บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) เสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 5% ต่อปี ใน 5 ปีแรกและหลังจากนั้นจะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยส่วนเพิ่ม จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน จองซื้อขั้นต่ำ 1 แสนบาท ผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ และ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร โดยคาดว่าจะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิมรุ่น CPALL178A และ/หรือ CPALL248A ระหว่างวันที่ 7-9 ส.ค. 2560 และเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 16-18 และ 21 ส.ค. 2560 ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัทซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนการชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่1/2560 มูลค่าไม่เกิน 10,000 ล้านบาท โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิที่จะไถ่ถอนหุ้นกู้ดังกล่าวได้ก่อนกำหนด หลังครบอายุ 5 ปี หรือตามเงื่อนไขอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในร่างหนังสือชี้ชวน โดยคาดว่าจะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิมรุ่น CPALL178A และ/หรือ CPALL248A ระหว่างวันที่ 7-9 ส.ค. 2560 และเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 16-18และ 21 ส.ค. 2560 โดยให้ความไว้วางใจในการแต่งตั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ คือธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ และ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร หุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ BBB(tha) โดย บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2560

การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯในครั้งนี้บริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปใช้สำหรับการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนและการRefinancing (การออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อชำระ และ/หรือทดแทนหุ้นกู้เดิม) การชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม และ/หรือ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการของบริษัท

CPALL เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ 7-Eleven และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันบริษัทมีร้านค้า 7- Eleven รวมทั้งสิ้น9,788 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560) โดยตั้งเป้าหมายใหม่ที่จะขยายสาขาให้ครบ 13,000 สาขาภายในปี 2564 ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 451,939ล้านบาท และผลกำไรสุทธิที่ 16,677 ล้านบาท ในปี 2559 ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2560 อยู่ที่ 117,513 ล้านบาท เติบโต 8% YOY และผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,765 ล้านบาท เติบโต  17.2% YOY   บริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ A(tha) (Stable) โดย บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2559

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here