เคทีซีชี้ทิศทางธุรกิจปี 2560 เน้นการดูแลและพัฒนาองค์กรต่อเนื่อง ทั้งภายในและภายนอก เผย แนวคิดใหม่ของแบรนด์ (Brand Core Value) สนับสนุนความกล้าในการเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ใช่และต้องการ เพื่อมุ่งประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบด้าน อันจะทำให้เกิดความผูกพัน และนำไปสู่การเป็นแบรนด์ของบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่ได้รับการยอมรับและเลือกใช้มากที่สุด พร้อมเตรียมแผนระยะยาวรองรับแนวโน้มของเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังมาแรง คาดปี 2560 บริษัทฯ จะทำกำไรเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10%

 

นายระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเคทีซีมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องพบกับความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกต่างๆ แต่ด้วยการทำงานที่ใกล้ชิดและการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ ทำให้เราผ่านพ้นมาได้ด้วยดี และมีตัวเลขสำคัญเติบโตดีกว่าอุตสาหกรรม โดย 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,854 ล้านบาท ด้วยฐานสมาชิกรวมมากกว่า 2.8 ล้านบัญชี พอร์ตลูกหนี้การค้ารวมสุทธิเท่ากับ 57,015 ล้านบาท และมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตที่ 14% ในขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวม (NPL) ลดเหลือ 1.86% NPL บัตรเครดิตลดเหลือ 1.37% และ NPL สินเชื่อบุคคลอยู่ในระดับเดิมที่ 1.01%”

 

ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 องค์ประกอบ

 

“สำหรับทิศทางการทำธุรกิจของเคทีซีในปี 2560 เพื่อบรรลุแผนในการก้าวสู่แบรนด์ในใจที่สมาชิกชื่นชอบและเลือกใช้ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 องค์ประกอบทางความคิดใหม่ (Brand Core Value) คือ

 1) ความกล้า กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Courageous)

 2) ทำในสิ่งที่ฉลาดและเรียบง่าย (Smart & Simplicity)

 3) สิ่งที่ทำต้องมีคุณค่า (Meaningful)

ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้สมาชิกหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กล้าตัดสินใจที่จะเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ใช่และต้องการ เพื่อชีวิตที่มีความหมาย โดยเป็นการต่อยอดแนวคิดในการสร้างแบรนด์นี้จากภายในองค์กรซึ่งประสบความสำเร็จไปสู่ภายนอกองค์กรให้ครอบคลุมรอบด้าน”

 

มุ่งเน้นเติบโตอย่างยั่งยืน

 

นายชุติเดช  ชยุติ  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส – คอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีมุ่งเน้นการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ สถานะทางการเงินโดยภาพรวมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีนี้มีการเจริญเติบโตมากกว่าที่คาดไว้ อย่างไร     ก็ตามในปี 2560 มีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น เคทีซีจึงได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารต้นทุนเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะเพิ่มสัดส่วนของเงินกู้ระยะยาวมากขี้น เพื่อชะลอผลกระทบของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนเงินให้น้อยที่สุด โดยในปี 2560 เคทีซีมีแผนจะออกหุ้นกู้ระยะที่ยาวขี้นกว่าที่เคยออกไว้เดิม มูลค่าของหุ้นกู้ที่คาดว่าจะออกในปีหน้า รวมประมาณ 16,000-17.000 ล้านบาท และคาดว่าจะรักษาระดับต้นทุน

ทางการเงินที่ประมาณ 3.35% โดยคาดหมายว่าจะนำเสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาเพิ่มวงเงินในการออกหุ้นกู้ระยะยาวอีก 30,000 ล้านบาทในการประชุมสามัญประจำปี เช่นเดียวกับที่เคยได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นมาแล้วในอดีต เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต”

 

พร้อมรองรับระบบการชำระเงินภาครัฐ

 

“เคทีซียังเตรียมความพร้อมรองรับโครงการระบบชำระเงินของประเทศ (National E-Payment) ของภาครัฐที่จะนำเข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ซึ่งเมื่อสามารถรองรับการโอนเงินระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยแล้ว ระบบของเคทีซีก็พร้อมจะรองรับการรับชำระเงินและการจ่ายเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ด้วย นอกจากนั้น เคทีซีจะเข้าร่วมในโครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิคส์ (E-Tax System) โดยจะให้ความร่วมมือกับกรมสรรพากรในการพัฒนาระบบเพื่อรองรับ E-Tax SysTem ในเดือนมกราคม 2561 โดยในปัจจุบันเคทีซีเข้าอยู่ในระบบ eFiling ในการนำส่งภาษีประเภทต่างๆ กับกรมสรรพากรอยู่แล้ว

