ดร.วิสุทธิ วิทยฐานกรณ์  ประธานกรรมการ-บริหาร บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO นักธุรกิจผู้สร้าง น้ำมันพืชถั่วเหลือง “องุ่น” โด่งดังติดตลาดโลก รวมถึงเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ตรา “เกษตร” แบรนด์สินค้าเกษตรชั้นดีของไทย สู่ผู้บริโภคและตลาดโลก ได้เผยข้อคิดเกี่ยวกับหลักการบริหารธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ได้รางวัล SET AWARD เป็นหุ้นยั่งยืน มีผลประกอบการดี จ่ายปันผลดีตลอด 30 ปี และรางวัลอื่นอีกมากมาย

 

ประวัติความเป็นมาของ บมจ.น้ำมันพืชไทย หรือ TVO

น้ำมันพืชไทย ก่อตั้งตั้งแต่ ปี 2510  บริษัทเราก็เติบโตมาตามลำดับ เพิ่มกำลังการผลิตมาเรื่อยๆ จนมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ การนำบริษัทฯเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2533 และในปัจจุบันนี้ เรามีกำลังการผลิตที่ 6,000 ตัน วัตถุดิบต่อวัน หมายความว่าใช้ถั่วเหลืองวันละ 6,000 ตัน และมียอดขายประมาณ 28,000 ล้านบาท กำไรอยู่ประมาณ 7-8 เปอร์เซ็นต์
ปัญหาหรืออุปสรรค ในปัจจุบัน

อุปสรรคของธุรกิจนี้น่าจะเป็นเรื่องของ Supply หรือ  เรื่องของวัตถุดิบ ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ มาจากการนำเข้า มาจาก บราซิล และสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นเรื่อง ดิน ฟ้า อากาศ นับเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับธุรกิจนี้ครับ ซึ่งส่วนใหญ่เรานำเข้าถั่วเหลืองมาใช้เป็นวัตถุดิบ ภายในประเทศผลิตได้นิดหน่อย 5-10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง 90-95 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมีทีมที่ติดตาม สภาพอากาศ รวมทั้งไปดูแลในพื้นที่จริงว่า ผลผลิตเป็นอย่างไร  ทีมงานต้องเฝ้าดูว่า ราคาเป็นอย่างไร ผลผลิตดีไหม มีเรือให้ใช้ไหม เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเวลาของประเทศที่ส่งออกตรงข้ามกับเรา ธุรกิจนี้ก็เป็นธุรกิจที่นอกจากเรื่องวัตถุดิบแล้วก็มีเรื่องของการลงทุน ก็จะต้องใช้การลงทุนที่สูงนับ 1,000 ล้านบาท แล้วก็ต้องมีทีมการขาย การตลาด ที่แข็งแกร่ง แล้วถ้าทำธุรกิจกับต่างประเทศด้วย ต้องรู้เรื่องของต่างประเทศด้วย

 

ผลประกอบการในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

 ใน 3 ปีที่ผ่านมาเนี้ย เรามีผลประกอบการค่อนข้างดีครับ เราทำลายสถิติ ทั้ง 3 ปีนะครับ

ปี 2557 ยอดขาย  25,000 ล้านบาท  เรามีกำไร 1,670 ล้านบาท  ซึ่งทำลายสถิติ ในระยะ 48 ปี ที่ผ่านมา

ปี 2558 ยอดขาย 25,900 ล้านบาท เรามีกำไร 1,900 ล้านบาท อันนี้ ทำลายสถิติ ในระยะ 49 ปี

ส่วนปี 2559 ยอดขาย 28,000 ล้านบาท มีกำไร 2,700 ล้านบาท เป็นการทำลายสถิติ ในระยะ 50 ปี

 

