ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำพาชีวิตไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น แต่ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยี อีกด้านของสังคมไทย ยังมีบุคคลบางกลุ่มขาดโอกาสในด้านต่างๆ และห่างไกลการมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ นั่นคือ ผู้พิการ

นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพมุ่งให้ความสำคัญกับการ “ไม่ทอดทิ้งกัน” คือ ไม่ทอดทิ้งเพื่อนทหารที่ปลดพิการทุพพลภาพจนต้องออกจากราชการ ให้เป็นบุคคลที่ควรค่าแก่การยกย่อง ในฐานะบุคลากรของกองทัพที่เสียสละทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ด้วยการดูแล ผลักดัน และช่วยเหลือให้สามารถประกอบอาชีพตามทักษะ เพื่อให้กำลังพลเหล่านั้นและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนสร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับสังคม

นางสาวภาสินี ปรีชาธนาพล

โครงการจ้างงานคนพิการเพื่อทำงานในชุมชนหรือองค์กรสาธารณประโยชน์ เป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติงานของกองทัพบก ในการช่วยเหลือกำลังพลที่ปลดพิการทุพพลภาพและครอบครัว โดยดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของสมาคมแม่บ้านทหารบก กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม รวมถึงประสานงานกับองค์กรเอกชนที่มีนโยบายสอดรับและสนับสนุนโครงการให้เดินหน้าต่อไป

หนึ่งในองค์กรภาคเอกชนที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการจ้างงานคนพิการฯ คือ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้พันธกิจการเป็นองค์กรที่ดีของสังคม โดยในปี 2561 ได้สนับสนุนโครงการจ้างงานคนพิการฯ รวมทั้งสิ้น 54 โครงการ ปัจจุบันมีบุตรหลานกำลังพลนำเงินสนับสนุนไปเป็นทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพ สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว อาทิ โครงการร้านถ่ายเอกสาร โดยเด็กชายพสิษฐ์ พิบูลย์ โครงการผลิตธูปหอม โดยนายมนตรี ไล้เลิศ โครงการร้านเสริมสวย โดยเด็กหญิงมุฐิตา ขันจันทร์ เป็นต้น

นางสาวภาสินี ปรีชาธนาพล ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “พันธกิจหนึ่งในการดำเนินธุรกิจของไทยประกันชีวิต คือมุ่งมั่นเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีจิตอาสา  ด้วยการริเริ่มสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน ไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจในลักษณะ People Business โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าของชีวิต และคุณค่าของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน หรือคนในสังคม รวมถึงปลูกฝังให้บุคลากรมีความเข้าใจ จริงใจ และไม่ทิ้งกัน ทั้งต่อลูกค้าและคนในสังคม พร้อมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าทหารเป็นบุคคลที่เสียสละเพื่อชาติ แม้ปลดพิการออกจากราชการไปก็ยังมีความสามารถในการประกอบอาชีพอื่นได้ ซึ่งโครงการจ้างงานคนพิการเพื่อทำงานในชุมชนหรือองค์กรสาธารณประโยชน์ นับเป็นการสร้างโอกาสให้ทหารปลดพิการและครอบครัวสามารถดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน

 

ที่ผ่านมา บริษัทฯ ไม่เพียงส่งเสริมอาชีพให้แก่ทหารปลดพิการ แต่ยังได้มอบความคุ้มครองกำลังพลของกองทัพมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ซึ่งการรับประกันชีวิตทหาร ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมที่อยู่ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ หรือ CSR in Process ของบริษัทฯ อีกทั้งยังสนับสนุนกิจกรรม ตลอดจนภารกิจของทหารในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ มาตลอดอีกด้วย”

ด้านนายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า มูลนิธิฯ มีบทบาทในฐานะเป็นที่ปรึกษา ช่วยดูแล ให้คำแนะนำการเขียนโครงการเพื่อการประกอบอาชีพให้สามารถดำเนินงานได้จริงและต่อเนื่อง โดยผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการฯ จะต้องเป็นกำลังพล หรือบุตรหลานที่พิการไร้สภาพ อายุระหว่าง 18-70 ปี หรือเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้พิการว่ามีความถนัดด้านใด สนใจประกอบอาชีพอะไรและมีแนวคิดอย่างไร ซึ่งโครงการฯ ที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับเงินสนับสนุน 109,500 บาทต่อปี โดยสมาคมแม่บ้านทหารบกและกรมการจัดหางานจะเป็นผู้ช่วยตรวจสอบและติดตามผลงานเป็นระยะ

อย่างไรก็ตาม โครงการจ้างงานคนพิการเพื่อทำงานในชุมชนหรือองค์กรสาธารณประโยชน์จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้หรือไม่นั้น คงต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ด้วยการสนับสนุนสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของผู้พิการและครอบครัว เพื่อส่งเสริมการมีรายได้ อันจะเป็นกำลังใจแก่ผู้พิการและครอบครัว และนำพาทุกชีวิตไปสู่ความสมบูรณ์แบบร่วมกัน

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here