อย่ากลัวความผิดหวัง ความสำเร็จเกิดจากกล้าที่จะฝัน และต้องลงมือทำด้วยตัวเอง

เพราะความผิดหวังเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันให้เราเข้มแข็งขึ้น

และเป็นแรงผลักดันให้เราเดินหน้าต่อไปสู่ความสำเร็จ

การเคหะแห่งชาติ เป็นองค์กรหลักด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนและเมือง เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของสังคมไทย ภายใต้การนำของ ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.)

คนปัจจุบันที่มุ่งเน้นพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้ชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีสภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมทั้งบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดมูลค่าเพิ่มนำไปใช้เพื่อเกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ และนำนวัตกรรมใหม่ๆ สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการตลอดจนพัฒนาบุคลากรและองค์กรเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ภายใต้การบริหารแบบมืออาชีพของท่านผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ

“แนวทางการดำเนินงานของเราคือ โปร่งใส ทันสมัย ใส่ใจประชาชน  เพราะการเคหะแห่งชาติเป็นองค์กรที่ก่อตั้งมานานแล้ว และมีภารกิจในการจัดสร้างที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลาง

เราเน้นความโปร่งใส คือ ต้องการให้ลูกค้า ผู้ประกอบการและผู้ที่เป็นพันธมิตร ไว้วางใจในการเคหะแห่งชาติ เนื่องจากภาพลักษณ์ของเรามีการบริหารที่มีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน

ส่วน ทันสมัย สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลที่ใช้นวัตกรรมเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนองค์กร เราพัฒนารูปแบบในการก่อสร้างต่างๆ ที่ทันสมัย เช่น การนำระบบ  Precast ประกอบเสร็จ และหล่อสำเร็จแล้วนำมาประกอบที่ไซต์งาน ซึ่งทำให้การก่อสร้างรวดเร็วขึ้น รวมทั้งได้นำเทคโนโลยีแบบจำลองสารสนเทศอาคาร หรือ Building Information Modeling (BIM) มาใช้ในการออกแบบ เขียนแบบ และควบคุมงานก่อสร้างอาคาร เพื่อให้ได้ผลงานที่รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ สามารถควบคุมต้นทุนและลดระยะเวลาก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

… และใส่ใจประชาชน เน้นให้บริการประชาชน พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือลูกค้าที่มาซื้อโครงการว่าควรมีการปรับปรุงด้านใดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในความดูแล เราจะถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย ความสะอาด หรือการจัดระเบียบต่างๆ เช่น การปรับปรุงแผงร้านค้าที่อยู่ในชุมชน และการจอดรถให้เป็นระเบียบเป็นต้น สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิดของเรา สร้างบ้าน สร้างสุข สร้างอนาคต คนที่อยู่ในโครงการได้บ้านที่มีทำเลที่ดี การออกแบบลงตัว มีวัสดุที่ทันสมัยและ ประหยัดพลังงาน

…นอกนั้นครอบครัวผู้อยู่อาศัยแต่ละหลังต้องอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีชุมชน มีเพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือกัน มีพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมของชุมชนร่วมกัน

ส่วนการสร้างอนาคต เราอยากให้ชุมชนที่อยู่ในความดูแลมีการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นต้องให้เขามีพื้นที่ในการค้าขายทำมาหากินภายในชุมชน ซึ่งตอนนี้เราทำโครงการตลาดประชารัฐ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมเป็นตลาดที่ 10 ภายใต้ชื่อ “ตลาดเคหะประชารัฐ” ซึ่งได้รับมอบป้ายจากกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง ตั้งแต่มกราคม 2561 เป็นต้นไป”

 

นโยบาย 5 Re เพื่อพัฒนา กคช.แบบมืออาชีพ

“การพัฒนาแบบมืออาชีพต้องพัฒนาบุคลากรเป็นหลักอยู่แล้ว ในเรื่องระบบงานภายใน อันเป็นระบบงานที่ผมใช้ในการขับเคลื่อนก็คือ “5 Re”

