การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และได้รับสารอาหารต่างๆ ที่สำคัญถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กในวัยเจริญเติบโต ดังนั้น เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ โอวัลติน ร่วมกับ เซเว่น อีเลฟเว่น จึงได้จัดงานวันเด็กอย่างยิ่งใหญ่ สร้างความสุขให้เด็กๆ ด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมาย ภายใต้แคมเปญ เติมพลังสมอง ให้น้องเรียนรู้กับโอวัลติน ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กไทยให้สดใสแข็งแรง พร้อมเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นอัจฉริยะกับ 5 อาชีพในฝันของเด็กๆ ได้แก่ คุณหมอ นักฟุตบอล คุณครู ศิลปิน และเชฟ โดยมีเด็กๆ และผู้ปกครองมาร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 1,500 คน ณ สวนสัตว์ดุสิต

คุณเฉลิมชัย ธีระกุล ผู้บริหารผลิตภัณฑ์โอวัลติน กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์โอวัลตินตระหนักถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมส่งเสริมสังคมและเด็กไทย จึงได้ร่วมกับเซเว่น อีเลฟเว่นจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17ในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการศึกษา โภชนาการ ฯลฯ โดยในปีนี้มุ่งเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กไทยให้สดใสแข็งแรง พร้อมเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นอัจฉริยะกับ 5 อาชีพในฝันของเด็กๆ ผ่านโครงการ ‘เติมพลังสมอง ให้น้องเรียนรู้กับโอวัลติน’ โดยส่งเสริมให้คุณพ่อคุณแม่ใส่ใจในการเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาร่างกายและสมองของลูก พร้อมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของลูกโดยผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ”

 พิเศษกว่าทุกปี สำหรับกิจกรรมวันเด็กในปีนี้ ชู 5 อาชีพในฝันของเด็กๆ ผ่านกิจกรรมสุดสนุกและสร้างสรรค์ให้เด็กๆ ได้มาเรียนรู้กันเต็มที่ผ่าน 3 ฐานกิจกรรม ได้แก่ ฐาน Empower เติมพลังสมองด้วยโอวัลติน ฐาน Exploreสำรวจอาชีพในฝันต่างๆ และฐาน Experience เรียนรู้เพื่อต่อยอดความฝันพร้อมเก็บภาพเป็นที่ระลึก

 น้องอาโป ด.ช. มณฑล รวดเร็ว อายุ 8 ปี เรียนชั้น ป.3 โรงเรียนอนุบาลพระนครศรีอยุธยา จ. อยุธยา กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ปกติแล้วทุกๆ วันเด็กคุณแม่จะพามาเที่ยวที่นี่ทุกปี และปีนี้ตั้งใจมาที่บูธของโอวัลติน เพราะเคยมาปีที่แล้วสนุกมาก และได้เรียนรู้หลายอย่าง และต้องมาเติมพลังให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมที่จะเล่นในวันเด็กนี้อย่างสนุกสนานทั้งวันด้วยโอวัลตินก่อน ส่วนกิจกรรมที่ผมชอบคือ ฐานเล่นฟุตบอลครับ ปกติแล้วที่โรงเรียนผมก็เล่นกับเพื่อนๆ อยู่แล้ว วันนี้เลยได้มาเล่นที่บูธกิจกรรมที่สนุกมากเลยครับ ได้ทำสิ่งที่ผมชอบด้วยและได้ของรางวัลด้วยครับ”

สองพี่น้อง น้องโมเน่ ด.ญ. ภาพพิมพ์ มิตรสุริยะ อายุ 8 ปี เรียนชั้น ป. 2 และ น้องสิงห์ ด.ช. จิตรสิงห์ มิตรสุริยะ อายุ 10 ปี เรียนชั้น ป. 4 โรงเรียนกสินธรเซนต์ปีเตอร์ จ. นนทบุรี กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “วันนี้หนูมางานวันเด็กกับพี่ชาย เราทั้งสองคนชอบดื่มโอวัลติน และที่หนูชอบคือ บูธการทำขนมปังกับแยมโอวัลตินให้ได้ลองทำ เพราะว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นเชฟและอยากทำให้คุณแม่และพี่ชายทานคะ คุณแม่จะบอกหนู่เสมอว่า นอกจากทำอร่อยแล้ว ต้องมีประโยชน์ด้วย เหมือนกับโอวัลตินที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ด้วย”

 น้องปลาย ด.ญ. ปลายวดี บุบผาโภชน์ อายุ 8 ปี เรียนชั้น ป. 3 โรงเรียนวลีรัตน์วิทยา กรุงเทพมหานคร พูดคุยอย่างร่าเริงว่า “ปีนี้น้องปลายมาเที่ยววันเด็กกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ก่อนที่น้องปลายจะออกจากบ้านคุณแม่ได้เตรียมอาหาร และชงโอวัลตินให้น้องปลายดื่ม เพราะคุณแม่บอกว่าอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยเติมพลังให้ร่างกายและเติมพลังสมองให้แข็งแรง โดยโตขึ้นหนูอยากเป็นคุณหมอ จึงต้องขยันเรียนให้มาก รวมถึงการทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้สารอาหารไปบำรุงสมอง ทำให้หนูมีสมาธิกับการเรียนและสามารถจดจำได้ดีขึ้น อีกทั้งจะตั้งใจเรียนเพื่อเป็นคุณหมอให้ได้คะ”

 ด้าน พอลล่า เทเลอร์ บัทเทอรี นางเอกสาวที่มาร่วมงานพร้อมน้องไลลา หรือ เจน บัทเทอรี กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “วันนี้ได้พาน้องไลลา มาร่วมสนุกกับน้องๆเยาวชน รู้สึกมีความสุขมาก ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ทุกคน และอยากให้เด็กๆ ได้รับการส่งเสริมให้มีการพัฒนาสมองและร่างกาย ไม่ว่าจะผ่านการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง และการร่วมกิจกรรมที่สร้างสรรค์ อย่างเช่นที่

พอลล่าได้ร่วมงานในวันนี้ นับเป็นกิจกรรมดีๆ ที่น่าสนับสนุนที่ทางโอวัลตินร่วมกับทางเซเว่น อีเลฟเว่นจัดขึ้น”

 สำหรับกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการ ‘เติมพลังสมอง ให้น้องเรียนรู้’ กับโอวัลตินนี้ นอกจากกิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติแล้ว ตลอดเดือนมกราคม 2561 ทุกแก้วโอวัลตินคูลที่ซื้อในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทุกแก้ว จะมีมูลค่าเท่ากับ 1บาท เพื่อนำไปสมทบเป็นผลิตภัณฑ์โอวัลตินมอบให้แก่โครงการอาหารเช้าที่มีคุณภาพสำหรับเด็กด้อยโอกาส ของมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้จัดโครงการเพื่อแบ่งปันอาหารเช้าคุณภาพให้แก่เด็กด้อยโอกาส เพื่อแก้ปัญหาเด็กที่ต้องไปโรงเรียนโดยไม่ได้กินอาหารเช้า เนื่องจากหลายครอบครัวเด็กขาดแคลนแหล่งอาหารไม่มีเงินซื้อ รวมทั้งผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลโภชนาการของเด็กๆ โดยโครงการดำเนินให้เป็นไปตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยร่วมมือกับโรงเรียนหรือชุมชนที่ร่วมในโครงการนี้กว่า 106 โรง และ 64 ชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here