รางวัลที่ได้รับ

สำหรับรางวัลที่ได้รับมีหลายรายการ โดยเฉพาะจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราก็ได้  SET Award เรื่องของ Best Performance, เราได้รางวัลว่าเป็นหุ้นยั่งยืน เพราะว่ามีผลประกอบการ แล้วจ่ายปันผลตลอด 30 ปี ที่ผ่านมา, แล้วก็อีกอันหนึ่งที่เราภาคภูมิใจมากก็คือ รางวัล มี Environment  ที่ดี และอีกหลายรางวัลเหมือนกันครับ

การวางแผนในอนาคต

แผนในอนาคตคือ เรียกว่าเราเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตอยู่แล้วนะครับ แล้วในขั้นตอนต่อไปถ้าเราจะโตอีกมันก็ต้องขยายกำลังการผลิตต่อไป อันนี้เป็นระเบียบตลาดหลักทรัพย์ ฯ ไม่ให้พูดมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นการชี้นำไป

การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้

เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างยุคนี้เราเรียกว่าเป็นยุค ดิจิตอล  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในยุค ดิจิตอลนี้สูงมาก แล้วก็เร็วมาก ผมคิดว่าบริษัทที่ไม่ทันคิดหรือว่าตามไม่ทันนี้ มีสิทธิ์ล่มสลายไป และก็มีตัวอย่างมาเยอะแล้ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่นักธุรกิจจะต้องให้ความสำคัญอย่างมากก็คือ การใช้ดิจิตอลให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจ นะครับ มันทำให้เร็วขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น และถูกกว่า ทั้ง 3 ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่สำคัญ ถ้าคนอื่นใช้แล้วเราไม่ใช้ เราก็จะเพรี้ยงพร้ำ  เพราะฉะนั้นเราต้องทันยุค แล้วนำเอาดิจิตอลเข้ามาใช้กับธุรกิจดั้งเดิมซึ่งมีรากที่แข็งแรง  ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนหมด 100 เปอร์เซ็นต์ มันต้องเอาแต่สิ่งดีดี เข้ามาผสมผสานให้ได้ก็จะเกิดประโยชน์

จุดแข็งหรือจุดเด่นที่ทำให้ธุรกิจ ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าในยุคนี้ การเท่าทันยุคสมัย คือยุคดิจิตอล จะต้องใช้เป็นแล้วก็ให้เป็นประโยชน์

ประเด็นที่ 1 รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประหยัดกว่า อันนี้ต้องนำมาใช้ในองค์กรให้ได้ อันนี้เป็นประเด็นที่หนึ่ง 

ประเด็นที่ 2 ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องคิดด้วย System Thinking หรือการคิดอย่างเป็นระบบ เราไม่สามารถคิดแบบแยกส่วนได้ต้องคิดแบบบูรณาการ มุมนี้ มิตินี้เป็นอย่างไร มุมนั้น มิตินั้นเป็นอย่างไร

ประเด็นที่ 3 จะต้องมีการ Share Vision ให้กับผู้บริหารระดับสูงและผู้จัดการ ผมคิดว่า เรานำเดี่ยวไม่ได้อีกแล้ว ผู้บริหารระดับสูงนี้ต้องเชิญชวน ให้ผู้บริหารระดับกลางมาช่วยกัน เป็นการนำหมู่ และจะต้องมีการ Share Vision และการนำหมู่และช่วยกันทำงาน การทำคนเดียวไม่ทัน เพราะเรื่องมันเยอะมาก

ประเด็นที่ 4 ต้องมี Team Learning เรียนรู้คนเดียวก็ไม่ได้ จะต้องเรียนรู้กันเป็นกลุ่ม ทำอะไรก็ต้องให้รู้กันทั้งกลุ่มเป็นทีม Team Learning ผมว่าถ้าอย่างนี้โอกาสจะประสบความสำเร็จจะสูงขึ้น ส่วนความล้มเหลว จะตรงข้ามกับสิ่งที่เล่ามาทั้งหมด และความล้มเหลวอยู่รอบตัวไปหมด ทำช้าก็ล้ม ทำผิดก็ล้ม ทำคนเดียวก็ล้ม ก็ต้องระมัดระวังทำงานด้วยความรอบคอบ

