รู้ทัน…ไกลโรคโคโรนาไวรัส (corona )

0
5915

แม้ว่าไวรัสโคโรน่าจะแพร่ระบาดที่ประเทศจีน แต่ในประเทศไทยก็พบผู้ป่วยด้วยเชื้อไวรัสนี้เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดี โดยปฏิบัติตามขั้นตอน อันนี้ดี เท่าที่อ่านๆดู อันนี้ข้อมูลตรงมากที่สุดละครับเมื่อคืนได้ดูสัมภาษณ์ CNBC ของแคนาดา เรื่อง Coronavirus แล้วรู้สึกได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย เลยลองเขียนสรุปเป็นข้อ ๆ ออกมาเผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ

  1. ไวรัสต่าง ๆ ที่ทำให้เข้าสู่ร่างกาย ให้นึกถึงลูกเทนนิส ที่มีหนามอยู่ตามส่วนต่าง ๆ มันจะเอาหนามนี่ไปเกาะตามท่ีต่าง ๆ ในร่างกาย อยู่ที่ว่ามันพัฒนามาให้เกาะได้ที่ไหน ถ้ามันไปเกาะที่จมูก เราก็จาม ถ้ามันไปเกาะที่ปอด เราก็จะไอ หายใจไม่ออก
  2. ไวรัส corona คำว่า corona มาจากคำว่า Crown คือมงกุฏ ตั้งชื่อตามลักษณะรอยหยักด้านบนที่คล้ายมงกุฏของไวรัสนี้ มันจะไปเกาะที่ปอด ส่ง Blueprint ตัวมันเอง บอกให้เซลที่ปอดสร้างตัวมันเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ พอไวรัสมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะส่งผลต่อปอด ทำให้หายใจไม่ออก
  3. โคโรน่า ต่างจาก ซาร์ ในเรื่องความเร็ว และอันตรายในการออกฤทธิ์ทำลายปอด และมีดีเอ็นเอ อาร์เอ็นเอที่ต่างกัน
  4. ไวรัสไม่มีปีก ไม่มีขา มันเดินทางเองไม่ได้ มันจะต้องอาศัยพาหะในการติดต่อ
  5. เริ่มแรก เป็นการติดจากสัตว์กับสัตว์ แต่พอคนไปเดินตลาดที่ขายสัตว์ (ที่ยังมีชีวิต) ได้อยู่ใกล้สัตว์ หรือสัมผัสกับสัตว์ อีตัวไวรัสนี้ก็มีการกลายพันธุ์ สามารถติดจากสัตว์สู่คนได้ การติดต่อนี้ ผ่านการสัมผัสแและอยู่ใกล้ หายใจเอาอากาศที่มีเชื้อสู่ระบบทางเดินหายใจ
  6. เมื่อไวรัสมาอยู่ที่คน ก็เกิดการกลายพันธู์อีกเล็กน้อย ไปเกาะที่ปอด และสามารถติดจากคนสู่คนได้
  7. อย่างที่บอกว่า ไวรัสไม่มีขา ไม่มีปีก ต้องอาศัยคนในการแพร่ ดังนั้นจึงติดต่อได้จากการจาม และหายใจเอาเชื้อเข้าไป
  8. เมื่อผู้ป่วยจาม เชื้อจะลอยอยู่ในอากาศแป๊ปเดียว แล้วตกลงสู่พื้น ถ้าผู้ป่วยจามใส่โต๊ะ แล้วเราเอามือไปจับที่โต๊ะ แล้วเอามือมาจับหน้า จับปาก จับจมูก ไวรัสจะเดินทางเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจเรา แล้วเราจะติด