  1. 1. Re-corporate คือการปรับโครงสร้างองค์กร จะต้องเป็นโครงสร้างที่ทันสมัย มีงานสำคัญหลายๆ ด้าน เช่น ยกระดับสำนักงานเคหะชุมชนขึ้นเป็นการเคหะจังหวัดและการเคหะเขต ซึ่งมีหน้าที่ดูแลชุมชนที่ก่อสร้างขึ้นมา รวมทั้งดูแลด้านที่อยู่อาศัย ด้านความปลอดภัย และทรัพย์สิน ด้านสินเชื่อมีการติดตามหนี้ การจัดประโยชน์ต่างๆ ทำให้การดูแลใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น
  2. 2. Re-branding คือ การปรับภาพลักษณ์ ให้เป็นองค์กรที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เช่น เทคนิคในการออกแบบก่อสร้าง BIM การจองบ้านออนไลน์ผ่าน Smart Device ด้านที่อยู่อาศัยและบริการงานขาย รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมที่ห้วยขวาง จะเป็นที่จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ๆ ผลงานวิจัยต่างๆ และจะเป็น One Stop Service ให้ลูกค้าจองโครงการที่อยู่อาศัยได้เบ็ดเสร็จทั่วประเทศ พอจองเสร็จอาจจะมีธนาคารมารับคำสั่งซื้อ มาเปิดบัญชีให้ที่ศูนย์บริการเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
  3. 3. Re-asset คือ การปรับปรุงทรัพย์สินของเราให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาทรัพย์สินที่มีอยู่ทั่วประเทศว่ามีที่ไหนบ้าง เป็นที่ดินแปลงโล่ง หรือจะเป็นอาคารเช่าที่คงเหลืออยู่ รวมทั้งอาคารที่ขายไปแล้วและซื้อคืนกลับมาด้วย เราจะนำมาปรับปรุงใหม่ เพื่อให้ได้ประโยชน์ เพิ่มเติมมากขึ้น
  4. 4. Re-liability การปรับโครงสร้างหนี้สิน จะเห็นว่าเดิมทีการเคหะแห่งชาติมีหนี้สินค่อนข้างมาก จากการกู้มาจัดสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ขณะนี้เราได้ทยอยคืนหนี้ไปบ้างแล้ว และหนี้ที่เกิน 5 ปี ก็หมดภาระค้ำประกัน เราได้เร่งให้ลูกค้าโอนกรรมสิทธิ์ให้เร็วขึ้น เราจะได้หลุดจากการภาระค้ำประกัน ซึ่งวิธีนี้ก็จะทำให้องค์กรมีความเสี่ยงลดน้อยลง และบริหารหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนตัวสุดท้าย 5. Re-equity คือการปรับโครงสร้างเงินทุนให้มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยการประเมินราคาทรัพย์สินที่มีในพอร์ตตามราคาตลาดให้สูงขึ้น ทำให้ส่วนของทุนแข็งแรงขึ้น ขณะนี้เรากำลังดำเนินการจัดตั้งกองทุนเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอกระทรวงการคลังเพื่อขออนุมัติ จะเป็นกองทุนที่มีขนาดประมาณ 5,000 ล้านบาท สามารถช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยนับแสนคน และทำให้การเข้าถึงสถาบันการเงินของเขาไม่มีปัญหา เพราะกลุ่มที่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงินอาจจะมาขอสินเชื่อ หรือเงินสนับสนุนจากกองทุนนี้ ก็จะช่วยให้คนที่มีรายได้ไม่สูงมากสามารถที่จะมีบ้านได้”

 

แผนการลงทุนระยะสั้นและระยะยาว

“เรามีการกำหนดล่วงหน้าไว้ทุกปี ในส่วนของการลงทุน จะเน้นการก่อสร้างโครงการตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ เช่น ปี 2561 กำหนดโครงการตามเป้าหมายไว้ 50,000 หน่วย แบ่งเป็นครึ่งหนึ่งกำลังที่จัดทำโครงการเสนอ ครม. อีกส่วนหนึ่งคือได้รับอนุมัติจาก ครม. มาแล้ว และก็ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งการลงทุนจะอยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้การลงทุนในอนาคตจะเป็นการร่วมทุนกับเอกชนเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นเงินลงทุนอาจจะไม่ใช่ 1 หมื่นล้านบาทแล้ว อาจจะเป็นของเอกชนอีก 1 – 2 หมื่นล้านบาท

