6 ขั้นตอนในการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ไม่ซ้ำใครและน่าจดจำ

0
5396

การสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการทำธุรกิจ ซึ่งหากเราทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่น่าจดใจและไม่ซ้ำใคร ก็เป็นการดึงดูดลูกค้าให้เข้าหาธุรกิจของเรามากขึ้น

6 ขั้นตอนต่อไปนี้ คือขั้นตอนการสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ของเราที่สามารถระบุความเป็นตัวตนของเราได้ และช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

1. วิจัยกลุ่มเป้าหมาย

ก่อนที่เราจะเริ่มวางรากฐานของแบรนด์ เราจำเป็นต้องรู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร? นั่นคือเราต้องมีภาพของลูกค้าที่ชัดเจน โดยการตั้งคำถามเหล่านี้ และหาคำตอบมาให้ได้ เช่น ลูกค้าของเราอายุเท่าไร หรืออยู่ในวัยใด? พวกเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร? เป็นต้น ซึ่งการวิจัยกลุ่มเป้าหมายนั้นเราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียเพื่อดูว่าผู้คนส่วนใหญ่ชื่นชอบและพูดถึงอะไร โดยสร้างแบบสอบถามโพสต์บนโซเชียลมีเดียของเราเองแล้วเขียนข้อความขอให้ทุกคนเข้ามาตอบแบบสอบถาม หรืออาจฝากเพื่อนส่งต่อแบบสอบถามไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ มีแพลตฟอร์มการทำแบบสอบถามทางเว็บไซต์เป็นจำนวนมากที่เราสามารถนำไปใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ Google หรือ SogoSurvey ที่ช่วยให้เราสร้างรูปลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมและง่ายต่อการจัดการแบบสอบถามได้อย่างสมบูรณ์ฟรี!!!

2. เลือกเสียงของแบรนด์

การเลือกสรรคำคุณศัพท์หรือวลีที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของแบรนด์ จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจแบรนด์ของเราว่ามีลักษณะอย่างไร เกี่ยวกับอะไร และเมื่อไรที่ได้ยินคำนั้นก็สามารถรู้ได้เลยว่ากำลังพูดถึงแบรนด์ของเรา ดังนั้นในการโฆษณาหรือโปรโมท ให้เลือกใช้เสียงที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกของคำ ๆ นั้น เช่น ถ้าเราใช้คำว่า “ทันสมัย” เราก็ใช้เสียงที่ที่มีลูกเล่น มีเทคนิคที่ทันสมัยและแปลกใหม่ เพื่อให้เสียงนั้นทำหน้าที่อธิบายเอกลักษณ์ของแบรนด์

3. เลือกชุดสีของแบรนด์

สี มีอิทธิพลต่อแบรนด์ของเราอย่างมาก เพราะเมื่อเรากำหนดสีของแบรนด์แล้วใช้สีนั้นเป็นหลักแล้ว ใคร ๆ ก็จะรู้ได้เลยว่าเป็นแบรนด์อะไร เช่น แบรนด์ Coca-Cola – ใช้สีแดงเพียงสีเดียวในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ และที่สำคัญเราต้องแน่ใจว่าสีที่เลือกนั้นตรงกับบุคลิกของธุรกิจของเรา สีเป็นส่วนที่ทรงพลังของแบรนด์ซึ่งเราไม่ควรมองข้าม

4. เลือกชื่อที่ดีสำหรับธุรกิจของคุณ

เราควรตั้งชื่อแบรนด์ด้วยคำที่ออกเสียงง่ายและติดหูผู้คน ต้องไม่เป็นคำที่มีความหมายเชิงลบ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ชื่อของเราเองหรือที่ตั้งของธุรกิจของเราเป็นชื่อของแบรนด์ได้ รวมถึงการเลือกใช้ชื่อโดยการอุปมาหรือเปรียบเทียบที่สะท้อนธุรกิจของเรา และที่ลืมไม่ได้คือ อย่าลืมตรวจสอบว่ามีผู้ใช้ชื่อนั้นเป็นชื่อแบรนด์หรือไม่ เช่น Netflix – Descriptive – Netflix เป็นการรวมกันของ Net (อินเทอร์เน็ต) และ Flix (สำหรับภาพเคลื่อนไหว) ซึ่งง่ายต่อการออกเสียงและการจดจำได้ และที่สำคัญคือสามารถอธิบายวัตถุประสงค์หรือการทำงานของบริษัทได้อย่างสมบูรณ์นั่นคือ การนำภาพยนตร์มาเผยแพร่ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

5. สร้างโลโก้ที่ดึงดูดสายตา

เมื่อเราเลือกชื่อที่ดีแล้วก็ถึงเวลาเลือกภาพกราฟิกของธุรกิจของเรา สิ่งนี้จะต้องโดดเด่นและไม่ลอกเลียนแบบโลโก้ของ บริษัทอื่น และแน่นอนว่าต้องใช้สีที่เราเลือกไว้ก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งการออกแบบโลโก้ที่ดีนั้น ควรออกแบบให้เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เพราะถ้าเราออกแบบโลโก้ให้ซับซ้อน ผสมผสานภาพต่าง ๆ มากเกินไปก็ทำให้ดุรก ไม่สวย อีกทั้งรายละเอียดเล็ก ๆ ในโลโก้ สร้างภาพที่ไม่ชัดเจนและทำให้ผู้คนสับสนในตัวแบรนด์ของเรา

6. ความสอดคล้อง

เมื่อเราเลือกสี โทนสี โลโก้และชื่อแบรนด์แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะทำให้ทุกอย่างใช้งานได้ดี ความสอดคล้องเท่านั้นที่จะสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดีและมั่นคงกับผู้เข้าชมของเรา

เคล็ดลับพิเศษ

  • เราสามารถวิเคราะห์คู่แข่งของเราเพื่อค้นหาสิ่งที่พวกเขาเสนอให้กับลูกค้าของพวกเขา สิ่งนี้จะช่วยให้ธุรกิจของเราเป็นไปตามมาตรฐานและเราสามารถหาวิธีที่จะทำได้ดีกว่าพวกเขาด้วย
  • ให้บริการที่มีคุณภาพ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหนือกว่าแบรนด์อื่นแก่ลูกค้าเป็นวิธีหนึ่งในการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ เราอาจสร้างโลโก้ บริษัท และแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก แต่ถ้าสินค้าของเราไม่มีคุณภาพ ลูกค้าก็จะไม่ซื้อสินค้าของเรา
  • เลือกใช้รูปภาพที่สอดคล้องกับธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ

เคล็ดลับหกข้อที่กล่าวมาข้างต้น (และเคล็ดลับพิเศษ) นั้นมีความสำคัญมาก เมื่อพูดถึงการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้กับธุรกิจของเรา แบรนด์ให้เสียงธุรกิจเช่นเดียวกับบุคลิกภาพ การสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ต้องใช้เวลา ความอดทนและไม่ควรรีบเร่ง รู้จักและเข้าใจลูกค้า ตั้งชื่อและสร้างสรรค์โลโก้ที่ดี ซึ่งถ้าคุณทำตามคำแนะนำข้างต้นคุณจะประสบความสำเร็จแน่นอน

Cr. https://www.jeffbullas.com/memorable-brand-identity/

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here