ธนาคารกรุงเทพ จับมือเครือข่ายพันธมิตรธนาคารชั้นนำด้านการค้าระหว่างประเทศระดับโลก พัฒนาบริการ Letter of Credit (L/C) โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain เพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของการทำธุรกรรม

นายเอียน กาย กิลลาด ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ เป็นธนาคารไทยเพียงแห่งเดียว ที่ได้เข้าร่วมโครงการ Voltron กับกลุ่มพันธมิตร R3         เพื่อพัฒนาบริการ Letter of Credit หรือ L/C ซึ่งเป็นบริการทางการเงินที่สำคัญในระบบการค้าระหว่างประเทศ โดยนำเทคโนโลยี Distributed Ledger (DLT) หรือ Blockchain เข้ามาปรับใช้ นับเป็นการปฏิวัติรูปแบบการให้บริการทั้งกระบวนการและเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของธนาคารและธุรกิจการค้าระหว่างประเทศของโลก โดยธนาคารกรุงเทพ พันธมิตร และ R3 ได้ร่วมเปิดตัวโครงการการ Voltron นี้ที่ งาน SIBOS ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

สำหรับบริการ L/C โดยใช้ CORDA ซึ่งเป็น Distributed Ledger Technology ของกลุ่มพันธมิตร R3 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน สามารถลดเวลาทั้งกระบวนการ นับตั้งแต่ผู้นำเข้ายื่นคำขอเปิดL/C จนถึงผู้ส่งออกได้รับเงินค่าสินค้า โดยลูกค้าธุรกิจที่ใช้บริการนี้จะได้รับประโยชน์ ในการลดขั้นตอนการทำงานภายในองค์กร รวมถึงลดภาระการจัดการด้านธุรกรรมกับคู่ค้าและธนาคารต่างๆ

โครงการ Voltron นี้เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ธนาคารเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตร R3 พัฒนาบริการการค้าระหว่างประเทศด้วย CORDA เพิ่มเติมจากการเข้าร่วมโครงการ Marco Polo ที่เป็นการพัฒนาบริการOpen Account Trade Finance ที่ได้เริ่มต้นมาก่อนหน้านี้ เป็นการตอกย้ำนโยบายของธนาคารกรุงเทพ ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง

“ธนาคารมีความเชื่อมั่นในความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตร R3 เนื่องจากเป็นการพัฒนาบริการโดยผู้มีความเข้าใจในเรื่องธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างลึกซึ้งทั้งในเชิงธุรกิจและเทคโนโลยี CORDA Distributed Ledger Technology Platform ของ R3 จึงได้ถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยของข้อมูลสูง สามารถกำหนดให้การทำธุรกรรมหรือการรับ-ส่งข้อมูลเจาะจงเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แตกต่างจาก Blockchain โดยทั่วไป ธนาคารเชื่อมั่นว่าบริการ Letter of Credit ที่พัฒนาขึ้นจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี” นายเอียน กล่าว

นางพรนิจ ตุลย์วัฒนจิต ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายปฏิบัติการสนับสนุน ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า  การพัฒนาบริการ L/C โดยใช้ CORDA DLT เป็นก้าวที่สำคัญของธนาคารในการสนับสนุนธุรกรรมด้านการค้าระหว่างประเทศ ลูกค้าสามารถทำธุรกรรม L/C ได้อย่างรวดเร็วแบบ Real-time คู่ค้าหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องจะสามารถเห็นข้อมูลได้พร้อมกัน ทำให้ธุรกรรมมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความปลอดภัยสูง ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และด้วยความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำด้านการค้าระหว่างประเทศระดับโลก จะทำให้ลูกค้าของธนาคารกรุงเทพสามารถทำธุรกรรมกับคู่ค้าได้ทั่วโลก ธุรกรรมจะเกิดขึ้นได้จริงบน CORDA DLT และคาดว่าบริการนี้จะได้รับการตอบรับที่ดียิ่งจากลูกค้าธุรกิจผู้นำเข้า-ส่งออก ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเพื่อนคู่คิด ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศที่พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ประสบความสำเร็จในทุกเวทีการค้าโลก.

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here