จากภาวะเศษรฐกิจไทยที่ฟื้นตัวขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจประกันชีวิตมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน ปี 2561 มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 206,571.06 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 7.80 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอัตราการเติบโตที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากประชาชนให้ความสนใจซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาวมากขึ้น สอดรับกับภาคธุรกิจประกันชีวิตที่ได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าถึงการประกันชีวิตได้สะดวกและง่ายขึ้น โดยมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งผ่านตัวแทนประกันชีวิต ผ่านทางธนาคาร ผ่านทางโทรศัพท์ และกำลังเริ่มเข้าสู่การเสนอขายผ่านดิจิทัล ทางสมาคมประกันชีวิตไทย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มีความประสงค์จะทำประกันชีวิตพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตทุกครั้ง ประการแรก เลือกทำประกันชีวิตให้ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งวัตถุประสงค์ของการทำประกันชีวิต คือ ต้องการความคุ้มครอง, ต้องการสร้างหลักประกันเพื่อคนข้างหลัง, ต้องการออมเงิน, ต้องการสร้างเงินบำนาญหลังเกษียณ หรือเพื่อการวางแผนทางภาษี ซึ่งบริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่มีผลิตภัณฑ์รองรับวัตถุประสงค์เหล่านี้เป็นจำนวนมาก ประการที่สอง คือการเลือกซื้อประกันชีวิตจากจากตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิต โดยสามารถขอดูใบอนุญาตจากบุคคลเหล่านั้นได้ เพื่อป้องกันการแอบอ้างเสนอขายประกันชีวิตจากบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาต ประการที่สาม ให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อประกันชีวิต โดยทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไข ความคุ้มครอง ข้อยกเว้นต่างๆ เกี่ยวกับแบบประกันแต่ละแบบตลอดจนผลประโยชน์ตามสัญญาให้ได้ความกระจ่าง นอกจากนี้ในการทำประกันชีวิตควรพิจารณาถึงความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยของตนเองเป็นสำคัญ เนื่องจากสัญญาประกันชีวิตเป็นสัญญาระยะยาว เช่น 10 ปี 20 ปี หรือ ตลอดชีวิต ทำให้ต้องมีการชำระเบี้ยประกันภัยอย่างต่อเนื่องตามที่กำหนดไว้ในสัญญา หากผู้เอาประกันภัยไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ อาจทำให้สัญญาสิ้นผลบังคับและเสียประโยชน์ที่จะได้รับตามสัญญาได้ เมื่อตกลงทำประกันชีวิตแบบใดแล้วต้องตอบคำถามและให้ข้อมูลให้ครบถ้วนตามแบบคำขอเอาประกันชีวิตแต่ละแบบ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทและป้องกันข้อโต้แย้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากการปกปิดข้อมูล โดยผู้ขอเอาประกันภัยต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองทุกครั้ง และจะต้องได้รับหลักฐานการรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิตทุกครั้งที่มีการชำระเบี้ยประกันภัย ซึ่งเมื่อบริษัทได้รับคำขอเอาประกันชีวิตจากผู้ขอเอาประกันภัยรายใดแล้ว บริษัทจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากไม่มีข้อขัดข้องบริษัทก็จะรับประกันภัยและส่งกรมธรรม์ประกันชีวิตให้แก่ผู้เอาประกันภัยต่อไป

ในส่วนของผู้เอาประกันภัย เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิตแล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไข ความคุ้มครอง ข้อยกเว้นต่างๆ อย่างถี่ถ้วนว่าตรงกับความต้องการที่จะทำประกันชีวิตหรือไม่ และในปัจจุบันหลังจากที่บริษัทส่งกรมธรรม์ประกันชีวิตให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว อาจมีการโทรศัพท์ไปหาผู้เอาประกันภัยเพื่อสอบถามและอธิบายให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึงรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ได้รับ รวมทั้งสิทธิของผู้เอาประกันภัย ซึ่งถ้าไม่ตรงกับความต้องการในการทำประกันชีวิต ผู้เอาประกันภัยสามารถขอยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิต ในกรณีที่ซื้อกับตัวแทนประกันชีวิต แต่ถ้าซื้อผ่านทางโทรศัพท์สามารถขอยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยที่ยังได้รับเงินคืนเต็มจำนวน ซึ่งบริการดังกล่าวจะช่วยยืนยันให้ผู้เอาประกันภัยมั่นใจว่า แบบประกันชีวิตที่ได้รับการอนุมัติตรงกับแบบประกันที่ตัดสินใจซื้อจริง และจะได้รับความคุ้มครองตามที่คาดหวังไว้ นอกจากนี้หากผู้เอาประกันภัยมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ได้รับ หรือเกี่ยวกับการบริการใดๆ ก็สามารถสอบถามได้จากศูนย์บริการลูกค้าของบริษัทประกันชีวิตที่ทำประกันไว้ ตามรายละเอียดที่บริษัทแนบมาพร้อมกับกรมธรรม์ประกันชีวิต

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชักชวนหรือข้อเสนอให้ผลประโยชน์ใดๆ จากผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิต เพื่อให้มีการทำประกันชีวิต หรือการแอบอ้างว่าจะช่วยให้มีการเรียกร้องผลประโยชน์ใดๆ จากบริษัทประกันชีวิตได้ รวมทั้งการเสนอให้เปลี่ยนแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตโดยอ้างว่าจะได้รับผลประโยชน์สูงกว่าแบบเดิม เพราะอาจจะทำให้ประชาชนหรือผู้เอาประกันภัยเสียเงินหรือผลประโยชน์ที่จะได้รับตามกรมธรรม์ประกันภัย และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับการทำประกันชีวิต สามารถสอบถามได้ที่ สมาคมประกันชีวิตไทย โทรศัพท์ 026798080 หรือ สายด่วนสำนักงาน คปภ. 1186

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here