STEAM Education : เตรียมพร้อมเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

0
1031

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับด้านวิชาการมากกว่าศิลปะ จนบางครั้งมีการดูหมิ่นสายศิลป์ว่าไม่เอาไหนบ้าง ไม่เก่งบ้าง…เก่งสิ ก็เก่งในด้านศิลปะอย่างไรล่ะ

ด้วยโลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เราจึงต้องเตรียมความพร้อมที่จะพัฒนาความสามารถให้ดำเนินงานได้สำเร็จ ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำสมัย เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ และการพัฒนาที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ “คน” เพราะถ้าไม่พัฒนาคนก็ไม่สามารถพัฒนาอย่างอื่นได้

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่าค่านิยมของคนในสังคมส่วนใหญ่ยกย่องและให้ความสำคัญกับสายวิชาการมากกว่าสายศิลป์ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากการที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองของเด็กหลาย ๆ คน ต้องการให้ลูกหลานเรียนสายวิทย์-คณิต เพราะคิดว่านำไปต่อยอดในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยและการทำงานได้มากกว่าสายศิลป์

แล้วศิลปะไม่สำคัญอย่างนั้นหรือ?

ทุกสาขาวิชามีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด ไม่มีอะไรดีกว่าหรือด้อยกว่า เพียงแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทเท่านั้น ลองนึกถึงอาชีพสถาปนิก หากสถาปนิกถนัดแต่วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ แล้วไม่ถนัดศิลปะก็ไม่สามารถออกแบบสิ่งก่อสร้างได้…บ้านที่มีรากฐานมั่นคงแต่ไม่สวยยังไงก็ไม่น่าอยู่เท่าบ้านที่มีทั้งรากฐานมั่นคงและออกแบบได้สวยงาม นี่จึงเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าศิลปะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสายวิชาการเลย

นอกจากนี้การติดต่อสื่อสารกับผู้คนก็เช่นกัน หากเราไม่มีศิลปะในการพูด (วาทศิลป์) การพูดคุยก็จะออกมาในลักษณะธรรมดา ไม่ได้มีความพิเศษอะไร แต่ถ้าเรามีศิลปะในการสื่อสาร การสนทนานั้นก็จะสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับคู่สนทนาของเรา สำหรับการทำธุรกิจ หากมีศิลปะในการพูดหรือเจรจาทางการค้าก็จะช่วยให้ธุรกิจของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น นำไปสู่การตอบรับที่ดีจากลูกค้าได้

จากที่กล่าวมานี้ จึงเป็นข้อสรุปได้ว่าศิลปะไม่ใช่วิชาที่ด้อยกว่าวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เลย ทุกสาขาวิชามีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ และเพื่อให้งานทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบ เราจะต้องนำทั้งสองอย่างมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ดังนั้น ในการก้าวเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 นี้ เราจึงต้องเตรียมพร้อมด้วย “Science Technology Engineering Art and Mathematics Education : STEAM Education” เพราะ STEM จะสร้างทุกอย่างไม่ได้หากขาด A หรือ Art

อ้างอิงจากบทความของ Bernard Marr

www.forbes.com

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here