 

สำหรับคนเคยทำธุรกิจแล้วล้ม

ล้มเหลวแล้วอยากฟื้น ผมว่าสิ่งแรกคือต้องเก็บเกี่ยวบทเรียน ผมเองทำธุรกิจมาหลายรายการ ทุกรายการเก็บเกี่ยวบทเรียน บนความล้มเหลวแล้วก็เอามาใช้ในโครงการในธุรกิจต่อไป ผมเน้นเรื่องการเก็บเกี่ยวบทเรียน มองให้มันชัดว่ามันล้มเพราะอะไร ทำไมล้มมีกี่ข้อ ในงานอันดับต่อไปเตรียมการไว้ให้ดีการ

 

การแข่งขันทั้งตลาดภายในและตลาดโลก

ผมว่ามี 2 มุมมอง มีทั้ง Outside-IN ชาวโลกจะต้องเข้ามาแข่งในประเทศไทย Inside-OUT เราไปแข่งนอกประเทศ คือ เมืองไทยเป็นเมืองที่ ดิน น้ำแดด สมบูรณ์ พืชพันธุ์ธัญญาหารก็เลยอุดมสมบูรณ์ เป็นที่มาของยิ้มสยาม ก็เป็นที่ชื่นชอบของชาวโลก นอกจากนี้เมืองไทยในรัศมีการบิน 6 ชั่วโมง ครอบคลุมประชากร 2 ใน 3 ของโลก เมืองไทยนี้ คือ ศูนย์กลางที่คนทั่วโลกอยากเข้ามาทำการค้าขาย พวกเราวันนี้และรัฐบาลชุดปัจจุบันเราก็มีหน้าที่โปรโมท ดึงดูดให้ชาวโลกมาค้าขายในเมืองไทย ผมว่าไม่แพ้ประเทศไหนในโลก และเตรียมตัวนะครับว่าเราจะเจอใน Outside-IN อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องดีสำหรับส่วนรวม ส่วน Inside-OUT เราก็ไปค้าขายต่างประเทศ สิ่งที่จะต้องคำนึงอันดับ 1 คือ สนามรบทางการค้า จะเลือกไปประเทศที่การเมืองไม่มีผลกระทบ ศาสนาไม่มีผลกระทบ 2 เรื่องนี้สำคัญ นอกจากเรื่องประเทศแล้วจะต้องเข้าไปเรียนรู้วัฒนธรรมค่านิยมและกฎหมายของเขา เข้าไปดูตลาด ไปตรวจตลาดสด ไปดู ห้างสรรพสินค้าว่า สินค้าประเภทเดียวกับที่เราจะขายนี้ มีอยู่ไหม ราคาสู้เขาได้หรือไม่ คือ จะต้องไปตรวจตลาดให้ดี เหล่านี้เป็นวิธีที่ดี ที่จะไปแข่งขันในตลาดโลก

 

คนที่มีทุนเล็ก ๆ จะสู้กับคนที่มีทุนขนาดใหญ่ได้อย่างไร

ผมว่าทุนใหญ่แน่นอนต้องมีความได้เปรียบเยอะแยะ โดยเฉพาะเรื่องของทุน ข้อได้เปรียบของทุนเล็กก็มีเหมือนกันคือความคล่องตัว การที่เปลี่ยนแปลงได้เร็ว ผมคิดว่าเราจะต้องใช้จุดแข็งของทุนเล็กนี้มาสู้กับทุนใหญ่ คล่องตัวจะต้องขยันคิด ขยันเปลี่ยน เปลี่ยนให้เร็ว ตัวใหญ่ก็ช้าอุ้ยอ้าย เขาจะเคลื่อนย้ายอะไรค่าใช้จ่ายก็สูง ตัวเล็กเราจะเคลื่อนย้ายด้วยความประหยัด และเร็วกว่า ขนาดของกิจกรรมและตลาดต้องสัมพันธ์กัน

