Apple ซื้อกิจการ Xnor ด้วยเงิน 200 ล้านเหรียญ

0
1115

มีรายงานว่าบริษัท Apple ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Xnor ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่เน้นพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้ทำงานบนอุปกรณ์โดยใช้พลังงานต่ำ สำหรับผลงานเด่นของ Xnor  คือ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีตรวจจับบุคคลให้กล้องวงจรปิด Wyze ทั้งนี้ ทาง Wyze ประกาศว่าบริษัทจะอัพเดตเฟิร์มแวร์ ที่ตัดฟังก์ชันนี้ออกไปชั่วคราว เนื่องจากต้องยกเลิกข้อตกลงกับผู้ให้บริการเทคโนโลยี AI นี้กะทันหัน แต่บริษัทจะออก AI ตัวใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเองทดแทน    
ด้านตัวแทนของ Apple ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า บริษัทมีการซื้อกิจการขนาดเล็กอยู่โดยตลอด และบริษัทจะไม่พูดถึงแผนงานและโครงการในอนาคต

สำหรับบริษัท Xnor เริ่มจากการเป็นบริษัทที่ทำให้ระบบ machine learning มีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้หลากหลาย ใช้พลังงานน้อย ซึ่งสามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ เช่น การตรวจสอบภาพวัตถุที่ต้องใช้ตัวประเมินผลที่มีประสิทธิภาพสูง หรือการเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลบนคลาวด์ ผู้ก่อตั้งกับทีมเริ่มต้นโปรเจคนี้ที่บริษัท AI2 แล้วก็แยกบริษัทออกมาก่อนที่บริษัทจะเริ่มต้นโครงการ incubator ให้ startups  จากนั้นในปี 2017  บริษัทระดมทุนได้ 2.7 ล้านเหรียญ และในปี 2018 ระดมทุนได้อีก 12 ล้านเหรียญ จาก Madrona Venture Group ใน Seattle เพื่อการขยายกิจการต่อไปซึ่งการที่ Apple ซื้อ Xnor ด้วยราคา 200 ล้านเหรียญ ก็ทำให้ผู้ก่อตั้งและผู้ลงทุนได้กำไรจากการขายกิจการนี้เป็นอย่างมาก

การเข้าถือครองบริษัท Xnor  โดย Apple ทำให้รู้สึกมีความเชื่อมั่นได้ว่า Apple จะกำกับดูแลการด้วยกระบวนการทำงานที่หลากหลายและทันสมัย ที่สำคัญ Apple มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างชัดเจนว่า อุปกรณ์ของพวกเขาจะทำงานได้เป็นอิสระจากคลาวด์ เช่น การจดจำใบหน้า การประมวลผลที่แสดงตามความเป็นจริงยิ่งขึ้น เป็นต้น

ในส่วนของซอฟต์แวร์กล้องถ่ายรูปนั้น ใช้กระบวนการการเรียนรู้ของเครื่องจักรทั้งการจับภาพ และประมวลผลภาพซึ่งเป็นงานที่ต้องประมวลผลอย่างหนัก แต่เมื่อรวมเทคนิคการทำงานของ Xnor อาจใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด และทำงานได้เร็วที่สุด ทำให้ต่อไปในอนาคตการถ่ายภาพจะใช้คำสั่งเป็นรหัสทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถใช้เวลาและพลังงานน้อยลง

นอกจากนี้ การซื้อกิจการของ Xnor ยังอาจบ่งบอกถึงการจู่โจมตลาดสมาร์ทโฮม ซึ่ง HomePod Apple ได้ทำตามขั้นตอนเบื้องต้นแล้ว แต่เทคโนโลยีของ Xnor นั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้มาก และค่อนข้างยากที่จะคาดการณ์เท่าที่มันสามารถทำได้สำหรับบริษัทใหญ่อย่าง Apple

www.techcrunch.com

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here