ภาษาอังกฤษ ถือเป็นทักษะพื้นฐานในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในโลกยุคดิจิทัล นอกจากการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียนแล้ว การฝึกใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ยังช่วยฝึกฝนให้เด็กไทยสามารถพัฒนาศักยภาพในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและสนุกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ร่วมกับเจ้าของภาษาด้วยแล้ว จะยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้เด็กๆ กล้าแสดงออกและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ เอไอเอส โดย โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง
ได้จัดกิจกรรม “AIS-SINGTEL ENGLISH CAMP 2018” (เอไอเอส-สิงค์เทล อิงลิช แคมป์ 2018) ขึ้น โดยมีน้องๆ  ในโครงการฯ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับมหาวิทยาลัย จำนวน 40 คน ร่วมฝึกทักษะภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาเป็นเวลา 4 คืน 5 วัน ณ สวนสัตว์เปิด เขาเขียว จังหวัดชลบุรี

นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส เล่าถึงที่มาของแคมป์ในครั้งนี้ว่า “อุปสรรคหนึ่งของการพัฒนาภาษาอังกฤษของเด็กไทยคือ การไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ เพราะกลัวว่าพูดผิด และไม่มั่นใจว่าประโยคที่พูดออกไปถูกต้องตามหลักหลักไวยากรณ์หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การสื่อสารภาษาอังกฤษที่สำคัญนั้น ขึ้นอยู่กับว่าการสื่อสารนั้นๆ ได้สร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ฟังแล้วหรือไม่ สำหรับกิจกรรมแคมป์ภาษาอังกฤษในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่เราจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการให้เด็กๆ โครงการสานรัก  คนเก่งหัวใจแกร่ง ได้มีโอกาสพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรง ทลายกำแพงความกลัว และเสริมสร้าง  ความมั่นใจให้พร้อมที่จะนำเอาเทคนิคและแบบทดสอบที่ได้จากแคมป์นี้ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันต่อได้ ซึ่งการได้มาอยู่รวมกันในพื้นที่สวนสัตว์เปิด เขาเขียว ก็จะยิ่งช่วยให้เด็กๆ ได้เปิดโลกทัศน์ ตื่นตาตื่นใจกับสถานที่แปลกใหม่  ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและสัตว์ป่า ช่วยกระตุ้นให้เกิดจินตนาการให้น้องๆ ได้ฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์ วางแผน การทำงานเป็นทีม และเปิดใจที่กล้าจะสื่อสารกับชาวต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีในการบอกเล่าประสบการณ์ในเมืองไทยให้กับพี่ๆ อาสาสมัครชาวต่างชาติได้ฟังอีกด้วย”

สำหรับกิจกรรม “AIS-SINGTEL ENGLISH CAMP 2018” ครั้งนี้ ได้ทลายกำแพงทางภาษาผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ และอาสาสมัครจากต่างประเทศ ประกอบด้วยโอเปอเรเตอร์  ในกลุ่มสิงค์เทลถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาจากเอไอเอส
รวมทั้งหมด 32 คน ได้ทำความคุ้นเคยและแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด โดยหลังจากแบ่งกลุ่มน้องๆ และพี่เลี้ยงอาสาสมัครแล้ว แต่ละกลุ่มจะได้รับโจทย์ที่จะได้ฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรม Zoo Tour (ซู ทัวร์) และกิจกรรม AIS Got Talent (เอไอเอส ก็อต ทาเลนต์) เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งเสริมให้ทุกคน  ได้คิด สร้างสรรค์ และลงมือทำ เพื่อช่วยจุดประกายให้น้องๆ ได้เห็นความสำคัญและเปลี่ยนมุมมอง ให้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น หลังจากจบจากกิจกรรมนี้ไปแล้ว สิ่งที่เราคาดหวังคือ น้องๆ จะนำเอาเทคนิคการเรียนรู้  การฝึกภาษาอังกฤษไปประยุกต์ใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกพูด หัดเขียน และใช้สื่อดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ และในที่สุด ภาษาอังกฤษจะเป็นเครื่องมือช่วยเปิดโอกาสให้น้องๆ ก้าวออกจากกรอบที่คุ้นเคย และสามารถลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้ตัวเองก้าวหน้าได้อย่างมั่นใจ

