• ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีกว่า 30,000 – 40,000 ล้านบาท ควบคู่พัฒนาความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับลูกค้าในเชิงลึก
  • ขยายฐานลูกค้ารุก “เจ็นวาย”, กลุ่มลูกค้าบุคคลกลุ่ม Mass Affluent และเอสเอ็มอี ตั้งเป้าเป็นผู้นำในทุกกลุ่มลูกค้าภายใน 3 ปี
  • ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ เพิ่มจุดรับบริการให้มากขึ้น รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละทำเล
  • พัฒนาพนักงานให้ก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจ

 
กรุงเทพฯ (24 มกราคม 2560)ธนาคารไทยพาณิชย์ นำโดย นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารแถลงผลประกอบการปี 2559ของธนาคารไทยพาณิชย์ มีผลกำไร 47,600 ล้านบาท สูงกว่าปี 2558 (ผลกำไร 47,200 ล้านบาท) 0.9% นางกิตติยา โตธนะเกษม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Financial Officer เผยว่าเป็นผลมาจากกลยุทธ์เชิงรุกในการบริหารต้นทุนเงินฝากและรายได้จากค่าธรรมเนียมสุทธิที่เพิ่มขึ้น สำหรับปี 2560 ธนาคารไทยพาณิชย์ยังคงเดินหน้าภารกิจ“SCB Transformation” อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวขึ้นเป็น The Most Admired Bank หลังจากที่ปี 2559 ได้เริ่มการเปลี่ยนผ่านเพื่อปรับรากฐานขององค์กรด้วยการสื่อสารอย่างทั่วถึงในทุกระดับ
 
ในปี 2560 ธนาคารไทยพาณิชย์จะรุกสู่การเป็นธนาคารดิจิทัลที่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง (Human Digital Banking) พร้อมเน้นการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม“เจ็นวาย” (Gen Y), กลุ่มลูกค้าบุคคลกลุ่ม Mass Affluent และกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งเป้าเป็นผู้นำในทุกกลุ่มลูกค้าภายใน 3 ปี โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม นอกจากนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีกว่า 30,000 – 40,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี เพื่อรองรับแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงการนำเทคโนโลยี Business Intelligence ที่ช่วยให้ธนาคารตัดสินใจด้านการลงทุนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยอาศัยข้อมูลทั้งจากภายในและภายนอกธนาคาร และเทคโนโลยี Big Data Analysis ที่ช่วยให้ธนาคารวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกได้มากขึ้น
 
สำหรับการลงทุนในฟินเทค (FinTech) และนวัตกรรมใหม่ๆ นั้น ธนาคารไทยพาณิชย์มีแผนลงทุนผ่าน บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด โดยในอนาคตมีแผนจะขยายการลงทุนไปในภูมิภาคยุโรป และอเมริกา ธนาคารไทยพาณิชย์คาดว่าการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวจะทำให้ธนาคารเข้าถึงสตาร์ทอัพ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กว้างขวางมากขึ้น เพื่อนำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ของธนาคาร
 
 
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจัยที่เคยนำมาซึ่งความสำเร็จในอดีตของธุรกิจธนาคารอาจไม่สามารถนำไปสู่การเติบโตในอนาคตได้ เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาท ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้เกิดคู่แข่งและการแข่งขันที่เปลี่ยนไป ผลกระทบที่จะเห็นได้ชัดในอนาคตอันใกล้ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงินที่ลดลง และการจัดการรูปแบบการให้บริการของสาขาที่ต้องถูกปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น”
 
ด้วยตระหนักดีว่าเทคโนโลยีดิจิทัลยังคงต้องดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างความผูกพันและความไว้วางใจผ่านพนักงาน ธนาคารไทยพาณิชย์จึงพัฒนาพนักงานให้ก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจ ซึ่งธนาคารมีแผนเพิ่มจุดรับบริการให้มากขึ้น โดยจุดรับบริการแต่ละแห่งจะได้รับการวางรูปแบบที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละทำเล อีกทั้งที่สาขายังแยกบทบาทการขายและการบริการออกจากกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การทำธุรกรรมที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงความต้องการทางการเงินของลูกค้าแต่ละรายได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หน่วยธุรกิจต่างๆ ภายในธนาคารเอง ยังปรับให้ทำงานร่วมกันเพื่อส่งมอบคุณค่าของผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
 
“ในปี 2560 จะเป็นปีที่ธนาคารไทยพาณิชย์นำประสบการณ์ใหม่ๆ แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับบริการธนาคารทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Banking) และการเดินหน้าสนับสนุนโครงการ National e-Payment ของภาครัฐ ที่มีแผนการขยายการลงทะเบียนและการใช้ระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ที่ปัจจุบันมีการผูกบัญชีกว่า 2ล้านบัญชี และพร้อมจับมือกับกลุ่มธนาคารพันธมิตรในการวางเครื่องรับบัตรทั่วประเทศ ในขณะเดียวกัน ธนาคารฯ ยังมุ่งมั่นจะพัฒนาความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับลูกค้าในเชิงลึกผ่านพนักงานควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเราให้บริการผ่านเทคโนโลยีที่ใช้ใจสัมผัสได้ รวมทั้งการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการที่สาขาให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเอสเอ็มอี กลุ่ม Wealth และกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไป ซึ่งมีการจัดสรรจุดที่ตั้งของสาขาแต่ละประเภทให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มเข้าถึงได้สะดวก และมีการกำหนดรูปแบบบริการ ผลิตภัณฑ์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ตรงกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ากลุ่มนั้นๆ ทั้งนี้ ได้เริ่มจากการปรับรูปแบบสาขาเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าเอสเอ็มอีแล้ว โดยมีสาขาลาดพร้าว 59 เป็นสาขานำร่อง” นายอาทิตย์ กล่าวต่อ
 
สำหรับเป้าหมายด้านการเงินนั้น ในปี 2560 ธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อ ประมาณ 4-6% โดยจะรักษาอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ให้ต่ำกว่า3% โดยจะปล่อยสินเชื่อให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน, อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม, อุตสาหกรรมก่อสร้าง และภาคการค้า พร้อมกับขยายธุรกิจควบคู่ไปกับซัพพลายเชนของลูกค้าปัจจุบัน นอกจากนี้ธนาคารฯ จะมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจในกลุ่มสินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิต ส่วนธุรกิจที่เข้มแข็งอยู่แล้ว เช่น สินเชื่อบ้าน และรถยนต์ ก็จะยังคงรักษาระดับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยนั้น ธนาคารฯ ตั้งเป้าเติบโต 3-4% โดยเน้นที่ธุรกิจอัตราแลกเปลี่ยน, ธุรกรรมการค้าและส่งออก, วาณิชธนกิจ, ตลาดทุน และประกันชีวิต

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here