เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง การทำงานที่ดีควรมีการวางเป้าหมายให้ชัดเจน ด้วยการวางระบบในการใช้ชีวิต หรือการทำงาน เพื่อให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้นเช่น เลือกเป้าหมายที่ชัดเจนภายใน 1 เดือนมาเพียง 1 อย่างและรูปแบบแผนงานในแต่ละสัปดาห์ที่ทำให้บรรลุเป้าหมายภายใน  1 เดือน จากนั้นทำ ตารางสิ่งที่เราต้องทำ (To do list) เรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังในแต่ละวัน เพื่อให้บรรลุถึงแผนงานในแต่ละสัปดาห์ที่เราวางแผนไว้ อีกทั้งการทำงานแบบเดิมอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก หากเรามองหาข้อเสียของการทำงานและปรับตัว เปิดรับ วิธีการทำงานแบบใหม่ๆ ที่เป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับเรา  ส่งผลให้งานมีคุณภาพมากขึ้น แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ขอแนะกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ด้วยวิธีง่ายๆ 7 วัน 7 แบบ ดังนี้ 

  1. วันแรก ดูจากสิ่งที่เราทำการวางเป้าหมายไว้ แล้วเลือกเป้าหมายที่อยากที่สุดขึ้นมาทำก่อน เพราะการที่เราทำสิ่งที่ยากก่อน จะทำให้รู้สึกว่าสิ่งอื่นๆง่ายไปสะทุกอย่าง และในวันนั้นเราก็จะพบแต่ความสำเร็จ 
  2. วันที่สอง การมีปัญหากับเพื่อนรวมงานไม่ใช่เรื่องดี เพราะฉะนั้น  ลองปรับเปลี่ยนทัศนคติกับเพื่อนร่วมงาน ปรับตัวเข้าหาและพยายามเข้าใจปัญหา เพียงเท่านี้ปัญหากับเพื่อนร่วมงานก็จะหมดไปและสามารถเพิ่มพันธมิตรในการทำงานมากขึ้น ยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อก้าวที่ยาวกว่าและมั่นคงกว่า 
  3. วันที่สาม การยึดติดการทำงานแบบเดิมๆอาจไม่ใช่เรื่องดี เราวิเคราะห์งานที่ทำในแต่ละวันว่าเราใช้เวลากับการทำงานนั้นๆ ให้บรรลุเป้าหมายด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร เช่นการประหยัดเวลา ความคุ้มค่า ความเหนื่อย ถ้างานที่ทำอยู่สามารถใช้วิธีการอื่นที่รวดเร็วและมีผลงานที่ดีเทียบเท่า หรือดีกว่าเราควรปรับเปลี่ยนการทำงานให้ดีชึ้น Work Smarter,  Not Harder 
  4. วันที่สี่ การวิ่งหนีปัญหาคงไม่ใช่ทางออกที่ดีแน่ บ่อยครั้งที่คนเราเจอปัญหาแล้วเราต้องล้มเลิกกลางครัน ลองเปลี่ยนมุมมองพยายามสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสุดความสามารถ หรือเลือกที่จะอยู่กับปัญหานั้นแล้วพร้อมที่จะแก้ไข เพราะปัญหาเหล่านั้นจะกลับกลายเป็นตัวผลักดันเราให้เข้มแข็งขึ้นและนำเราเข้าเส้นชัยในเป้าหมายที่เราได้วางเอาไว้ง่ายขึ้น 
  5. วันที่ห้า เมื่อเราพยายามแก้ไขปัญหาจนถึงที่สุดแล้ว โดยไม่หลีกหนีปัญหาแต่ยังไม่สามารถแก้ได้ จงอย่าเอาผลของปัญหานั้นมาทำให้เราหมดกำลังใจในการทำงาน เมื่อเราทำดีที่สุดแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยมันไป และควรนำข้อผิดพลาดของปัญหานั้น มาปรับใช้กับเป้าหมายข้างหน้า ด้วยการเก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ 
  6. วันที่หก การอยู่ล้อมรอบกับคนที่ดีและทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อเพิ่มศักยภาพในงานที่ทำ การรับฟังถึงสิ่งที่ดีหรือปัญหาที่เพื่อร่วมงานเผชิญอยู่ในระหว่างการทำงาน สามารถเรียนรู้เป็นแบบอย่างให้เราในทางอ้อม อาจจะพบปะกันในที่ทำงาน ร้านกาแฟ ถือเป็นอีกรูปแบบในการสนทนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในทางอ้อมได้ 
  7. วันที่เจ็ด ต้องมั่นคงกับสิ่งที่เราตั้งเป้าที่จะทำและต้องทำอย่างสม่ำเสมอ การจะประสบความสำเร็จได้นั้นเราต้องเชื่อมั่นและมั่นคงในสิ่งที่เราทำอยู่ เช่น เป้าหมายที่เราตั้งเป้าไว้ และประเมินผลงานในสิ่งที่เราได้ทำมาในแต่ละวันว่าบรรลุตามเป้าหมายหรือไม่ ถ้าไม่ เราควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมเพื่อกลับไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วย 

การทำงานหรือการใช้ชีวิตไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ แต่การทำให้ดีและมีประสิทธิภาพนั้นทำได้ยาก หากคุณมีเป้าหมายที่จะก้าวหน้าและเติบโตในอาชีพ จงถามตัวเองว่าเราทำดีแล้วแต่ดีที่สุดหรือยัง หากยัง เราควรมีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน และพร้อมที่จะเปิดรับเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเราอยู่ตลอดเวลา ลองปรับเปลี่ยนวิธีคิด สร้างระบบการทำงานการใช้ชีวิตแบบมีขั้นตอน เพื่อให้ง่ายต่อการประสบความสำเร็จ และคุณต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทนและพยายาม บวกกับนำกลยุทธ์ดีๆดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับตนเอง รับรองว่าคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทรงประสิทธิภาพพร้อมก้าวสู่ความสำเร็จได้ภายใน 7 วันอย่างแน่นอน 

บทความโดย ManpowerGroup

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here