 

เน้นให้ใช้บัตรเคทีซีเป็นบัตรหลัก ออกแคมเปญให้ตรงใจ

 

นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2560 ว่า “เคทีซีต้องการเน้นให้บัตรเครดิตเคทีซีเป็นบัตรหลักในการใช้จ่าย เราจึงเน้นความสำคัญในทุกหมวดร้านค้าที่เป็นการใช้จ่ายประจำวัน (Everyday Usage) และการใช้จ่ายตามโอกาสต่างๆ (Occasional Usage) ด้วยการประสานความร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนารูปแบบการตลาดที่ตรงใจ สร้างสรรค์และหลากหลาย โดยออกแคมเปญที่สร้างมูลค่าเพิ่มในแต่ละหมวดสินค้าเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยมีเป้าหมายการเติบโตในปี 2560 ที่ 15% และคาดว่าจะมียอดรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ประมาณ 190,000 ล้านบาท”

 

 

 

ขยายรูปแบบการใช้คะแนนหลากหลายเพื่อรักษาฐานสมาชิก

 

“นอกจากนี้ เคทีซีจะใช้กลยุทธ์ในการรักษาฐานสมาชิกในระยะยาวด้วยโปรแกรมคะแนนสะสม KTC Forever Rewards โดยได้ขยายรูปแบบการใช้คะแนนออกไปหลากหลาย ด้วยการจับมือกับกลุ่มพันธมิตรธุรกิจต่างๆ และเพิ่มช่องทางให้สมาชิกสามารถแลกสินค้าและบริการได้จากจุดให้แลกคะแนนกว่า 3,000 จุด รวมถึงช่องทางออนไลน์อีกด้วย บริษัทฯ ยังคงมุ่งพัฒนาบริการออนไลน์ที่รวดเร็ว ปลอดภัยสูงและง่าย เพื่อให้สมาชิก      เคทีซีทำธุรกรรมรายการต่างๆ ได้มากขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยตนเองทั้งบนเว็บไซต์ Click KTC และบนสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตผ่านโมบาย แอพพลิเคชั่น (TapKTC) รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และแอนดรอยด์ นอกจากนี้     บริษัทฯ จะพัฒนาบริการการเดินทางและท่องเที่ยวแบบครบวงจร (KTC World Travel Services) เพื่อรวบรวมสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดครอบคลุมการท่องเที่ยวทั้งภายในและภายนอกประเทศไว้ในที่เดียว สำหรับการจองบัตรโดยสาร โรงแรม และสร้างสรรค์โปรแกรมการตลาดอย่างต่อเนื่องและตรงกับความต้องการของลูกค้า”

 

สินเชื่อบุคคลเน้นกลยุทธ์ 4 แกน

 

นางสาวสุดาพร  จันทร์วัฒนากุล  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจสินเชื่อบุคคล    “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจสินเชื่อบุคคล ในปี 2560 ว่า “

เคทีซี จะเน้นจัดกิจกรรมการตลาดที่สร้างสรรค์ เพื่อรองรับสมาชิกใหม่และรักษาฐานเดิมของสมาชิกสินเชื่อพร้อมใช้ ด้วยกลยุทธ์ 4 แกน คือ

1) ให้สมาชิกธุรกิจสินเชื่อพร้อมใช้ “เคทีซี พราว” (KTC PROUD) สามารถใช้วงเงินสินเชื่อและชำระคืน โดยใช้บริการแบ่งชำระ KTC Flexi ยาวนานถึง 36 เดือนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

2) การเพิ่มและขยายฐานสมาชิกใหม่ครอบคลุมถึงการอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็วและรับเงินได้ทันที ผ่านโครงการ “CASH@KTC Touch” สมัครง่ายอนุมัติไวรู้ผลภายใน 30 นาที และบริการเบิกถอนเงินสดแบบออนไลน์ ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น “TapKTC” หรือผ่านเว็บไซต์และเข้าทำรายการใน “Click KTC” ซึ่งสะดวกสบายและเหมาะกับสมาชิกในยุคดิจิทัล

