานก็คือ อย่าแสดงอาการว่าอยากได้งานมากเกินไป ด้วยการพูดถึงความต้องการทำงานมาก ๆ ในช่วง 2 – 3 นาทีแรกของการสนทนา เราควรทำให้เขาเห็นความสามารถของเราอย่างเต็มที่ เพื่อให้เขามั่นใจว่าถ้ารับเราเข้าทำงานแล้ว เราจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริษัทอย่างแน่นอนนนนนนนนน เออ อันนี้ก็เวอร์ไป ฮ่า ๆๆๆๆๆ

9.รอจนกว่าจะผ่านวิกฤต
บางคนอาจคิดว่ารอให้ช่วงวิกฤตนี้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยเริ่มสมัครงานใหม่ แต่จริง ๆ แล้วเราสามารถหางานได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะเราไม่รู้หรอกว่าโควิดจะหมดเมื่อไร แล้วเราต้องรอต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้เหรอ ไม่ได้ ๆ เพราะถึงยังไงช่วงนี้ก็ยังมีบริษัทรับสมัครพนักงานอยู่เหมือนกันนะคะ ดังนั้นก็ลองเข้าไปดูว่ามีงานไหนที่ตรงกับความสามารถ ความถนัดของเรา ก็สมัครดู และโชว์ผลงานเด่น ๆ ให้ HR เห็นไปเลยว่า คุณต้องเลือกชั้นนะ เพราะนอกจากชั้นจะมีความสามารถแล้ว ชั้นมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรของคุณด้วยนะ นี่! ถ้าทำได้แบบนี้ มงลงแน่นอนจ้าาาาา


อ่านจบแล้วลองเช็กกันดูนะคะว่าเราเป็นแบบ 9 ข้อนั้นหรือเปล่า สำหรับใครที่ช่วงนี้ยังไม่มีงานใหม่ทำก็ขอให้อดทนนะคะ แล้วก็สมัครงานในตำแหน่งที่เรามีความสามารถ อย่าไปสมัครทิ้งไว้มั่ว ๆ ล่ะ ที่สำคัญมันอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะได้งานใหม่ แต่ขอให้อดทนและเข้มแข็งไว้ เมื่อวิกฤตนี้ผ่านไปฟ้าจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ


อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.forbes.com/sites/josephliu/2020/04/20/recruiters-share-9-mistakes-job-seekers-are-making-amid-the-coronavirus-pandemic/#60cd9327ccba

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here