คำถามคือ คุณมีเวลาเท่ากับคนที่ประสบความสำเร็จไหม ไม่ว่าจะเป็น Mark Zuckerburg เจ้าของ Facebook หรือ Jack Ma มหาเศรษฐีเจ้าของ Alibaba? คำตอบนี้ทุกคนคงตอบได้แน่ว่า เราทุกคนบนโลกใบนี้มีเวลา 24 .. ใน 1 วันเท่ากัน

.

ทุกคนคงรู้จักหลายคนที่อยู่รอบตัว ที่เป็นพนักงานทำงานเต็มเวลา เวลาว่างก็เป็นอาสาสมัคร เปิดเพจขายของด้วย อยู่บ้านทำอาหารเพื่อสุขภาพทานเอง และมีเวลาออกกำลังกายทุกวัน แถมยังมีเวลาให้คนที่เขารัก

.

ซึ่งแน่นอนคนเหล่านี้ก็มีเวลาเท่ากับที่เรามีเหมือนกัน แต่ทำไมคนเหล่านี้ถึงทำงานได้มากกว่าเรา และพวกเขาทำได้อย่างไรกัน?

.

เหล่านักจิตวิทยาเลยมานั่งศึกษาถึงเคล็ดลับความสำเร็จของคนเหล่านี้กัน โดยศึกษากันมากกว่าหลายพันชั่วโมงตลอด 28 ปี ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่ค้นพบนี้คุณสามารถเอาไปใช้กับชีวิตของคุณได้

.

1.   มีความตั้งใจอย่างเต็มที่

ไม่ว่าคุณคิดตั้งใจทำอะไร ลองทำอย่างเต็มที่ดูสิ

คุณเคยเห็นคนที่แข่งขันวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางในกีฬาโอลิมปิกดู คุณคิดว่านักกีฬาเหล่านี้ถูกจิตใจวอกแวกง่ายไหม? คำตอบ คือ ไม่คนเหล่านี้ทั้งแววตาและจิตใต มุ่งมั่นไปที่เส้นชัย 100 เปอร์เซ็นต์

.

เลยมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ถ้าคุณกำลังโลเลหรือจิตใจกำลังท้อแท้กับสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะคิดว่าจะไปไม่ถึงเป้าหมายเสียที คุณจะทำอย่างไร? นักจิตวิทยาแนะนำว่า ให้คุณตะโกนไปเลยว่า ฉันทำได้ถึงแม้ว่ามันจะดูฟังแปลกๆ แต่รับรองมันช่วยคุณได้แน่นอน

.

2.   หลีกเลี่ยงการทำหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน

เชื่อว่าหลายๆคนในตอนนี้ กำลังฟังเพลงไปด้วย ตาก็อ่านบทความ ปากก็พูดกับเพื่อนๆที่อยู่ข้างๆไปด้วย มากไปกว่านั้น หลายคนอาจจะนั่งหน้าจอเปิดงานค้างไว้ เล่นเฟสบุ๊คไปด้วยอีกต่างหาก เราจะมองว่าเป็นเรื่องปกติในการทำหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน

.

แต่ตามความเป็นจริงแล้ว จิตใจของคนเรานั้น ไม่ได้ถูกออกแบบให้ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งเคยมีการค้นคว้าซึ่งพิสูจน์แล้วว่าการทำหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันนั้น ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย ตามหลักการง่ายๆคือ เมื่อคุณทำหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน คุณจะเสียโฟกัส และคุณมีแนวโน้มที่จะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น โดยใช้เวลาทำนานกว่าปกติเสียอีกด้วย

.

ถ้าคุณตั้งใจทำอะไรอย่างเต็มที่ ลองปิดทุกอย่างที่จะมารบกวนคุณ แม้กระทั้งปิดโทรศัพท์ไปเลย โดยคุณอาจจะมองว่า มันเว่อร์ไปป่าวก็อาจจะแต่มันก็ได้ผลนะ ลองทำดูสิ!

.

3.   ห้ามเด็ดขาด ที่จะมีใครมารบกวนเวลาทำงานของคุณ

เมื่อคุณตั้งใจทำงานอะไรแล้ว คุณจะอยู่ในโซนทำงานระดับมีสมาธิ 100 เปอร์เซ็นต์

คุณลองคิดดู ในขณะที่สมาธิมี 100 เปอร์เซ็นต์นั้น มีเพื่อนมา ขอยืมเงิน 20 บาท หรืออาจจะบอกคุณช่วยคิดอะไรให้หน่อย ขอ 1 นาทีพอ คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่เสี้ยววินาทีเอง ไม่ใชเรื่องใหญ่…. จริงหรือ?

