ด้วยวิสัยทัศน์ของการยางแห่งประเทศไทย “กยท. เป็นองค์กรชั้นนำระดับโลก” ในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ” เรามาทำความรู้จักผู้บริหารสูงสุดของ กยท. ซึ่งถือว่าบทบาทสำคัญในการบริหารและกำหนดทิศทางองค์กร ท่านนี้ คือ ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ท่านผ่านประสบการณ์บริหารงานองค์กรทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ  มาทำความรู้จักผู้บริหารท่านนี้กัน

เรื่องสถานการณ์ยางในปัจจุบันของไทย

     ยางพาราเป็นพืชเกษตรกรรม ในบทบาทหนึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ประเภทเดียวกับทองและน้ำมัน โดยตลาดยางพาราจะมี 2 ตลาด คือ ตลาดล่วงหน้า เป็นการซื้อขายยางล่วงหน้า ซึ่งมี จุดประสงค์ ในการบริหารความเสี่ยงกับตลาดที่มีการซื้อขายจริง อีกตลาด คือ ตลาดส่งมอบจริงภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ 90% ของยางที่ผลิตในประเทศจะส่งออก ดังนั้น จึงทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางรายใหญ่ของโลก เพราะฉะนั้นเมื่อยางในปริมาณ 90% ส่งออกไปต่างประเทศ ก็จะเกิดความผันผวนเรื่องของตลาด มีการเก็งกำไรซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งจะสะท้อนกลับมาสู่ตลาดส่งมอบจริงภายในประเทศ

  จะเห็นว่าในหลาย ๆ ยุค หลายสมัยนั้น  จะมีเรื่องของปัญหายางราคาถูก ราคาแพง เป็นปกติ เป็นวัฏจักรทางธุรกิจ แต่ทุกครั้งเมื่อยางราคายางปรับลดลง ก็มักจะเป็นปัญหาที่จะต้องหาวิธีการ เข้ามาแก้ไข ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ยางในประเทศไทยมีการปรับลดราคาลงมา แต่ ณ วันนี้ก็ผ่านจุดที่ต่ำที่สุดมาแล้ว ในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ ๆ เนื่องจากรัฐบาลเองไม่ได้นิ่งนอนใจมีการใช้มาตรการทั้งภายนอกประเทศ และภายในประเทศ ที่จะช่วยให้ราคากลับเข้าสู่จุดปกติโดยเร็วที่สุดครับ ”

 

มาตรการภายในและภายนอกประเทศอย่างไรบ้าง

ในเบื้องต้นเราแยกตลาดออกเป็น 2 ส่วน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด เราพูดภายนอกประเทศก่อน ตลาดภายนอกประเทศนี้ไทยเราเป็นพี่ใหญ่ในเรื่องการส่งออกยางของโลก และได้มีการร่วมมืออีก 2 ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ คือ อินโดนีเซีย กับ มาเลเซีย  ร่วมกับประเทศไทย เป็นสภาความร่วมมือ เรียกว่า สภาไตรภาคียางพารา ซึ่งมีการปรึกษาและหาแนวทางผลักดันในกรณีที่เกิดปัญหาด้านยางพารา เพราะเมื่อวัฏจักรของยางพาราเข้าสู่ช่วงที่ราคามีความผันผวนหรือปรับตัวลง ก็จะส่งผลกระทบทั่วกันทุกประเทศ ไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เพราะโครงสร้างแต่ละประเทศมีความอ่อนไหว การหารือร่วมกันระหว่างประเทศ จึงเป็นการกำหนดมาตรการที่จะช่วยให้ระดับราคายางเกิดเสถียรภาพ ซึ่งในส่วนนี้ทางประเทศไทยเราก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในส่วนของบริษัท ที่เราเรียกว่าบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศหรือเรียกว่า  IRCO ซึ่งบริษัทนี้จะเป็นเครื่องมือที่จะผลักดันการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ 