  9. การใส่ Mask ดีกว่าไม่ใส่ แต่ไม่ใช่เพราะใส่ mask แล้วเชื้อจะไม่เข้าไป เพราะถ้ามีคนจามใส่เราตรง ๆ mask จะไม่สามารถปิดหมดได้ นอกจาก N95 (ซึ่งเราจะหายใจลำบากมากเมื่อใส่) การใส่ mask จะดีกว่าตรงที่ มันจะกันไม่ให้เราเอามือไปสัมผัสปาก
  10. เพราะฉะนั้น key จะอยู่ตรงที่การไม่เอามือไปสัมผัสปาก ล้างมือบ่อย ๆ แต่จะให้ล้างตลอดเวลาก็จะยากไป
  11. ไวรัสตระกูลนี้ จะไม่สามารถอยู่ล่องลอยอยู่ในอากาศได้ ดังนั้นมันจะตกลงสู่พื้นเสมอ ไม่ใช่เดินไปในที่ว่าง ๆ แล้วจะสูดเอาไวรัสจากอากาศเข้าไปได้ การที่เราเอาเป้ไปวางที่พื้นที่มีเชื้ออยู่ แล้วเอามือไปสัมผัสเป้ แล้วเอามือมาสัมผัสปากหรือจมูก เราจะติดเชื้อได้
  12. การกินอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อไวรัส จะไม่ทำให้ติดเชื้อได้ เพราะเชื้อจะถูกกรดในกระเพาะกำจัด เพราะฉะนั้น ที่บอกกันว่าการกินค้างคาว กินงู ที่มีไวรัสนี้ แล้วทำให้ติด จึงไม่ใช่เรื่องจริง มันคือเกิดจากการสัมผัส และอยู่ใกล้ สัตว์ที่ยังมีชีวิตที่มีไวรัสนี้ต่างหาก (อย่าลืมว่าไวรัสมันไปเกาะที่ปอด มันจะต้องเข้าทางทางเดินหายใจเนาะ)
  13. ตอนนี้ยังไม่มีวัคซีนที่จะป้องกัน หรือรักษาโรคนี้ วิธีรักษาคือ รักษาไปตามอาการ ถ้าขาดน้ำให้กินน้ำ ถ้าไตล้มเหลวก็ต้องช่วยที่ไต รอจนกว่าร่างกายจะสร้างแอนตี้บอดี้ มาต่อต้านได้เอง (เหมือนกับเราเป็นหวัด เราจะดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป รอแอนตี้บอดี้จัดการเอง ที่ยากคือเชื้อมาจากสัตว์ ร่างกายเราไม่เคยเจอ ก็จะคงคิดนานหน่อย)
  14. เด็ก และคนแก่ จะสร้างแอนตี้บอดี้ได้ช้า อาจไม่ทันต่อการแพร่กระจายของโรค
  15. วิธีแก้คือต้องกันผู้ป่วยออกจากคนอื่น ไม่ให้เชื้อนี้สามารถแพร่กระจายได้ เหมือนกับตอนโรคซาร์ ที่กันจนไม่มีการระบาดได้อีก
  16. ผู้ป่วยเวลาจาม หรือไอ ควรทำใส่กระดาษทิชชู่ กลับกัน เราเจอคนจามคนไอ ให้หันหน้าไปทางอื่น ไม่ใช่หันหน้าไปสู้
  17. ทางที่ดี ถ้าเราเพิ่งเดินทางมาไม่นาน (ไม่ว่าจะประเทศไหน) ให้คอยดูอาการ เพราะไวรัสจะมีเวลาฟักตัว ไม่ได้แสดงอาการทันที (อีตอนนี้ก็แพร่กระจายได้นะ) อาการจะเริ่มจาก น้ำมูกไหล เป็นไข้ ถ้าเราสุ่มเสี่ยง ให้เรารีบไปหาหมอ เพราะถ้าเกิดอาการที่ปอดแล้ว เราจะหายใจไม่ออกได้

ขอบคุณแหล่งข่าว

Resource : https://youtu.be/8NHO_VeFDhw
Translate : Anuchit Arunchokechai

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here