.

โชคร้าย คำตอบนี้ คือ ไม่ใช่! เพราะว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คุณต้องใช้เวลาประมาณ 23 นาที ในการกลับมาสมาธิอีกครั้ง …. (แบบนี้คงไม่ต้องถามต่อเลยว่า ในวันนึงคุณเสียสมาธิกี่รอบ แล้วกว่าจะกลับมามีสมาธิได้อีกรอบนั้น ต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่)

.

คนที่ประสบความสำเร็จนั้น รู้ว่า การถูกรบกวนนั้น เป็นการทำลายการทำงานเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น พวกเขาจะระวังมากที่สุด ซึ่งเพราะเหตุผลนี้เลยไม่แปลกใจที่ ทำไม CEO ถึงมีห้องส่วนตัว และต้องมีประตูซึ่งปิดมิดชิด

.

แต่ถ้าที่ทำงานของคุณนั้น ไม่มีประตูปิดมิดชิดแบบ CEO คุณควรทำอย่างไร? เวลาที่คุณต้องการใช้สมาธิ คุณลองไปหามุมเงียบๆในห้องประชุมที่ไม่ได้ใช้ ปิดทุกการสื่อสาร ปิดการแจ้งเตือนของอีเมล์ และอย่าลืมบอกหัวหน้าของคุณถึงเหตุผลให้เข้าใจด้วยหละ ไม่อย่างนั้นอาจจะมีการเข้าใจผิดได้

.

4.   ห้อมล้อมไปด้วยคนที่มีแนวคิดกระตือรือร้น

คุณอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้อง คุณนั้นอยู่ผิดห้อง

เพราะด้วยเหตุผลนี้ นักร้องระดับโลกอย่าง บียองเซ่ ถึงคลุกคลีอยู่กับ พิธีกรชื่อดังอย่าง โอปราห์ วินฟรีย์ และครอบครัวของอดีตประธานาธิบดีอเมริกาโอบาม่า เมื่อใดก็ตามที่คุณห้อมล้อมไปด้วย คนที่มีพลัง คนที่มีจิตใจเหมือนกัน จะทำให้เกิดพลังงานในชีวิตขึ้นอย่างมหาศาล

.

พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้คนรอบด้านที่มีพลังลบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ให้คุณตัดขาดจากคนเหล่านั้นอย่างเย็นชาไร้เยื่อใย แต่คุณแค่เลือกมากขึ้นที่จะใช้เวลากับใครให้มากขึ้น โดยที่พยายามเลือกใช้เวลากับคนที่ให้พลังบวกกับเรามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

.

5.   ระวังเรื่องอารมณ์ พยายามควบคุมจิตใจให้สงบ

เมื่อใดก็ตามที่คุณมีอารมณ์ในด้านลบ อย่าง ความหงุดหงิด ความโกรธ ความผิดหวัง อารมณ์เหล่านี้ถ้ามีอยู่ในจิตใจของคุณตลอดเวลาเหมือนรอวันประทุ มันจะทำลายการทำงานของคุณเป็นอย่างมาก

.

แต่ถ้าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จนั้น เขาจะสามารถควบคุมจิตใจได้เป็นอย่างดี ไม่ให้รู้สึกจิตใจเป็นในด้านลบหรือบวกจนเกินไป ซึ่งการควบคุมอารมณ์นั้นมีหลายวิธี สามารถฝึกกันได้ แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล บางคนอาจจะเลือกการนั่งสมาธิ การอ่านหนังสือ หรือการออกกำลังกาย เป็นต้น

.

พยายามหาวิธีที่เหมาะกับคุณเอง ฝึกทำไปเรื่อยๆ แล้วการทำงานและการใช้ชีวิตของคุณจะดีขึ้น คุณแค่จำไว้ว่า ถึงแม้คนที่เก่งที่สุด เขาก็ยังเป็นคนเหมือนกับเราอยู่ ถ้าเขาทำได้ เราก็ทำได้เหมือนกัน แค่นี้คุณก็จะประสบความสำเร็จแล้ว

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here