ยกตัวอย่างมาตรการในช่วงที่ราคายางพาราผันผวน IRCO ได้หาแนวทางในการกำหนดมาตรการ พร้อมทั้งแนวทางระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคายางที่ซื้อขายระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่นิ่งแล้ว ส่วนในประเทศนั้นจะเห็นได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ มีความชัดเจนในการผลักดัน 2 ประเด็นที่สำคัญก็คือ เรื่องการลดพื้นที่ปลูกยาง ปลูกในพื้นที่เหมาะสม เนื่องจากพืชประเภทนี้ บางครั้งเป็นการปลูกตามกัน เช่นวันนี้ราคายางดี ทุกคนก็หันมาปลูกยาง วันนั้นราคาปาล์มดีทุกคนก็หันไปปลูกปาล์ม จนทำให้หลายครั้งซัพพลาย เกินความต้องการ เมื่อมีซัพพลายมากเกินไป ก็ทำให้ของมาก เกินความต้องการซื้อในตลาด ราคาก็ถูกลง

 เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญเราต้องโฟกัส คือ ทำอย่างไรเพื่อควบคุมปริมาณซัพพลายให้อยู่ในจำนวนที่เหมาะสม แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร อะไรที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ต้องมองย้อนกลับไปว่าความต้องการของโลกนั้นเป็นอย่างไร สิ่งที่เราผลิตได้เป็นอย่างไร สำหรับส่วนที่ผลิตเกินซึ่งอยู่ในพื้นที่ไม่เหมาะสม ก็ต้องหาวิธีดำเนินการที่เหมาะสมที่สุด นี้คือประเด็นที่ 1

ส่วนประเด็นที่ 2 คือ รัฐบาลพยายามผลักดันเรื่องของการแปรรูป สร้างมูลค่าให้กับยางพารามากขึ้น ที่ผ่านมาตลอดหลายปีนี้ จะเห็นว่าแม้เราจะมีรายได้จากการส่งออกยางพาราปีละหลายแสนล้านบาท เราก็ส่งออกไปในรูปของวัตถุดิบ ซึ่งวัตถุดิบเหล่านั้นถูกนำไปแปรรูปโดยต่างชาติเป็นสินค้าต่างๆ แล้วย้อนกลับขายเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งมีราคาที่สูงกว่ามากหลาย 10 เท่าตัว สิ่งที่สำคัญก็ คือ ต้องลดการส่งออกในรูปของวัตถุดิบและเพิ่มในการส่งออกในเรื่องผลิตภัณฑ์มากขึ้น เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์เรื่องของยางพาราในอนาคต คือ การผลักดันให้ประเทศไทยไม่เป็นเพียงผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก จะเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางรายใหญ่ของโลกด้วย

 

 

 

 

หลักการบริหารงานและบริหารคน

จริง ๆ แล้ว ผมเองเริ่มทำงานในส่วนของภาคเอกชนและยึดเอาการบริหารในเรื่องการใช้ตัวเป้าหมายเป็นหลัก เพราะฉะนั้นการบริหารจึงเป็นแบบดูผลลัพธ์เป็นหลัก  เรื่องแนวทางที่จะทำให้ถึงเป้าหมายให้ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีความจริงใจ ในทุกเรื่องที่ทำ และกับทุกคนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องครับ หลาย ๆ อย่างที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเราเพียงคนเดียว ต้องอาศัยทีมและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันผลักดัน เรื่องของยางพาราก็เช่นกัน เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมเหมือนคนนอกวงการยาง แต่ ณ วันนี้ที่สามารถทำงานเกี่ยวกับยางพาราได้ นั้นเพราะมีทีมที่ดี ทีมพนักงานและบุคลากรในการยางแห่งประเทศไทยที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนกัน ได้กลุ่มพี่น้องเกษตรกรพี่น้องที่ร่วมกันเป็นเครือข่ายเกษตรกรฯ ที่พร้อมจะยื่นข้อเสนอแนะที่เป็นข้อมูลเชิงสร้างสรรค์และยังมีผู้ประกอบการในวงการ ซึ่งเมื่อก่อนนี้อาจจะไม่ค่อยมีโอกาสคุยกับกันมากนัก แต่ ณ วันนี้ เราใช้วิธีการนั่งโต๊ะพูดคุยกัน เปิดใจกัน และใช้ความจริงใจเป็นหลัก

ในฐานะที่เป็นผู้การการยางแห่งประเทศไทย นโยบายของการบริหารงาน ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ในอีก 10 ปี ข้างหน้า กยท. จะเป็นผู้มีส่วนในการผลักดันให้ประเทศไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางของโลกครับ เพราะฉะนั้นแผนระยะสั้น ระยะยาวจึงมีการวางแผนในการทำงานชัดเจน