ด้าน คริสโตเฟอร์ ไรท์ ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ที่มาร่วมเป็นวิทยากรในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า “ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากในปัจจุบัน  เพราะในองค์กรต่างๆ แม้แต่การติดต่องานกับคนไทยด้วยกันเองก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนไทยไม่เก่งภาษาอังกฤษคือ ไม่กล้าพูด และเมื่อเรียนแล้วไม่ได้ถูกนำไปใช้ ส่วนตัวแล้วมีเคล็ดลับที่อยากแนะนำคือ ไม่ใช่แค่เรียนรู้ แต่ต้องเลียนแบบทั้ง man and media (แมน แอนด์ มีเดีย) คือเลียนแบบวิธีพูดจากชาวต่างชาติ หรือจากสื่อต่างๆ ที่ทุกวันนี้เข้าถึงกันได้ง่าย เช่น รายการสอนภาษาอังกฤษ ข่าวต่างประเทศ หรือภาพยนตร์ต่างๆ เมื่อได้เรียนได้ฟังแล้วต้องฝึกพูดตาม และต้องไม่กลัวที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติ ต้องเปลี่ยนจาก  อ่านด้วยตา ฟังด้วยหู เป็นอ่านด้วยปาก ฟังด้วยปาก เมื่ออ่านหรือฟังแล้วไม่ใช่แค่จำ แต่ต้องฝึกพูดออกมาด้วย”

ส่วน น้องผักกาด-กรวรรณ ทองรินทร์ ตัวแทนเด็กโครงการสานรักฯ ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 โรงเรียนเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี เปิดใจถึงการได้มาร่วมกิจกรรมอิงลิชแคมป์เป็นครั้งแรกว่า “ปกติเป็นคน ไม่ค่อยกล้าพูดภาษาอังกฤษเลย เพราะรู้สึกว่ายากและคิดว่าไม่ค่อยได้ใช้ แต่พอมาเข้าค่ายครั้งนี้ ทำให้เรามีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติ และเห็นความสำคัญของการใช้ภาษา เลยตั้งใจว่าจากนี้ไปจะฝึกฝนภาษาอังกฤษทุกวันเลยค่ะ”

ขณะที่ เล็ก-ประพันธ์ เลิศสุขสุขุมชัย ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  เผยว่า “รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมป์นี้ เพราะปกติจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษมากนัก แต่พอได้มาอยู่ที่นี่ ทำให้เราได้เทคนิคการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดตามเสียงที่เราได้ยิน เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และกล้าที่จะพูดมากขึ้นด้วย ส่วนตัวจะชอบฟังเพลงสากล เพราะจะช่วยให้รู้วิธีการออกเสียง ความหมายของเพลง  ฟังได้แบบไม่เบื่อด้วย”

ปิดท้ายกับ น้องสเก็ต-โภควินท์ สุวรรณนุพงศ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า “ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบภาษาอังกฤษอยู่แล้วครับ ตั้งใจเรียนในห้องเรียนทุกครั้ง แต่ยังไงก็ต้องหมั่นฝึกฝนด้วย เพราะหากไม่ได้ใช้นานๆ ก็ลืมเหมือนกัน ซึ่งการมาเข้าแคมป์ครั้งนี้ ประทับใจมาก เพราะได้ฝึกพูดกับเจ้าของภาษา ได้รู้เทคนิคใหม่ๆ ที่สำคัญ การฝึกภาษาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากไปท่องเที่ยวต่างประเทศ  เพื่อเปิดโลกเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ ด้วยครับ”

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here