สิ่งที่ทำเพิ่มเติมในปี 2561 คือการหารูปแบบในการร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำโครงการเพิ่มขึ้น โดยศึกษาความเป็นไปได้ พื้นที่ใหญ่ๆ คือโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะ 3 – 4 รองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ ที่ดินร่มเกล้า ที่ดินลำลูกกา ที่ดินบางพลี และที่ดินเชียงใหม่ (หนองหอย) ซึ่งทั้ง 5 โครงการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุน ว่าจะมาเอารูปแบบไหนที่เหมาะสม จากนั้นเราก็หาผู้ที่มีความสนใจมาร่วมทุนโดยการใช้ระบบ E-Bidding เมื่อได้แล้วก็จะเริ่มดำเนินโครงการโดยกำหนดสัดส่วน ว่าเขาควรจะให้ลงทุนเท่าไร เราจะลงทุนเท่าไร รูปแบบควรจะเป็นโครงการประเภทไหน กี่หน่วย ถ้าดูคร่าวๆ จะมีโครงการ ซึ่งมีพื้นที่รวมหลาย 100 ไร่ ทั้ง 5 โครงการก็ถือว่าเป็นโครงการใหญ่ทุกโครงการ และเป็นที่ดินของเราและเป็นโครงการพิเศษจัดตามยุทธศาสตร์ที่ดินของเรา จัดทุกปีอยู่แล้ว 40 – 50 โครงการ ถ้าดูจากจำนวนที่กำหนดไว้ ประมาณ 10,000-20,000 หน่วย เทียบกับดินแดงโครงการหนึ่งนี้ใช้อย่างน้อย  3 – 4 หมื่นล้านบาท แล้วแต่โครงการ ซึ่งมันอาจจะมีการสร้างมากกว่านี้ถ้ารูปแบบเป็นเชิงพานิชย์มากขึ้น ก็จะใช้เงินลงทุนในการก่อสร้างมากขึ้น ถ้า 5 โครงการทั้งหมด งบประมาณหลายแสนล้านบาท”

แนวทางสู่ Smart City

แนวทางนำไปสู่การเป็น Smart City คือเราทำโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงแห่งแรกเลย โครงการนี้

ดำเนินการไป 1 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2559 ท่านรองนายกฯ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านได้ให้เกียรติมาวางศิลาฤกษ์ ภาพรวมโครงการคืบหน้าไป 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ โครงการแรกเป็นตึกสูง 28 ชั้น จำนวน 334 หน่วย ถ้าแล้วเสร็จ จะรองรับผู้อยู่อาศัยได้ 1,000 กว่าคน จากนั้นจะจัดสร้างโครงการระยะ 2-3-4 ตามมา ซึ่งถ้ารวมทั้งโครงการจะมี 36 อาคาร จำนวน 20,000 กว่าหน่วย คนที่อยู่รวม 100,000 คน ซึ่งโครงการนี้จะเป็น Smart City แห่งแรกคนที่อยู่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้อยู่อาศัยเดิม กลุ่มแรก 6,000 กว่าหน่วย ที่เหลือก็จะรองรับประชาชนที่มีรายได้น้อยหรือปานกลางที่เข้ามาอยู่ในโครงการนี้ คิดว่าแค่โครงการเดียวก็รองรับได้ร่วมเกือบ 100,000 คน

…และเรายังมีโครงการอื่นอีกมากมาย 4 – 5 โครงการก็จะเป็นลักษณะคล้ายกัน Smart City อาจจะมุ่งเน้นกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่ต่างกัน เช่น โครงการที่ดินแดง เราเน้นผู้อยู่อาศัยเดิม เน้นประชาชนที่ทำงานในเมือง โครงการร่มเกล้าอาจจะเน้นในเชิงเศรษฐกิจ เน้นผู้ที่จบการศึกษาใหม่ ไปร่วมกันทำงานที่นั่น ไปช่วยกันสร้างนวัตกรรมใหม่ ส่วนโครงการที่ลำลูกกา บางพลี ก็น่าจะเป็นเมืองสำหรับข้าราชการไปอยู่ร่วมกัน หรือ กลุ่มที่ใช้แรงงานที่ทำงานแถวโซนนั้นมากกว่า”

กคช. กับ นโยบายโครงการเพื่อผู้สูงอายุ

“ตามยุทธศาสตร์ เรามี 3 โครงการที่จะทำให้กับผู้สูงอายุ โครงการ Smart Senior Complex ที่บางละมุง ซึ่งอันนี้เราทำร่วมกับกรมผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ส่วนโครงการที่ 2 เป็นโครงการของเราเองคือโครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี  (ท่าตำหนัก) จำนวน 8 อาคาร รวมทั้งสิ้น 360 หน่วย โดยจะให้เอกชนผู้ที่สนใจเข้ามาซื้อโครงการ เพื่อทำเป็นโครงการผู้สูงอายุ นิติบุคคลก็เห็นชอบที่จะให้ทำ แต่ว่าอาจจะมีการปรับเงื่อนไขในการกำหนดพื้นที่ทรัพย์สินส่วนกลาง เพื่อที่รองรับกับกลุ่มที่มาอยู่อาศัย