ในระยะสั้น ต้องจัด infrastructure ของตัวเกษตรอุตสาหกรรมยาง คือ การบริหารต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของ value chain ของระบบยาง คำว่า ต้นน้ำ คือ เริ่มตั้งแต่ต้องเริ่มทำให้เกษตรกรของเราเลือกปลูกเลือกใช้พื้นที่ที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันวิธีปลูก วิธีกรีดยางนี้มีการช่วยเหลือในเชิงวิชาการ สนับสนุนในเรื่องให้มีการพัฒนาจากการทำผลิตภัณฑ์ต้นทาง ไปเป็นกลางทาง และปลายทางให้มากขึ้น เน้นการเอานวัตกรรมไปประยุกต์ เน้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ส่วนปลายทางก็คือ เน้นหาตลาดใหม่มารองรับ สิ่งเหล่านี้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หรือ 1 ปี ในอนาคตนี้ จะต้องทำให้ครบถ้วนและเข้มแข็ง ในขณะเดียวกันในเรื่องของราคามักจะถูกนำมาใช้พูดกัน แต่เรามองว่าราคาไม่ใช่ตัวปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ หากอยู่ดีกินดีแล้วราคายางจะขึ้นหรือจะลงก็ไม่มีผล

…สิ่งที่สำคัญคือระบบสวัสดิการในระยะ 3 ปีนี้ เราจะวางระบบสวัสดิการให้พี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. จำนวนหลายล้านราย พื้นที่ประมาณ 18 ล้านไร่ เพราะฉะนั้นระบบสวัสดิการในกรณีที่ปลูกแล้วได้รับผลกระทบเสียหาย หรือกรณีประสบภัย หรือกรณีเสียชีวิต เราก็จะมองไปในเรื่องของการทำประกันกับพี่น้องเกษตรกร เกษตรกรจะรู้สึกไม่ต้องกังวลกับการขึ้นลงของราคามาก ขณะเดียวกันก็มีการจัดสวัสดิการ เพื่อให้การสนับสนุนในเรื่องของเงินทุน ทั้งในแบบทุนให้เปล่าและเงินในลักษณะทุนเพื่อขยายธุรกิจและกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องในอัตราที่ต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่นทั่วไป ตรงนี้ก็เป็นการผลักดันให้กลไกด้านระบบเกษตรอุตสาหกรรมมีความเข้มแข็ง

…สุดท้ายสิ่งที่จะผลักดันเพื่อให้ถึงเป้าหมายของการเป็นประเทศผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางรายใหญ่ของโลกได้ คือ  การใช้นวัตกรรมผลักดันให้เกิดการแปรรูปให้มากขึ้นนี้ ปัจจุบันนี้มีคนรู้จักผลิตภัณฑ์ยางพาราบาง จากสิ่งที่เราเห็นผ่านตา เช่น  ยางล้อ ถุงมือยาง ถุงยาง  แต่จริง ๆในชีวิตประจำวันเราใช้ยางเป็นส่วนประกอบมากมาย  เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะหยิบยกเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นโอกาสให้แก่ SME หรือผู้ประกอบการรายย่อยได้  รวมไปทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ ๆ  เพื่อช่วยกันผลักดันและก็ผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในวันสถาปนา กยท. วันที่ 14-15 กรกฎาคม นี้  จะมีการนำเอาผลิตภัณฑ์มากมาย ที่ทำจากยางพารา นำมาจัดแสดง เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ หรือกลุ่ม Startup Business ทั้งหลาย ที่คิดว่ามีความสนใจที่จะเข้าลงทุน การที่ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมกันใช้ยางในประเทศมากขึ้น ก็จะช่วยลดปัญหายางพาราไม่ต้องไปพึ่งพิงราคายางในต่างประเทศครับ ”

 

ผลตอบรับของการผลักดันการแปรรูปยางพารา

     “ตอนนี้เรายังถูกมองว่าเป็นประเทศผู้ส่งออกวัตถุดิบอยู่  เพราะฉะนั้นยังต้องใช้เวลาเพื่อทำให้ตลาดยอมรับในผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย เช่น ถุงมือยาง ที่ผลิตในประเทศและส่งออกในต่างประเทศมีมากมาย และอย่าลืมว่าผลผลิตยางของไทยยังสามารถนำไปทำถนน ยางล้อ  และผลิตภัณฑ์ได้อีกมากมาย ดังนั้น กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่นายทุนช่างชาติต่างย้ายฐานการผลิตมาผลิตในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทยางล้อรถยนต์ ต่อไปก็จะมียางล้อเครื่องบิน ซึ่งเหล่านี้ก็จะส่งเสริมให้เกิดการใช้ยางในประเทศไทยให้มากขึ้น แต่เมื่ออนาคตเราสามารถที่จะผลักดันผลิตภัณฑ์ยางให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เชื่อว่าจะเป็นอนาคตใหม่ของวงการยางพารา ”

