เอสซีจี จัดกิจกรรม “เอสซีจี รวมพลังคืนสุขชาวใต้” ภายใต้แนวคิดการฟื้นฟู บ้าน วัด โรงเรียน ผนึกกำลังทุกภาคส่วนกว่า 400 คน เปิดตัวคาราวาน “รวมพลังซ่อมบ้านสร้างสุข” ให้คำปรึกษาซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และพัทลุง พร้อมสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ชุมชน เตรียมงบช่วยเหลือและฟื้นฟู 20 ล้านบาท

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า “จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยในครั้งนี้ ทางจังหวัดเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงเร่งดำเนินการช่วยเหลือมาโดยตลอด ซึ่งในขณะนี้ถึงช่วงเวลาของการฟื้นฟูหลังน้ำลด จึงได้ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อพลิกฟื้นและคืนความสุขให้พี่น้องชาวใต้ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว นับเป็นความร่วมมือกันอย่างดียิ่งที่จะได้ช่วยกันดูแลพื้นที่ภาคใต้ไปด้วยกัน”

นายนิธิ ภัทรโชค ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ – ตลาดในประเทศ เอสซีจี ซิเมนต์ – ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า   “จากวิกฤติการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวใต้  เอสซีจี พร้อมด้วยพนักงาน คู่ค้า คู่ธุรกิจ เครือข่ายผู้แทนจำหน่าย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคใต้ ได้ระดมความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ตั้งแต่การช่วยเหลือเร่งด่วนเบื้องต้น  รวมถึงการนำความรู้ความเชี่ยวชาญขององค์กรร่วมบรรเทาทุกข์ชาวใต้ ขณะนี้ ปัญหาน้ำท่วมเริ่มคลี่คลายสู่ระยะฟื้นฟูความเสียหายของบ้านเรือนแล้ว   ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างและที่อยู่อาศัย จากสถาบันนายช่างดี และ SCG Experience  จึงร่วมกันจัดกิจกรรม “คาราวานรวมพลังซ่อมบ้านสร้างสุข” ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และพัทลุง  เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด  พร้อมแจกหนังสือคู่มือซ่อมบ้านสร้างสุขเผยแพร่ความรู้เบื้องต้นในการดูแลซ่อมแซมที่อยู่อาศัยด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ เอสซีจี ยังได้สนับสนุนวัสดุก่อสร้างราคาพิเศษ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ หลังคา ฝาฝ้าสมาร์ทบอร์ด ไม้สังเคราะห์ ร่วมกับโครงการสร้างบ้านผู้ประสบภัยของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการจัดโปรแกรมสินค้าราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 30% เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ประสบภัยในการซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้ประสบภัยสามารถรับคูปองดังกล่าวได้ที่ศูนย์ราชการกว่า 400 แห่ง และที่คาราวานรวมพลังซ่อมบ้านสร้างสุข ทั้งนี้ เอสซีจี เตรียมงบประมาณเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูระยะแรก 20 ล้านบาท” นายนิธิ กล่าว

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า “ เอสซีจีตระหนักถึงความสำคัญของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจและปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ จึงได้รวมพลังกับพี่น้องชาวใต้และภาคีเครือข่ายภาคใต้ปรับปรุงพื้นทางเดินในบริเวณวัดให้กลับมาสวยงามดังเดิม เพื่อเตรียมต้อนรับพุทธศาสนิกชนที่จะเข้ามาร่วมทำบุญในช่วงเทศกาลวันมาฆบูชา และงานแห่ผ้าขึ้นธาตุ งานบุญประจำปีที่มีผู้คนจากทั่วสารทิศมาร่วมสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่”

มูลนิธิเอสซีจี ยังเปิด “ศูนย์ Fix it center” ซึ่งเป็นกิจกรรมของกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา ภายใต้โครงการฝีมือชนคนสร้างชาติ เพื่อร่วมซ่อมแซมสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งเครื่องยนต์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สำหรับการฟื้นฟูโรงเรียนนั้น พนักงานเอสซีจีจิตอาสา ได้เข้าฟื้นฟูโรงเรียนที่ประสบอุทกภัยไปแล้วกว่า 20 แห่ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในวันนี้ เอสซีจีและเครือข่ายจิตอาสาชาวใต้ ได้ร่วมกันฟื้นฟูโรงเรียนวัดกัลยานฤมิตร อ.ปากพนัง  พร้อมเตรียมฟื้นฟูโรงเรียนบ้านปากบางกลม อ.ชะอวด และสร้างอาคารอเนกประสงค์ เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนและศูนย์พักพิงชั่วคราวในยามเกิดภัยพิบัติ รวมถึงปรับปรุงห้องน้ำให้กับศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหลังอ้ายหมี อ.ชะอวด ต่อไป

“นอกจากนี้ มูลนิธิเอสซีจี มีแผนดำเนินการคืนอาชีพให้กับชุมชน โดยจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อฟื้นฟูอาชีพประมงขนาดเล็กที่ จ.พัทลุง และจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนในการรับมือภัยพิบัติที่ จ.สงขลา โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมในวันนี้และในระยะต่อๆ ไป จะคืนความสุขอย่างยั่งยืนให้กับพี่น้องชาวใต้ทุกคน” นายยุทธนา กล่าว

 

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here