5 วิธีในการจัดการกับการขาดแรงจูงใจ

0
1115

เคยมั้ย? รู้สึกไม่มีแรงจูงใจในการทำงานเลย

เมื่อเป็นแบบนี้เราก็จะไม่สามารถทำงานได้ หมายถึงงานต้องหยุดชะงักนั่นเอง หรือถ้าทำ งานที่ออกมาก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควรหรือไม่ดีเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายก็ต้องแก้งานใหม่อีกหลาย ๆ รอบ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเบื่อหน่ายไร้แรงจูงใจเข้าไปอีก

และถ้าเราอยู่เฉย ๆ รอให้มีแรงจูงใจแล้วค่อยทำงาน รอให้ตายก็ไม่มาหรอกค่ะ แล้วเราควรทำยังไงดีล่ะ ถ้าปล่อยให้ฟิลไม่มา งานไม่เดินอยู่แบบนี้ เกรงว่าเงินก็จะไม่เข้าบัญชีด้วยน่ะสิ

แรงจูงใจจะไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง

การผัดวันประกันพรุ่งและการขาดแรงจูงใจเป็นปัญหาทางอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่องานที่ทำ ดังนั้น เราจะต้องสร้างแรงบันดาลใจสำหรับทำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเรามีแรงบันดาลใจแล้ว เราก็จะมีแรงจูงใจทำสิ่ง ๆ นั้นตามไปด้วย

5 วิธีต่อไปนี้ ช่วยจัดการกับภาวะขาดแรงจูงใจในการทำงาน

1.คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อผู้อื่น

คิดทบทวนดูให้ดีว่าถ้าเราไม่ทำงาน เพราะขาดแรงจูงใจหรือผัดวันประกันพรุ่งนั้น ส่งผลกระทบต่อใครบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ตัวเราเองคนเดียว แต่ทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ และบริษัทพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เมื่อเป็นแบบนี้ เราก็จะมีแรงจูงใจที่จะทำหน้าที่ของเราต่อไปให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้คนอื่นเดือดร้อน และเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม

2. ให้คำแนะนำกับคนอื่นในการทำให้รู้สึกมีแรงบันดาลใจ

บทความใน MIT Sloan Management Review นักวิจัยได้อธิบายผลการทำแบบทดสอบกับคนที่กำลังดิ้นรนหาแรงจูงใจและการควบคุมตนเอง เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้อื่นเกี่ยวกับปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่ ซึ่งกล่าวว่า “แม้ว่าการให้คำแนะนำจะไม่ได้เป็นการให้ข้อมูลใหม่แก่ผู้ให้คำแนะนำ แต่เราคิดว่ามันจะเพิ่มความมั่นใจของผู้ให้คำแนะนำได้ เพราะความเชื่อมั่นในความสามารถของตนจะช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจ และความสำเร็จได้มากกว่าความสามารถที่แท้จริง”

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ เวลาที่เราให้คำแนะนำกับใคร ๆ ก็ตาม เมื่อเราย้อนกลับมาดูตัวเอง เราจะรู้สึกมั่นใจในสิ่งที่ได้ให้คำแนะนำไป และเราก็จะนำมาใช้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง

3.ขับเคลื่อนด้วยคลื่นแรงจูงใจ (แรงจูงใจที่ไม่คงที่)

ไม่มีใครที่จะมีแรงจูงใจทำสิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อไรที่เรามีแรงถูกใจก็ทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมกับจัดตารางชีวิตล่วงหน้าเพื่อกำหนดว่าวันต่อ ๆ ไป เราจะทำอะไร ยังไงบ้าง ซึ่งการที่เราวางแผนหรือกำหนดเวลาขึ้นมาก็เหมือนเป็นการบังคับว่าเมื่อมาถึงเวลานั้น เราจะต้องทำตามที่เราวางแผนไว้ ช่วยให้เราสร้างนิสัยที่ดีขึ้นและมีแรงจูงใจเมื่อเรารู้สึกไม่อยากทำ

4.ตั้งคำถามว่าที่ทำงานทำให้เราขาดแรงจูงใจหรือไม่

นอกจากนี้ การขาดแรงจูงใจไม่ได้เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวอย่างเดียว แต่เกิดจากแวดล้อมรอบข้างที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ด้วย นั่นคือบางครั้งสังคมหรือเพื่อนร่วมงานก็ทำให้เราเหนื่อยใจ และไม่อยากทำงาน ทั้งจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ การที่เราไม่มีโอกาสร่วมมือหรือแข่งขันกับคนอื่น ๆ หรือการไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ดังนั้น นำสาเหตุเหล่านี้มาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเป็นเพราะอะไร แล้วแก้ไขทีละจุด เพื่อให้แรงจูงใจในการทำงานของเรากลับมา

5. ให้เวลาตัวเองและทำกิจกรรมที่เราชอบ

การที่เราทำงานหนักเกินไปจนทำให้เกิดความเบื่อหน่าย เป็นสาเหตุที่ทำให้เราขาดแรงจูงใจได้ ดังนั้น จึงควรจัดสรรเวลาให้ดี เพื่อให้เกิดสมดุลของชีวิตการทำงาน ที่สำคัญลองหาเวลาพักผ่อนเยอะ ๆ และหางานอดิเรกทำควบคู่ไปด้วย เพราะการได้ทำในสิ่งที่เราชอบ นอกจากจะเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดและมีความสุขกับมันแล้ว ยังทำให้เราได้แรงบันดาลใจจากการทำสิ่งนั้น และยกระดับความสุขของเราซึ่งจะเปลี่ยนวันนั้นให้เป็นวันทำงานของเราได้

สำหรับใครที่ตอนนี้รู้สึกว่ากำลังขาดแรงจูงใจในการทำงาน หรือเมื่อเกิดความรู้สึกแบบนี้ในวันข้างหน้า สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปกระตุ้นตัวเองได้ แต่ถ้าวันไหนที่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้วจริง ๆ ก็อย่าฝืน แต่ให้หยุดพัก พอเราชาร์จแบตให้กับตัวเองเต็มที่แล้ว เราก็จะสามารถเดินหน้าทำงานของเราต่อไปได้ดีค่ะ

อ้างอิงจาก
https://www.fastcompany.com/90469718/5-ways-to-deal-with-that-pesky-lack-of-motivation

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here