มีคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” แต่พอมีโรคแล้ว คุณ คุณ ทั้งหลายมักจะหาโรงพยาบาลที่ใช่ และรักษาให้ตรงกับโรคมากที่สุด และให้การรักษาไปเป็นอย่างสะอาดปลอดภัย มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ทำให้โรงพยาบาลก็ต้องปรับตัวเองเพื่อรองรับผู้ป่วยยุคใหม่มากขึ้น

 
         โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ เป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยกลุ่มคนที่ป่วยเป็นโรคปวดหลังร้าวลงขาเดินไม่ได้ ที่ เกิดจากกระดูกเคลื่อน หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท พูดถึงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ในฐานะโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในการรักษาแห่งหนึ่งของเมืองไทย ไม่เพียงเท่านี้ชื่อเสียงยังดังกระฉ่อนไปถึงเมืองนอกเมืองนา มีผู้ป่วยหอบกระเป๋าบินลัดฟ้ามารักษาถึงเมืองไทย แสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงไม่ธรรมดา

 
         “นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล” ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอส โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาท และศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้คือ การเรียนจบแพทย์มา แล้วก็โลดแล่นทำงานอยู่โรงพยาบาลชั้นนำก่อน จากนั้นก็มาเปิดคลินิกเป็นของตัวเอง คนไข้ตอบรับดีมาก จึงลงทุนเพิ่มด้วยการเปิดเป็นโรงพยาบาล จวบจนถึงทุกวันนี้เป็นที่รู้จักของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

 
ด้วยความฝัน คุณหมอได้วางปรัชญาไว้ว่า อยากทำโรงพยาบาลที่รักษาโรคกระดูกสันหลังและระบบประสาท ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และการรักษาคนไข้ต้องมุ่งหาการรักษาที่ต้นเหตุ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ผลที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย วางจุดแข็งของโรงพยาบาลคือการรักษาต้องเป็นเลิศ จากฝันในอดีต ปัจจุบันความเป็นจริง คือ โรงพยาบาลของคุณหมอโด่งดังไปทั่วโลก

 
         สิ่งที่ทำให้โด่งดังได้ทุกวันนี้ คือการที่โรงพยาบาลมี จุดแข็งที่เด่นชัด คือการมีทีมงานแพทย์ และพยาบาล เฉพาะทางโรคปวดหลัง ที่เกิดจากกระดูกสันหลัง และระบบปราสาท ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ทำให้รู้ลึก รู้จริง สามารถรักษาได้ตรงจุด การวินิจฉัย ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ประกอบกับการนำนวัตกรรมสมัยใหม่จากทั่วโลกเข้ามาช่วยในการรักษา ใช้ระบบเลเซอร์และส่องกล้องนำวิถีในการผ่าตัดเป็นหลัก ห้องผ่าตัดมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยระดับโลก ทำให้รักษาถูกต้องตรงจุด เกิดข้อผิดพลาดน้อยมาก

นอกจากนี้ยังใช้ระบบออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย คนไข้สามารถดูผล และฟังการวินิจฉัยไปพร้อมๆ กับหมอได้เลย

        อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุด คือ คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดด้วยระบบการยิงระบบเรเซอร์ จะมีแผลเล็กมาก ไม่เจ็บปวดมาก และไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืน เพียงใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็สามารถเดินได้เหมือนคนปกติ ไม่เหมือนไปทำการผ่าตัดในที่อื่นๆ ที่ต้องเจ็บปวดทรมาน และใช้เวลานานในการรักษา ที่สำคัญการผ่าตัดรักษาโรคปวดหลังที่เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทที่โรงพยาบาลเอสจะเสียเลือดน้อยมาก แผลมีขนาดเล็ก มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยในการรักษาคนไข้ อุปกรณ์สะอาดปลอดภัย ตอบโจทย์ผู้ป่วยให้สามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว ไม่ทรมาน และไม่เสี่ยงการติดเชื้อ ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีมากมาย เช่น เตียงไฟฟ้า ถังขยะออโต้ รวมถึงการตกแต่งบรรยากาศในโรงพยาบาลให้มีบรรยากาศเป็นโรงแรมรีสอร์ท ให้คนไข้ดูผ่อนคลาย ไม่เครียด

        ทั้งนี้จากการที่มีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง เฉลี่ยการเติบโตปีละ 100-200% มีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ แบ่งเป็นสัดส่วนดังนี้ คนไทย 70 % และต่างชาติ 30 % ส่วนใหญ่จะมาจากตะวันออกกลาง ลูกค้าทุกรายมีความเชื่อมั่นในการรักษาอย่างมาก จึงทำให้ทุกวันนี้โรงพยาบาลเอส ยืนหยัดอยู่บนเวทีธุรกิจทางการแพทย์ได้อย่างสง่างาม

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here