3) การแบ่งเบาภาระหนี้และค่าใช้จ่ายโดยพิจารณาถึงความต้องการลูกค้าเป็นสำคัญ

4) การสร้างความพึงพอใจสมาชิกเพื่อสร้างความผูกพันกับผลิตภัณฑ์ในระยะยาว ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทฯ มีเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตธุรกิจสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 15%”

 

มุ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่และพนักงานประจำ

    

     นายปิยศักดิ์ เตชะเสน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส – ช่องทางการจัดจำหน่าย และธุรกิจร้านค้า “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกลยุทธ์การบริหารช่องทางจัดจำหน่ายและธุรกิจร้านค้าในปี 2560 ว่า “เคทีซี จะมุ่งขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำงาน และกลุ่มพนักงานประจำที่อาศัยในกรุงเทพฯ และในเขตเมืองที่มีกำลังซื้อสูงในระดับเดียวกัน ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่กลุ่มลูกค้าเดินทางไปค่อนข้างสูง โดยช่องทางธนาคารกรุงไทย ถือเป็นช่องทางหลักในการขยายฐานสมาชิก โดยมีสัดส่วนถึง 55% เมื่อเทียบกับช่องทางอื่น อย่างไรก็ดี ด้วยพฤติกรรมของประชากรในเขตเมืองที่ปรับเปลี่ยน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำธุรกรรมบนออนไลน์มากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า

…กลยุทธ์การขยายฐานผลิตภัณฑ์ในปีหน้า เคทีซีจึงมุ่งเน้นที่จะเติบโตบนช่องทางการสมัครทางออนไลน์ โดย เคทีซีจะเชิญชวนให้ลูกค้ามาสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของเคทีซี ทั้งเว็บไซต์ โมบายแอพพลิเคชั่น เฟซบุ๊ค รวมถึงจะร่วมมือกับพันธมิตรที่ทำธุรกิจด้านการรับสมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลผ่านออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น เช่น Silkspan, Interspace, Masli และพันธมิตรอื่นๆ ในอนาคต โดยตั้งเป้าจำนวนสมาชิกใหม่ของ เคทีซี ในปี 2560 เท่ากับ 560,00 ราย แบ่งเป็นสมาชิกบัตรเครดิต 400,000 ราย และสินเชื่อบุคคล 160,000 ราย”

 

“ด้านการบริหารธุรกิจร้านค้ารับบัตร เคทีซีจะรุกเข้าธุรกิจประเภทใหม่ๆ และการขยายสู่ตลาดต่างจังหวัด โดยทำงานร่วมกับธนาคารกรุงไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจร้านค้ารับบัตรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นทำการตลาดทั้งแบ่งชำระ (Flexi) และการชำระเต็มจำนวน รวมถึงการขยายสมาชิกร้านค้าในช่องทางของ e-Commerce เนื่องจากเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่มีการเลือกซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ปัจจุบัน เคทีซี มีมูลค่าการซื้อขายผ่านธุรกิจร้านค้าประมาณ 53,022 ล้านบาท และจำนวนร้านค้าประมาณ 14,800 แห่ง โดยในปี 2560 บริษัทฯ มีเป้าหมายเติบโตของธุรกิจร้านค้าผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น”

 

คาดปี 2560 ทำกำไรเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10% รักษาระดับ NPL ให้คงระดับเดิม

 

นายระเฑียรกล่าวเพิ่มเติม “เคทีซีมีเป้าหมายในการรุกธุรกิจทุกกลุ่ม ทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล ร้านค้า การบริหารช่องทางจัดจำหน่ายและออนไลน์ รวมทั้งสร้างทางเลือกต่างๆ เพื่อตอบความต้องการของลูกค้าในการชำระค่าใช้จ่ายผ่านแพลทฟอร์มการชำระเงินใหม่ๆ ด้วยบัตรเครดิต (Card/Payment Platform) เพื่อรองรับกระแสของเทคโนโลยีดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงของระบบ National E-Payment ตลอดจนธุรกิจฟินเทคที่กำลังมา โดยคาดว่าในปี 2560 บริษัทฯ จะสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% และจะรักษาระดับของ NPL ให้อยู่ในระดับเดียวกันกับปี 2559”

 

มาตรการช้อปช่วยชาติ ส่งเสริมการใช้จ่าย

 

