“ฮาว ทู เลิฟ” บันทึกรักฉบับ TrueMoney ทำอย่างไรให้ไม่ตกเป็นเหยื่อรัก ลวง หลอก (โอน) ตอนที่ 1

0
7722

มีคู่รักจำนวนไม่น้อยพบ “รักแท้” และพัฒนาความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์มาสู่การใช้ชีวิตจริงด้วยกัน แต่ก็มีจำนวนมากที่ต้องเจอกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก “ความรัก (อาจ) ทำให้เราตาบอด” ประโยคนี้ไม่เกินความจริงหรือมองโลกในแง่ร้ายเสียทีเดียว ยิ่งเราอยู่ในยุคที่โลกหมุนไวตามกระแสอินเทอร์เน็ตที่นับวันจะมีความรวดเร็วและอำนวยความสะดวกให้กับเรามากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้การสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคนไม่ใช่เรื่องงมเข็มในมหาสมุทรอีกต่อไป เพียงปัดจอโทรศัพท์ไปซ้ายหรือไปขวา ก็จะพบใครบางคนในโลกโซเชียลที่ตรงใจและสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ต่อได้ ตั้งแต่การแชทพูดคุย ส่งรูปภาพหรือเปิดวิดีโอคอลหากันก็รวดเร็วจนบางครั้งคนรุ่นก่อน ๆ ตั้งคำถามให้กับนิยามความสัมพันธ์โรแมนติกของคนรุ่นใหม่ว่า “รัก WiFi (ไวไฟ)”

ซึ่งช่องทางเหล่านี้ก็ตอบรับกับพฤติกรรมคนยุค Gen Y และ Gen Z ที่มีความคิดเป็นอิสระ กล้าหลุดออกจากกรอบ กล้าแสดงออก และชอบที่จะมีชีวิตที่มีสีสันบนโลกโซเชียลได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการมีปฏิสัมพันธ์และแสดงอารมณ์ความรู้สึกและความรักผ่านการใช้เทคโนโลยี จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเมื่อประกอบกับความนิยมเทคโนโลยีในด้านอื่น ๆ ที่พุ่งสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ อาทิ การใช้จ่ายและทำธุรกรรมออนไลน์ที่ทำได้รวดเร็ว เราจึงได้เห็นข่าวเหยื่อความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ ที่โดนมิจฉาชีพลวงรักลวงหลอกให้โอนเร็วโอนไวอยู่บ่อย ๆ มากขึ้นเช่นกัน

ข้อมูลจากงานวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยอย่างน่าตกใจว่าการหลอกลวงแบบโรมานซ์สแกม หรือภัยแฝงที่มาจากการพบรักในโลกออนไลน์ เช่น หลอกให้รักแล้วโอนเงินนั้นมีมูลค่าความเสียหายถึง 6 พันล้านบาท สูงเป็นอันดับสองรองจากการหลอกลวงเป็นผู้รับเงินทางอีเมล และช่วงมิถุนายน ปี 2561 – พฤษภาคม ปี 2562 ประเทศไทยมีผู้ร้องทุกข์จากกรณีดังกล่าวมากกว่า 300 ราย เสียหายกว่า 190 ล้านบาท โดยช่องทางยอดนิยมที่มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือล่อลวงเหยื่อ ได้แก่ โซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์หาคู่ต่าง ๆ

ทั้งนี้ ขั้นตอนที่มิจฉาชีพใช้ก็มีหลากหลาย แต่ทุก “วงจรการหลอกลวง” ท้ายที่สุดนั้นก็นำไปสู่จุดประสงค์หลักในการ “หลอกเอาเงิน” หรือ “หลอกเอาข้อมูลส่วนตัวของคุณเพื่อไปทำธุรกรรมทุจริต” นั่นเอง โดย ขั้นตอน รัก ลวง หลอก (โอน) ผ่านธุรกรรมออนไลน์ที่มิจฉาชีพใช้ส่วนใหญ่มักผ่าน 3 วงจร ดังนี้

Step 1
แปลงโฉมเพื่อสืบเสาะเข้าหา หรือล่อเหยื่อเข้ามา

สร้างโปรไฟล์ปลอมบนโลกออนไลน์ บางรายใช้ภาพที่ผ่านการตัดต่อเรียบร้อยแล้ว มีโพสต์ภาพกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ชื่อเว็บไซต์บริษัท/สถานที่ทำงาน หรือใช้รูปปลอมและข้อมูลโปรไฟล์ปลอมที่ขโมยคนอื่นมาแทนเป็นตัวเอง เพื่อสร้างภาพให้สวย หล่อ บุคลิกดี มีอาชีพมั่นคง มีฐานะร่ำรวย หลอกล่อคนที่เข้ามาเห็นให้เกิดความประทับใจแบบ First Impression