มุมมองกระแสในเรื่องของ Start up

ผมรู้สึกว่า Startup นี้ น่าสนใจมากและก็มีข่าวเสมอว่า Startup อันนั้นไปแรงไปดี แต่พักหลังได้ข่าวว่า มันก็จะไปไม่ค่อยดี มันก็ทำให้เห็นสัจธรรมว่า Startup บางรายการเป็นธุรกิจเปรียบเหมือนเป็นม้าตีนต้น มีปัญหาในตีนปลาย Startup พอคนนิยมก็จะแห่เข้ามา เพราะฉะนั้นเรื่องทุนก็ได้เปรียบ คนก็อยากจะมาลงทุน มีทุนก็ได้เปรียบ เงินทองเยอะแยะ

…แต่การทำธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับทุนอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับ 4 M คือ1. Money 2. Man 3. Management 4. Machine 4 รายการครบเครื่อง มันถึงจะเคลื่อนไปได้ดี ถ้าทุนอย่างเดียวมันก็ยังเสี่ยงอยู่ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทำให้โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงได้เยอะ การติดตามเทคโนโลยีหรือ ธุรกิจ Startup ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องดูอย่างใกล้ชิด ถ้าเป็นไปได้ต้องศึกษาจุดแข็งจุดอ่อนว่าเป็นอย่างไร เราจะได้แก้ไขได้

 

วิธีนำพนักงานไปสู่ทิศทางหรือเป้าหมาย

ในธุรกิจปัจจุบัน อย่างที่เรียนไว้ว่ามันจำเป็นต้องนำหมู่  วิธีนำหมู่อย่างของผม ผมจะบอกว่า ผู้จัดการทั้งหมด 40 กว่าคน มาช่วยกันนำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาจะต้องรู้ จะต้องเข้าใจและผมจะต้องสร้างให้เขาให้ได้ ก็คือ

  1. 1. System Thinking ก็คือคิดได้อย่างเป็นระบบ พูดง่าย ๆ เท่าทันโลกใบนี้ อะไรเกิดขึ้นที่ไหน ก็สามารถเข้าใจได้ โยงใยได้
  2. 2. Shared Vision เรารู้อะไร เราก็ต้องให้เขารู้ด้วย รู้เท่า ๆ กัน โดยไม่ต้องกังวลว่าเขาจะคิดจะตัดสินได้ดีกว่าเรา หรือเขาจะเก่งกว่าเรา ไม่ต้องกังวลเลย เพราะว่า ในครรลองของการจัดการ ก็คือ ต้องเคารพผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น และคนที่จะตัดสินปัญหาก็คือเจ้าของพื้นที่ เพราะฉะนั้นผู้จัดการ คนอื่นสามารถแนะนำได้ แต่ว่าคนที่จะเลือกใช้ คนที่จะเลือกตัดสิน ก็คือเจ้าของพื้นที่ เพราะเขาเป็นคนที่รับทั้งผิดและชอบ ฉะนั้นไม่มีปัญหาเลย
  3. 3. Team Learning คุณจะจัดสัมมนาหรือการเรียนรู้อะไร ไปทั้งทีมเลย เป็น Team Learning ถ้าเรียนรู้เท่าเทียมกัน ความเข้าใจมันก็จะยกระดับ คุณภาพมันก็จะยกระดับ และปัญหามันก็จะน้อย

วิธีผลักดันหรือตั้งรับให้บริษัทแข็งแกร่ง

 เศรษฐกิจ การเมือง ถ้าในแง่เศรษฐกิจ เราต้องสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรตลอดเวลา และความแข็งแกร่งจะทำให้เราอยู่รอดได้ เพราะว่าเรามีความคมและชัด ในการที่จะตัดสินปัญหาต่าง ๆ เศรษฐกิจวันนี้แข่งขันกันดุเดือด และไม่ได้แข่งแค่ภายในประเทศ แข่งขันทั่วโลก แข่งขันในอากาศ

