นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยประกาศผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2560 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 10,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 5.45%

ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2559 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 10,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 525 ล้านบาท หรือ 5.45%เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 888 ล้านบาท หรือ 4.00% โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.41% อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 2,034 ล้านบาท หรือ 11.59% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัย และรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่ลดลง รวมถึงการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 39.44%

ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2559 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 10,171 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนจำนวน 73 ล้านบาท หรือ 0.71% ส่วนใหญ่เกิดจากธนาคารมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนในเรื่องของภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญและภาษีเงินได้จำนวน 23,381 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 2,830 ล้านบาท หรือ 13.77% ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ลดลงจำนวน 2,382 ล้านบาท หรือ 13.53% นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนจำนวน 364 ล้านบาท หรือ 2.40% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ รายได้สุทธิจากการรับประกันภัย และรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 39.44%

 

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 ธนาคารและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 2,847,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี2559 จำนวน 1,336 ล้านบาท หรือ 0.05% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 อยู่ที่ระดับ 3.31% ขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 3.32% อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 อยู่ที่ระดับ 134.94% ขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 130.92% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560อยู่ที่ 17.51% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.03%

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here