…ส่วนโครงการที่ 3 คือโครงการบ้านผู้สูงอายุที่เราทำเองเท่านั้น ที่ดินของเราเอง เรียกว่าบ้านเคหะกตัญญู อยู่ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จะรองรับกลุ่มข้าราชการที่เกษียณ หรือกลุ่มที่ใกล้เกษียณที่ต้องการไปพักผ่อนไปอยู่รวมกันในหมู่บ้าน สามารถรองรับได้ 360 หน่วย จะมี Facility ต่างๆ เช่น พื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ภายในโครงการจะมีพื้นที่ทางราบ รองรับผู้อยู่อาศัยที่ต้องใช้รถเข็น ในห้องก็ต้องมีราวจับ ในห้องน้ำก็ต้องมีผ้ายางกันลื่น ประตูห้องน้ำต้องขนาดใหญ่ที่สามารถนำรถเข็นเข้าไปได้ พื้นที่ส่วนกลางต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ และมีสวนสุขภาพ พยาบาลต่างๆ หรือไม่ก็จะใส่เครื่อง Tele-Health รองรับการทำงานของร่างกายและหัวใจว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะส่งไปที่มอนิเตอร์ควบคุม เขาก็จะรู้ได้เลยว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร ใครจำเป็นที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งแต่ละที่ก็ควรจะอยู่ใกล้ๆ กับโรงพยาบาลที่มีการรองรับรักษาพยาบาลได้”

ฝากประชาชน ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย

“ต้องกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า หน้าที่ของเราก็คือ จัดสร้างที่อยู่อาศัย ให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนในเมืองไทย ยุทธศาสตร์ 20 ปีนี้กำหนดว่า ให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว ซึ่งเป็นภารกิจที่เราต้องทำให้ได้ภายใน 20 ปี เพราะฉะนั้นสโลแกนของโครงการเรา คือ ถูก ดี มีระดับ ซึ่งโครงการที่เราสร้างเสร็จแล้ว ราคาจะถูกกว่าโครงการคู่แข่งเยอะมาก ยกตัวอย่าง โครงการข้างๆ เป็นของเอกชนอยู่รั้วติดกัน บ้านเดี่ยว เราขายอยู่ประมาณ 1.4-1.5 ล้านบาท แต่เขาขายประมาณ 3-4 ล้านบาท ซึ่งมันแตกต่างกับเราค่อนข้างเยอะ ทั้งที่พื้นที่อยู่ติดกับเรา

… ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรามีจุดเด่นและแนวทางของเรา เนื่องจากโครงการเป็นที่ดินของภาครัฐ จึงมีพื้นที่ส่วนกลางเยอะมาก ถนนได้มาตราฐาน ภายในโครงการมีพื้นที่ส่วนกลางเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นสนามบาสเก็ตบอล สนามเปตอง สนามฟุตซอล หรือว่าพื้นที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้คนที่อาศัยในชุมชนขายของได้อีกด้วย ตอนนี้เรากำลังพัฒนาเป็นตลาดประชารัฐ สิ่งแวดล้อมเราก็มีมากกว่าเอกชนด้วยครับ”

วิธีสร้างบุคลากร ของ กคช.

“ตอนนี้บุคคลากรของเรา จะมีหลักสูตรอบรมในด้านต่างๆ อย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคณะกรรมการการเคหะฯได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก ท่านบอกว่าต้องเน้นการพัฒนาบุคลากรให้ทันสมัยคือ ในยุคดิจิตอล ยุคที่เราต้องทำธุรกิจกับเพื่อนบ้านคือ AEC  เพราะฉะนั้นก็ต้องรู้ในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ต้องทำให้ได้ ภาษาก็ต้องดี บุคลิกหรือว่า Mindset ในเรื่องของการบริการให้กับลูกค้าก็ต้องดีขึ้น อันนี้ในส่วนเรื่องการพัฒนาเป็นหลักสูตรที่เราต้องจัดให้อยู่แล้ว ”

บุคคลต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ

“ถ้ามองจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ส่วนตัวที่ผมเคารพนับถือ คือ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท่านเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องความโปร่งใสมาก ความเอาจริงเอาจังในเรื่องของการทำงาน อีกท่านคือ ท่านรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ท่านเป็นแบบอย่างในการคิดและมีวิสัยทัศน์ ผมจะนำเอาแนวคิดของท่านรองนายกฯ เป็นโมเดลในการคิดเรื่องต่างๆ ครับ.”