อีกแบบคือแอบตามดูโปรไฟล์ของเหยื่อที่หมายตาในโลกโซเชียล จ้องหาโอกาสจากทุกสิ่งที่เหยื่อแสดงหรือบอกความคิด ความรู้สึกต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูลไปแปลงโปรไฟล์ตัวเองให้ตรงใจหรือความชอบของเหยื่อและเข้าหาโดยอาจจะแชทไปทักทำความรู้จัก อีกทั้งมองหาข้อมูลของเหยื่อที่บอก “ฐานะทางการเงิน” และ “ข้อมูลที่สามารถใช้ยืนยันตัวตน” เพื่อเก็บไปใช้ในภายหลัง

Step 2
ปากหวานให้ตายใจ

เมื่อติดต่อกันแล้ว ก็จะเริ่มเข้าตำราคารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง ไม่ก็สวยหวาน ออดอ้อน หลอกล่อ โดยการหว่านล้อมในรูปแบบต่าง ๆ จะมาแบบเป็นชุด ทั้งส่งข้อความทักทายและใช้คำพูดที่หอมหวาน ตื๊อเช้าตื๊อเย็น เพื่อให้เหยื่อรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญ โดยพยายามสานสัมพันธ์อย่างรวบรัด เร็วสุดตั้งแต่ 2-3 วัน ไปจนกระทั่งการอดทนนานเป็นปี ๆ ค่อยออกลาย

Step 3
ร้อยเล่ห์เพทุบาย

เมื่อเหยื่อเริ่มติดและแสดงให้เห็นแล้วว่าตายใจก็จะเข้าสู่ขั้นตอน “สร้างสถานการณ์” ให้เหยื่อเกิดความสงสาร ความเห็นใจ และสร้างความหวังว่าจะได้พบกันเพื่อร้องขอเงิน เช่น มีปัญหาทางการเงินเร่งด่วน เช่น ค่ารักษาพยาบาลพ่อแม่ ค่าเล่าเรียน ธุรกิจถูกโกง/มีปัญหา เกิดอุบัติเหตุ ซื้อตั๋วเครื่องบิน/ทำวีซ่าเพื่อเดินทางมาพบกัน เป็นต้น

บางรายก็ใช้วิธีหลอกล่อว่าส่งสิ่งของ/ทรัพย์สินมาให้ แต่ติดปัญหาที่กรมศุลกากร สนามบิน หรือสถานีตำรวจ ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรับสิ่งของ/ทรัพย์สินเหล่านั้น อาจมีผู้ร่วมขบวนการแสร้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐโทรมาแจ้งค่าธรรมเนียมต่าง ๆ หรือชักชวนให้ร่วมลงทุนสร้างธุรกิจเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายร่วมกันก็มี

ซึ่งมาถึงขั้นตอนนี้ หากเป็นคนแปลกหน้าที่รู้จักกันในโลกโซเชียล ไม่เคยเจอตัวจริง หลายคนอาจจะไหวตัวทัน แต่ถ้าเป็นการปลอมแปลงโดยไปเอาโปรไฟล์คนรู้จักของเหยื่อ แล้วทักมาในช่องทางอื่น ๆ แบบไม่เห็นตัวและสร้างสถานการณ์ที่น่าสงสารหรือตกใจ หลายคนก็ตายใจโอนให้แบบไม่มีคำถาม

ซึ่งช่องทางที่มิจฉาชีพนิยมใช้ล่อเหยื่อให้โอนเงินมาก็มักเป็นธุรกรรมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นทางโมบายแบงค์กิ้งหรืออีวอลเล็ท เพราะไม่ต้องเจอตัวกันจริง ๆ หรือต้องไปที่ไหนที่เสี่ยงกับการถูกกล้องวงจรปิดจับภาพ หรือถูกจดจำได้จากคนที่เจอ

ซึ่งคนที่ไม่ไหวตัวในทีแรก เมื่อโดนหลายรอบและยอดเงินพุ่งสูง เหยื่ออาจเริ่มตาสว่าง มิจฉาชีพก็มักหายตัวไปหาเหยื่อใหม่ ๆ ซึ่งเมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ ความยากในการติดตามคือ บางครั้งก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเบอร์เจ้าของบัญชีที่ดูเหมือนมีตัวตนจริง ๆ นั้น เป็นเหยื่อที่โดนมิจฉาชีพไปเอาข้อมูลมาสร้างโปรไฟล์ปลอมมาหรือเปล่า

Cr. https://www.truemoney.com/terms-conditions/

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here