เรียนรู้ความสำเร็จของธุรกิจยักษ์ใหญ่แล้วย้อนกลับมาดูตัวเอง: เกิดอย่างอเมริกัน โตอย่างญี่ปุ่น พัฒนาอย่างจีน(1)

0
1161

โลกธุรกิจของไทยและประเทศที่กำลังพัฒนาส่วนใหญ่นั้นมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่คล้าย ๆ กัน แล้วอะไรที่แบ่งแยกธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนากับประเทศที่พัฒนาแล้ว วันนี้เราจะนำเสนอถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นหลัก

จุดเริ่มต้น: เกิดอย่างอเมริกัน
ทุกวันนี้เรามักได้ยินเรื่องของ startups ต่าง ๆ มากมายจากนานาประเทศ ซึ่งก็มักจะได้ยินจากอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ว่ารายนั้นได้เงินทุนเท่านี้ รายโน้นมีมูลค่าเท่านั้น ความสำเร็จของ startups ในค่ายตะวันตกนั้นมาจากการเริ่มต้นในจุดเล็ก ๆ ค่อย ๆ พัฒนาไปจนถึงจุดหนึ่งที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากนักลงทุน ซึ่งในอเมริกาอุตสาหกรรม venture capitalists นั้นมีการเติบโตอย่างมาก เนื่องจากกองทุนหลาย ๆ กองทุน มีเงินลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ ที่ถือว่าเป็น game changer ในโลกธุรกิจ แล้วกองทุนเหล่านี้เอาเงินมาจากไหน? คำตอบก็คือมาจากกองทุนของประชาชนที่รัฐควบคุมดูแล กองทุนองค์กรขนาดใหญ่หรือเงินทุนจากมหาเศรษฐีที่พร้อมจะลงทุน โดยปกติแล้วกองทุนต่าง ๆ เหล่านี้จะมีการลงทุนในช่องทางการลงทุนแบบดั้งเดิมเช่น หุ้น พันธบัตร ตราสาร อยู่แล้ว แต่ก็นำเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนในธุรกิจใหม่ที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูงอย่าง startups ด้วยเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงตามหลักการ High Risk, High Return เพราะการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอมีหลักการที่ประเมินผลตอบแทนกับความเสี่ยงไปควบคู่กัน

เมื่อ startups ได้เงินทุนแล้วก็จะสามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้งานในกิจการต่อไปได้ ทั้งนี้เรามักจะได้ยินว่าบริษัทนั้นมีมูลค่ากี่พันล้านจากการระดมทุนจำนวนเท่านี้เช่น บริษัท A เป็น startups มูลค่า 3 พันล้านเหรียญ ซึ่งหากคนทั่วไปได้ยินก็อาจจะคิดว่าบริษัทนี้รวยแล้ว มีมูลค่าสูงขนาดนั้น แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ามูลค่าบริษัทเกิดจากการระดมทุนซึ่งมีข้อแม้ว่าเงินที่ระดมทุนไปต้องสามารถนำไปประกอบกิจการเพื่อให้ได้ผลกำไรมากขึ้นในระยะยาว หากทำกำไรไม่ได้ตามที่ได้ประเมินเอาไว้ก็จะถูกประเมินมูลค่าต่ำลงอย่างที่เราได้เห็นตัวอย่าง startups ที่มีมูลค่าต่ำลงเมื่อจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ ทีนี้เรามองย้อนกลับมาที่ผู้ประกอบการในประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยบ้าง เราอาจจะเคยได้ยินโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยพัฒนาผู้ประกอบการไทยอย่างเช่น โครงการพัฒนา SMEs โครงการ Startup accelerator หรือแม้แต่โครงการประกวดธุรกิจก็ตาม แต่คำถามคือโครงการเหล่านี้ช่วยธุรกิจเกิดใหม่ในระยะยาวได้จริงหรือไม่ แล้วช่วยได้มากน้อยแค่ไหน

ในปัจจุบันโครงการส่งเสริมต่าง ๆ อาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก เนื่องจากมุมมองทั้งสองด้านประกอบไปด้วย

1. ความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน ที่มองว่าลงทุนกับธุรกิจเกิดใหม่ของไทยมีความเสี่ยงสูงเกินไปหรือเปล่า โกงหรือไม่ และถ้าหากจะตัดสินใจลงทุนแล้วมีเงินลงทุนมากน้อยแค่ไหน หากเปรียบเทียบกับกองทุนในระดับสากลแล้ว เงินลงทุนของผู้ลงทุนในไทยมีจำนวนน้อยมาก ไม่สามารถลงทุนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก จึงทำให้การเริ่มต้นลงทุนธุรกิจในรูปแบบนี้ทำได้ไม่ดีนัก แต่กระนั้นก็เป็นเรื่องดีคือ ถ้าหากธุรกิจเกิดใหม่นั้นไม่ได้มีศักยภาพเพียงพอจริงแล้วมีกองทุนแห่กันไปลงทุนก็จะเกิดความเสียหายได้มากอย่างเช่นกรณีของ Theranos ที่เป็น startups ในอเมริกาที่ล้มเหลวในการประกอบธุรกิจและมีผู้เสียหายมากมายมูลค่ามหาศาล

2. ศักยภาพของผู้ประกอบการเอง ผู้ประกอบการในประเทศไทยนั้นมีความสามารถเพียงพอที่จะเป็น game changer หรือธุรกิจที่จะพลิกโฉมวงการธุรกิจหรือไม่ หรือเป็นเพียงผู้เล่นเล็ก ๆ ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในโลกนี้ ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องกลับมานั่งคิดเช่นกันว่าตนเองมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ หรือมีวิธีที่จะก้าวไปสู่ธุรกิจระดับโลกได้อย่างไร

การเริ่มต้นธุรกิจนั้นหากมีพื้นฐานที่ดี รู้จักลูกค้า มีโอกาสขยายฐานลูกค้าไปสู่นานาชาติได้ และมีการส่งเสริมด้านเงินทุนจากผู้ลงทุนก็จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่คำถามที่เราต้องไปคิดต่อก็คือ ประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยมีองค์ประกอบเหล่านี้หรือไม่ และธุรกิจของไทยต้องทำอย่างไรจึงจะมีศักยภาพไปสู่สากลได้ในอนาคต

Credit: บทความโดย Richard Niklasson

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here