แนวคิดสำหรับคนรุ่นใหม่ในการเริ่มต้นทำงาน

“แนวคิดผม คือ SUCCESS = DREAM + DO คือ ถ้าคุณจะทำงานให้สำเร็จ คุณต้องฝันก่อนว่าจะทำอะไร ต้องคิดไปเรื่อยๆ… คิดเสร็จ คุณต้องทำด้วย ไม่ใช่คิดอย่างเดียว ฝันแล้วต้องทำ พอทำแล้ว ความสำเร็จมันอยู่ไม่ไกลถึงอย่างไรก็ต้องล้มลุกคลุกคลานบ้าง อาจมีสมหวัง ผิดหวังบ้าง แต่ว่าความผิดหวังสำหรับผมคิดว่า เป็นแรงบันดาลใจ เหมือนเป็นภูมิคุ้มกัน เหมือนเป็นยาชูกำลัง ผิดหวังเรื่องหนึ่ง เราก็แข็งแรงขึ้น แล้วถ้าผิดพลาดตรงไหน ก็ป้องกันตรงนั้น มันก็จะทำให้เราแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้วพอเราเริ่มมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น เราก็จะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ พอสมหวังแล้วเราก็จะรู้ว่าในสิ่งที่เราได้รับมีคุณค่ามาก และเราก็จะมีความสุขกับความสำเร็จนั้น ซึ่งพอกลับมาคิดย้อนกลับไป เราจะรู้สึกว่า ชีวิตเรามีสีสันดี ไม่ใช่ว่ารูปภาพนี้ มีแต่สีสดใสอยู่สีเดียว มันไม่สวย รูปภาพที่สวยจริงๆ นั้น จะต้องมีหลายสี มีทั้งสีขาว สีดำ สีสด สีหม่น รวมกัน มันก็จะเป็นรูปภาพที่สวย และมีความสมบูรณ์”

อุปสรรคกับการทำงาน

“อุปสรรคจะมีตลอดทุกงาน ทั้งงานเล็ก งานน้อยมีหมด แต่อยู่ที่เราจะแก้ไข แล้วจะเผชิญหน้ากับอุปสรรคได้อย่างไร สำหรับผม…ทุกเรื่องมีทางแก้หมด มีอุปสรรคก็มีทางแก้ทุกเรื่อง แล้วอุปสรรคก็จะมีทั้งประเภทที่ควบคุมได้ และส่วนที่ควบคุมไม่ได้ เราก็พยายามไปหาคนที่ควบคุมได้ให้ไปแก้ไขตรงนั้น โดยหน่วยงานเรามีกฎเกณฑ์อย่างนี้ พยายามไปคุย ไปเจรจาให้กฎเกณฑ์นี้มันผ่อนปรนขึ้น ก็จะมีทางแก้ได้หมดทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นใครไม่เจออุปสรรคเลย ก็คือคนที่ไม่ได้ทำงานครับ ทำงานอะไรก็ต้องเจออุปสรรคอยู่แล้ว”

 

ฝากถึงเด็กคนรุ่นใหม่ ได้พัฒนาตัวเอง เพื่อจะได้ประสบความสำเร็จ

“ถ้าเรามุ่งในความสำเร็จ SUCCESS ทุกคนต้องกล้าที่จะคิดต้องกล้าที่จะฝันครับ อย่างที่ผมว่า DREAM+DO ก็คือต้องกล้าที่จะคิดก่อน แล้วลงมือทำด้วยครับ อันนี้สำเร็จ แล้วไม่ว่าระหว่างทางนั้น เราจะเจออุปสรรคอะไร ก็อย่าท้อใจ เพราะว่าทุกเรื่องมันมีการแก้ปัญหาหมด ถ้าเราแก้วันนี้ไม่ได้ ก็ยังวันพรุ่งนี้เราก็แก้ไขได้ แล้วก็ไม่ต้องเก็บเอามาใส่ใจ ตัวผมเองถ้าเจออุปสรรคหรือเจอปัญหา กลับบ้านผมก็ไปเล่นดนตรี อ่านหนังสือ กลับมาอีกวัน ก็แก้ไขได้ รู้วิธีแก้ปัญหา ก็คือพร้อมที่จะสู้กับสิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่ว่าเจออุปสรรคก็จะต้องท้อถอย อันนี้เป็นแนวทางที่ผมใช้มาตลอด อย่าไปกลัวความผิดหวัง เพราะความผิดหวังเกิดขึ้นได้ตลอด แต่อยู่ที่ว่านำความผิดหวังนั้นมาเป็นบทเรียน พร้อมที่จะสู้ต่อในวันถัดไปครับ.”

 

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here