คำศัพท์ด้านการเงินแบบง่ายๆ ที่คนอยากมีบ้านที่ควรรู้

0
1122

เรื่องนึงที่ทำให้คนอยากมีบ้าน ต่างปวดหัวและงงไปตาม ๆ กัน คงหนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับคำศัพท์ด้านการเงิน เพราะหากคุณไม่ได้มีความรู้หรือประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน คงจะงุนงงกับตัวย่อทั้งหลายที่เป็นเหมือนกับรหัสลับและเข้าใจยาก วันนี้จะมาเปิดคลังคำศัพท์และตัวย่อ 6 คำที่คุณควรรู้ แล้วจะทำให้การซื้อบ้านกลายเป็นเรื่องเข้าใจง่ายขึ้นทันที

1. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)

หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่กำหนดเป็นตัวเลขคงที่ ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ หรือในระยะเวลาที่สถาบันการเงินกำหนด เช่น กำหนดให้ชำระดอกเบี้ยร้อยละ 4% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี เราก็จะเสียอัตราดอกเบี้ย 4% ตลอดระยะเวลา 3 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ข้อดีของอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่คือ ดอกเบี้ยเงินกู้จะไม่ขึ้นหรือลงตามสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่ายอดชำระเงินกู้จะสูงขึ้น และช่วยให้ผู้กู้สามารถวางแผนการเงินของตนเองได้อย่างแม่นยำ

2. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate)

หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามประกาศของสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นการปรับขึ้น-ลงตามสภาวะเศรษฐกิจ ในปีที่อัตราดอกเบี้ยถูกลง เราก็จะจ่ายดอกเบี้ยได้ถูกลง แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าในปีนั้นอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น เราก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยการเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับ นโยบายทางการเงินของแต่ละธนาคาร ซึ่งในแต่ละปีมีการปรับมากน้อยแตกต่างกัน

3. MLR (Minimum Lending Rate) หรือ (Minimum Loan Rate)

หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลาเช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันพียงพอ ส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยประเภทนี้จะใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ

4. MRR (Minimum Retail Rate)

หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

5.LTV (Loan to Value)

หมายถึง อัตราส่วนของเงินกู้ (ที่สามารถกู้ได้) ต่อมูลค่าของหลักประกัน เช่น บ้าน, คอนโด ยกตัวอย่าง บ้านราคา 1 ล้านบาท สถาบันการเงินปล่อยกู้ LTV เพียง 90% แสดงว่าเราได้รับเงินกู้จำนวน 9 แสนบาท ส่วนที่เหลืออีก 1 แสนบาทเราต้องจ่ายเงินเพิ่ม (ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) เพื่อซื้อบ้านหรือคอนโดที่เราต้องการ ซึ่งอัตรา LTV แต่ละครั้งจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาคุณสมบัติของลูกค้า ความน่าเชื่อถือของโครงการ มูลค่าของหลักประกัน และจำนวนครั้งที่ขอกู้ ดังนั้นหากสถาบันการเงินปล่อยเงินโดยมีอัตราส่วน LTV ต่ำ ก็มีโอกาสที่เราต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อบ้าน,คอนโดเพิ่มในอัตราที่สูงขึ้นเช่นกัน

6.DSCR (Debt Service Coverage Ratio)

หมายถึง อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยเป็นการเปรียบเทียบระหว่างรายได้ต่อภาระหนี้สิน ซึ่งสถาบันการเงินจะใช้อัตราส่วนนี้ไปใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้ให้กับลูกค้า ซึ่งการกำหนดอัตราส่วนว่าผู้กู้ควรมี DSCR อยู่ที่เท่าไหร่นั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการเงิน ซึ่งวิธีการคำนวน DSCR คือ เอารายได้ต่อเดือน ÷ ภาระหนี้ ซึ่งอาจใช้ภาระหนี้ต่อเดือนหรือ ภาระหนี้ต่อปี มาใช้คำนวนก็ได้

การจะเป็นเจ้าของบ้านสักหนึ่งหลังต้องมีการวางแผนที่รอบคอบ เริ่มต้นจากคำศัพท์พื้นฐาน ความรู้เบื้องต้น แล้วสุดท้ายจะกลายเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน

Cr.https://kkpadvicecenter.kiatnakin.co.th/th/money-lifestyle/money/home-tips/%E0%B9%89%E0%B9%89%E0%B9%87Home-loan-vocabulary

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here