 

 

จุดเด่น จุดด้อย ของสินค้าแปรรูปของยางพาราเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุทดแทน

     “ ยางมีจุดเด่นในตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งไม่สามารถหาผลิตภัณฑ์อื่นมาทดแทนได้ แม้กระทั่งยางสังเคราะห์ก็ไม่ได้เป็นสินค้าทดแทนโดยสมบูรณ์ จะเห็นได้ว่าในยางล้อ 1 เส้น บางคนบอกว่าสามารถใช้ยางสังเคราะห์มาทำแทน  แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณภาพในยางสังเคราะห์ก็ยังสู้ยางธรรมชาติไม่ได้ในเรื่องของความยืดหยุ่น และการคืนตัวต่าง ๆ   

เพราะฉะนั้น จึงสามารถดึงจุดเด่นเหล่านี้ออกมาและสร้างเป็นการรับรู้และเข้าใจถึงผลิตภัณฑ์หลาย ๆ ชนิด ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ซึ่งกำลังผลักดันให้เป็นที่รู้จัก เช่น แผ่นปูพื้น สนามเด็กเล่น ซึ่งสมัยก่อนเราใช้ปูนซีเมนต์บ้าง ใช้พลาสติกบ้าง แต่สำหรับยางแล้ว ด้วยธรรมชาติของยางในเรื่องของความยืดหยุ่นต่าง ๆ จะช่วยทำให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงถือเป็นคุณสมบัติพิเศษ ที่มีความแตกต่าง และเป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์ยางพารา”

 

ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างไรบ้าง

     “ ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าคนไทยไม่ได้ด้อยกว่าต่างประเทศเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของงานวิจัยหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการนำเอายางไปแปรรูป ซึ่งบางชิ้นงานดีกว่าและนำต่างประเทศด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่า ณ วันนี้เราต้องหาคนทำจริง คือ ต้องร่วมกันนำงานวิจัยเหล่านี้ต่อยอดไปสู่การผลิต เป็น commercialize อย่างจริงจัง ซึ่งตอนนี้ในทางทหารกำลังสนใจการวิจัยแผ่นที่สามารถควบคุมแรงระเบิดในพื้นที่ได้ เชื่อว่าในต่างประเทศเองยังไม่ทำ แม้แต่แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองบ่อน้ำ หรือในงานก่อสร้าง ซึ่งทุกคนคุ้นเคยกับการยาแนวเพื่อกันน้ำรั่ว น้ำซึม ปัจจุบันนี้ ก็สามารถใช้ยางพารามาทาเพื่อป้องกันการรั่วซึมได้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถขายในต่างประเทศได้ ”

 

ในเรื่องแหล่งเงินทุน กยท.ช่วยส่งเสริมอะไรบ้าง

     “ เรื่องแหล่งเงินทุนนี้ กยท. จะเป็นแหล่งส่งเสริมผู้ประกอบการในหลาย ๆ ด้านอยู่แล้ว สำหรับผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนกับ กยท.  สามารถยื่นขอเงินสนับสนุนกองทุนที่ส่งเสริมเรื่องการแปรรูปในการตลาดและการขยายกิจการ แม้กระทั้งบุคคลทั่วไป สถาบันเกษตรกร หรือเป็นนิติบุคคลก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนนี้ได้ ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ในแต่ละปีจะมีเงินทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท ที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมยางพารานี้ให้เติบโต และในขณะเดียวกัน ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐด้วย เช่น เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้ ทางคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติวงเงินอีก 10,000 ล้านบาทให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการจะซื้อน้ำยางพารา เพื่อไปใช้ในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น  ถ้าท่านใดที่อยู่ในวงธุรกิจนี้ ก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนนี้ได้อย่างง่ายกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น

 