… เพราะฉะนั้น  ในสิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมด เรื่องของนำหมู่ เรื่องของ Team Learning  เรื่องของ System thinking พวกนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำและจะช่วยให้เราแข็งแกร่งและเท่าทันเหตุการณ์ ส่วนในแง่การเมือง ผมมองว่า จริง ๆ โดยเฉพาะเมืองไทย ภาคธุรกิจได้สร้างสรรค์เศรษฐกิจของบ้านเมืองมาเป็นเวลายาวนาน เพราะฉะนั้นเราควรมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ทางการเมือง ก็คือทำให้การเมืองของเราแข็งแรง หาคนดีขึ้นไปบริหารบ้านเมือง ร่วมมือ ให้ความคิดเห็นกับรัฐบาล เหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นที่ควรจะทำ

วิธีพัฒนาตัวเอง

คำว่า พัฒนาตัวเอง เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ทำตลอดเวลา และการที่รู้จัก System thinking คิดอย่างเป็นระบบไม่คิดแยกส่วน อันนี้เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาตัวเอง ที่จริง ก็มีธรรมะ มีวิปัสสนา ซึ่งการปฏิบัติธรรมและวิปัสสนา คือการพัฒนาตัวเองได้ดีที่สุด เป็นหลักการที่ดีที่สุด ธรรมะ แปลว่า ดี, ดีแปลว่า ไม่เบียดเบียน เกื้อกูล ดังนั้น คุณจะทำอย่างไรที่จะให้ตัวเองมีคุณลักษณะแบบนี้ ทำให้คนในองค์กรมีลักษณะแบบนี้  ทำให้สิ่งแวดล้อมมีคุณลักษณะแบบนี้ ถ้าเป็นได้เช่นนี้สังคมก็จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ในที่ทำงานก็จะมีความสุข บ้านก็จะมีความสุข

 

ความสนใจเรื่องธรรมะมีผลต่อการทำงาน

  มีมากเลย อย่างที่ยกตัวอย่าง ธรรมะ สอนให้ไม่เบียดเบียน  สอนให้เกื้อกูล แค่นี้ก็ครอบจักรวาลแล้ว องค์กรนำไปใช้ได้ประโยชน์มาก ถ้าเรานำธรรมะ 2 ข้อนี้ไปใช้ ผมเขียนไว้ในวัฒนธรรมองค์กร ต้องไม่เบียดเบียนและให้เกื้อกูลกัน ยกตัวอย่าง เช่น งานชิ้นหนึ่งต้องทำ 10 วัน ทำโดย A และ B ร่วมมือกัน ปรากฏว่า A เอาไปหมกไว้ 9 วัน วันที่  10 ส่งให้ B  , B ก็ตาย งานก็ล้ม บริษัทก็เสียหาย เพราะฉะนั้น ไม่เบียดเบียนทำอย่างไร A ทำ 5 วัน B ทำ 5 วัน อย่างนี้สำเร็จทั้งคู่ ไม่เบียดเบียน และก็ win-win

ข้อแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่หรือคนที่กำลังทำธุรกิจ

 คนที่เริ่มธุรกิจ ผมคิดว่า พื้นฐาน ต้องมี วิสัยทัศน์ มีความขยัน อดทน มุ่งมั่น อันนี้เป็นคุณสมบัติ คนที่เริ่มต้น ผมคิดว่า ยังต้องดูแลองค์กรหรือดูแลตัวเองเป็นหลัก ธุรกิจเล็ก ๆ ไม่ว่ากัน แต่ถ้าธุรกิจโตได้แล้ว ให้ร่วมดูแลสังคมด้วย หลักที่ใช้ก็คือไม่เบียดเบียน เกื้อกูล ใช้ได้ดีในทุกธุรกิจ

หรือรับชมในรูปแบบออนไลน์

หรือที่ E-book ตามลิ้งค์ดังต่อไปนี้

Magzter: https://goo.gl/tDpOj8

Ookbee: https://goo.gl/MnO1lX

MEB: https://goo.gl/t1kFEl

TrueBook: https://goo.gl/xaPWYp

 

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here