เมื่อตอนผมอายุ 25 ผมนั้นจิตใจเหมือนคนหลงทางและรู้สึกเคว้งคว้างมาก แถมกระดูกตามร่างกายยังหักหลายส่วน ซึ่งผมต้องไปที่ศูนย์ทำกายภาพเพื่อฟื้นฟูอยู่ทุกวัน ใครที่อยู่ จุดเดียวเหมือนกับผมในวันนั้น คงเข้าใจผมว่าความมั่นใจในตัวเองนั้น เรียกได้ว่า เท่ากับศูนย์เลยทีเดียว แถมยังไม่มีเงินในตัวอีกต่างหาก ถ้าได้เห็นผมในวันนั้น คงไม่มีใครเชื่อว่า ผมจะมาเป็นเศรษฐีได้ใน ตอนอายุ 30

.

ไม่ว่า คุณจะอายุ 18, 22, 29 หรืออายุคุณจะผ่าน 40 ปีไปแล้ว เชื่อผมเถอะว่า ชีวิตคนเรานั้นมีความมหัศจรรย์มากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตเราให้ดีขึ้น ถ้าเราลงมือทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ

.

ผมชื่อ เพย์ตัน แมนนิง ก่อนที่ผมจะบาดเจ็บนั้น ผมเป็นนักกีฬาอเมริกันของทีม Denver Broncos แต่ได้รับอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังและต้นคอ ซึ่งอาการตรงนี้อาจจะทำให้ผมจบอาชีพตรงนี้เลยอย่างง่ายดาย ซึ่งการบาดเจ็บนี้ ผู้จัดการทีมของผมชื่อ จอห์น เอลเวย์ รู้อยู่แล้วว่าต้องมาถึง เพราะ ผมนั้นถูกนักกีฬาทีมอื่นรุมกระแทกทุกครั้งที่ลงสนาม สำหรับคนที่ไม่เคยดูกีฬาอเมริกันฟุตบอล ให้คุณลองจินตนาการคนที่มีขนาด 130 กิโลกรัม และเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ พุ่งเข้ากระแทกคุณอย่างแรงอยู่บ่อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะเป็นอย่างไร แต่เมื่อผู้จัดการถูกถามว่า ถ้า เพย์ตันไม่สามารถกลับมาเล่นได้ เขามีแผนสำรองไหม เขาตอบเลยว่า ไม่มีแผนสำรองอยู่ในสมองเลย มีแต่แผนหลักที่ต้องดำเนินไปอยู่เสมอ

ซึ่ง เพย์ตัน แมนนิง นั้นไม่ทำให้ผิดหวัง เขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์มากถึง 4 ฤดูกาล และเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในปี 2013 และคว้าแชมป์ Superbowl ในปี 2015 ซึ่งเขาได้ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่ง Quarterbacks ดีที่สุดที่เคยมีมา ทำไมเขาถึงทำได้?

คำตอบคือ เพราะเขาคิดว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็นแชมป์ และเขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้มันเกิดขึ้น

.

คุณเคยยอมแพ้ตอนแผนหลักของคุณไม่เป็นไปตามแผนหรือไม่?

สังคมส่วนใหญ่จะขัดขวางความกล้าของเราอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเราจะถูกสอนให้อยู่แต่ในกรอบ ไม่กล้าทำอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น ปกป้องตัวเองจากการลงสนามแข่งขัน เพราะไม่อยากแพ้ และกลัวต่อสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ แต่ในทางกลับกันคนที่ประสบความสำเร็จนั้นเขาจะไม่กลัวต่ออุปสรรคใดๆก็ตามที่เข้ามาเลย

.

เมื่อ เงิน ความทะเยอทะยาน ความคิดสร้างสรรค์ สุขภาพที่ดี ล้วนเป็นส่วนสำคัญของชีวิตของคุณ คุณควรลงมือตั้งใจทำความฝันของคุณสักครั้งอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าคุณจะล้มเหลว แต่คุณยังลุกขึ้นสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า คุณก็จะประสบความสำเร็จในวันหนึ่ง คุณควรทุบหม้อข้าวทุกใบที่มี ปลุกใจตัวเองให้ฮึกเหิม เตรียมทุกอย่างให้พร้อม แล้วทำความฝันของตัวเอง โดยที่ไม่มีแผนสำรอง เพราะแผนสำรองนั้น มีเพื่อสำหรับคนธรรมดาทั่วไป

.

3 ขั้นตอนที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ

1.   ยอมรับทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิต

2.   ลงมือทำอย่ารอให้โอกาสผ่านพ้นไป

3.   ทุกปัญหามีทางออกเสมอ

.

หลังจากนั้นชีวิตของคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ระหว่างคนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆกับคนที่ตั้งใจและลงมือทำอย่างจริงจัง คุณลองสังเกตดูง่ายๆ คนที่บ่นได้ทุกเรื่อง ส่วนมากคือคนที่ไม่ค่อยจะทำอะไรเลย

.

ถ้าคุณอยากเป็นเศรษฐีตอนอายุ 30 ก็เป็นตอนอายุ 30 แต่ถ้าคุณอายุ 30 แล้ว คุณก็บอกตัวเองเลยว่า อยากเป็นตอนอายุเท่าไหร่ 35 40 หรือ 70 ก็จงเป็นไปตามที่คุณตั้งเป้าหมายเอาไว้ สิ่งที่คุณควรทำคือ ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน มีแผนอย่างดีที่ช่วยให้บรรลุจุดหมาย และ สิ่งสุดท้ายคือ ลงมือทำ!

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here