ในอุตสาหกรรมยางของเรานี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ หรือมีอุปสรรคอย่างไรบ้าง

     “ คงเป็นเรื่องของระยะเวลา ต้องปรับเปลี่ยนแนวในการทำงานของเรา ณ.วันนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก แต่เกษตรกรกลับได้รับรายได้น้อย เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งเป็นผู้ปลูกนั้นได้รับประโยชน์ให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญ คือ มันจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานหรือทัศนคติ หรือวัฒนธรรมในการทำงานซึ่งอันนี้เวลาอาจจะเป็นอุปสรรค แต่ว่าเรายังมีเป้าหมายชัดเจนอยู่ครับ”

 

 มุมมองในฐานะที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการการยาง อยากเห็นอุตสาหกรรมยางเป็นอย่างไรบ้าง

เราต้องเปลี่ยนจากการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบ ไปเป็นผู้ที่ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ยางรายใหญ่ของโลกให้ได้ มันก็จะทำให้เกิด Value Added  หรือมูลค่าเพิ่มในตลาดยางพารา และมูลค่าเพิ่มนี้จะกระจายเข้าสู่ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลูก ผู้แปรรูป และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ครับ ”

 

การผลักดันบุคลากรให้เข้าไปสู่เป้าหมาย

     “ เรากำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจน และเป็นเป้าหมายเดียวกัน อย่าลืมว่าการยางแห่งประเทศไทย ถือเป็นรัฐวิสาหกิจแรกของประเทศไทย ที่เกิดจากการรวมตัวของ 3 หน่วยงาน คือ  รัฐวิสาหกิจ 2 หน่วยงาน กับราชการ 1 หน่วยงาน ซึ่งการรวมตัวในลักษณะนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกแน่นอนว่าบุคลากรที่มาจาก 3 หน่วยงาน หรือ 3 วัฒนธรรม ที่ค่อนข้างแตกต่าง หลายคนเป็นห่วงว่าจะเข้ากันได้อย่างไร แต่สำหรับผม ผมมองว่าเราไม่จำเป็นจะต้องทำเหมือนกัน คิดเหมือนกัน แต่ถ้าเราเห็นเป้าหมายเดียวกัน วันหนึ่งพวกเขาก็จะสามารถเดินเจอกันที่จุดหมายเดียวกัน พวกเขารู้ว่าสิ่งไหนคือ เป้าหมายที่ทุกคนต้องต้องพุ่งไป เพราะฉะนั้น เราจะชี้เป้าหมายเป็นหลัก มุมมองก็คือ ไม่ได้บังคับว่าทุกคนจะต้องคิดเหมือนกันเดินเหมือนกันทำเหมือนกัน แต่ถ้าทุกคนเดินไปที่จุดหมายเดียวกันนั้นคือความสำเร็จครับ ”

 

บุคคลต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน

     “ ผมนับถือหลายคน แต่ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็ คือ เราควรต้องมองจุดเด่นของตัวเราเองด้วย เพราะว่า Leadership Cannot Be Copied มันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถไปลอกเลียนแบบใครเขาได้ จริงอยู่เราอาจจะเรียนรู้มุมมองของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่เราไม่สามารถเป็นแบบเขาได้ ยกเว้น ตัวเราเองนั้นค้นพบว่าจุดแข็งของตัวเรานั้นคืออะไร แล้วก็พยายามจะใช้จุดแข็งนั้น กำหนดเป็นแนวทางในการทำงานของตัวเองครับ

 

ฝากถึงพี่น้องชาวเกษตรกรหรือผู้ปลูกยาง หรือคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมยาง

     “ ขอฝากถึงพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางและทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมยางว่า ณ. วันนี้โลกเปลี่ยนแล้ว ในความหมายคือ  ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในโลก วัฒนธรรม วิธีการความต้องการของผู้บริโภค มันเปลี่ยนแปลง เราเองเราก็ต้องมีการปรับด้วย เพราะถ้าเราไม่มีวิธีการปรับตัว โอกาสที่เราจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูงนะครับ เพราะฉะนั้นเราควรมาร่วมกันทำให้ประเทศไทย ขับเคลื่อนไปข้างหน้า เข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 เข้าสู่โลกดิจิตอลมากขึ้น และในขณะเดียวกันมาร่วมกันสร้าง valued added จากอุตสาหกรรมยางด้วยกันครับ

 

 

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.