บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (บล.กรุงศรี) ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดโรดโชว์ Invest Thailand Conference 2017  มุ่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย พร้อมนำทัพผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียนชั้นนำ 10 บริษัทจากหลากหลายอุตสาหกรรมพบกับนักลงทุนสถาบันของประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2560 ณ กรุงโตเกียว เพื่อนำเสนอข้อมูลศักยภาพของบริษัทพร้อมโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ โดยกรุงศรีได้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพในฐานะบริษัทในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและเป็น 1 ใน 5 กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ที่ให้การสนับสนุนการจัดโรดโชว์ Invest Thailand Conference 2017 อย่างเต็มที่ รวมถึงบริษัทในเครือข่าย MUFG อาทิ บริษัทมิตซูบิชิ  ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ ซีเคียวริตี้ จำกัด ที่สนับสนุนช่องทางการเข้าถึงเครือข่ายนักลงทุนสถาบันญี่ปุ่นเพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในตลาดทุนไทย

นายอุดมการ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Invest Thailand Conference 2017 นับเป็นโรดโชว์ต่างประเทศครั้งแรกที่ บล.กรุงศรีได้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดพบนักลงทุนสถาบันที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเราได้ทำงานอย่างใกล้ชิดและได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากบริษัทแม่คือธนาคารกรุงศรีอยุธยาและ MUFG ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งโรดโชว์ครั้งนี้ทุกฝ่ายได้ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อแสดงศักยภาพความแข็งแกร่งและการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งนำเสนอโอกาสการลงทุนในตลาดทุนไทยด้วย”

“บริษัทจดทะเบียนชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฯ 10 บริษัท ซึ่งร่วมโรดโชว์ครั้งนี้ ประกอบด้วยบริษัทขนาดต่างๆ จากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2560 รวมประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท โดยโรดโชว์ครั้งนี้ บล.กรุงศรีมุ่งหวังสร้างเสริมให้นักลงทุนสถาบันของญี่ปุ่นรู้จักและเข้าใจในบริบทการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ตลอดจนสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนของไทยให้เป็นที่รู้จักของนักลงทุนผ่านความสัมพันธ์ของเครือข่าย MUFG และบริษัทในเครือ นอกจากนี้ Invest Thailand Conference 2017 ยังเปิดให้มีเวทีการพบปะพูดคุยระหว่างบริษัทจดทะเบียนและนักลงทุนที่ให้ความสนใจให้ได้รู้จักกันมากขึ้น รวมถึงการเจรจาการค้าทางธุรกิจ (Business Matching) ด้วย นับเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมตลาดทุนไทยแล้วยังมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง” นายอุดมการกล่าวในที่สุด

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here