“ที่จริงมาตรการช้อปช่วยชาติมีมาปีตั้งแต่ที่แล้ว จะเห็นได้ว่ายอดเดือนธันวาคมปี 2558 เจริญเติบโตค่อนข้างมาก โดยเฉลี่ยแล้วเจริญเติบโต 22 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงมาก ดังนั้นการมีช้อปช่วยชาติปี 2559 จะกระตุ้นค่าใช้จ่ายเดือนธันวาคม แต่อาจจะไม่สูงมากกว่าปีที่แล้ว”

 

 

มาตรการใดใช้ซ้ำ..ประสิทธิภาพจะลดลง

 

ตามที่มีการขยายเวลาเพิ่มมากขึ้น แม้แต่มาตรการของการท่องเที่ยวที่กระตุ้นการใช้จ่าย นโยบายที่ต่อเนื่องแบบนี้ทุกๆ ปี มันถือว่าส่งผลดีต่อการใช้จ่าย ตอนแรกมันอาจจะดูเหมือนใช้แค่ปีเดียว แต่ตอนนี้ จะเป็นมาตรการประจำหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ แต่ว่าปีนี้เกิดเป็นปีที่ 2 ต่อจากปีที่แล้ว แต่ผมมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า ในทุกๆ มาตรการ กระทั่งโปรโมชั่นอะไรก็ตามที่เคทีซีทำอยู่ หรือมาตรการอะไรที่ออกมาก็ตาม ผมเชื่อว่าถ้าทำได้จะดี แต่ถ้าเราใช้ซ้ำๆ ในที่สุดความศักดิ์สิทธิ์หรือประสิทธิภาพจะลดลง”

 

 

เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

 

    “แนวโน้มในระยะยาว ความจำเป็นที่มีธุรกิจ Brick and Mortar  คือธนาคารแบบเดิมเราเรียกว่า ธุรกิจ Brick and Mortar จะน้อยลง สมัยก่อนธนาคารต้องเปิดใกล้ลูกค้ามากที่สุดเพราะมีการทำธุรกรรมในแถบนั้น แต่เดี๋ยวนี้การทำธุรกรรมสามารถทำผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้ ประเทศไทยน่าเสียดายที่เราพยายามทำและเกิดขึ้นค่อนข้างช้ามาก ดูอย่างอินเดียวันนี้ อินเดียไปไกลแล้ว หลังจากที่ โมดี้ (Narendra Modi นายกรัฐมนตรีประเทศอินเดีย) ทำ Modernization และการทำอิเล็กทรอนิกส์เพย์เม้นท์นี้เกิดขึ้นได้ยาก โลกต้องไปสู่ยุคดิจิทัลแน่นอน อีกไม่นานต้องไป ดิจิทัลเพย์เม้นท์ไป อิเล็กทรอนิกส์เพย์เม้นท์ เมื่อไปถึงจุดนั้นความจำเป็นที่จะต้องมี Brick and Mortar จะน้อยลง แต่ไม่ได้บอกว่าไม่มี คุณยังจำเป็นต้องมีสาขา ยังต้องมี Hub คุณอาจจะใช้แนวคิด Hub and Spoke แต่ Spoke ของคุณอาจจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด แต่คุณต้องมี Hub ที่ยังต้องมีคนอยู่ คุณยังต้องซับพอร์ท

     …ในอนาคตนี้ จะเป็นการรวมตัวระหว่างออนไลน์ และออฟไลน์ แต่ยังต้องมีเซ็นเตอร์อยู่ดี การค้าวันนี้ลองสังเกตออนไลน์ช้อปทั้งหลาย ในที่สุดจะต้องกลับมามีเซ็นเตอร์ตามจุดต่างๆ มีร้านสาขาเหมือนเดิม แต่จะรวมเอาเฉพาะสาขาสำคัญ สาขาที่ไม่สำคัญก็ถูกปิดไป ที่น่าเป็นห่วงคือทรัพยากรมนุษย์มากกว่า การเคลื่อนย้ายคนนั้นจะทำอย่างไรเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ

… สำหรับเคทีซี เราใช้ช่องทางออนไลน์มาก เรามีอยู่ประมาณ 22 สาขา เรา REVIEW อยู่ตลอดเวลาว่าจำเป็นต้องมีคนเข้าไปตรงนั้นหรือเปล่า ถ้าใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการ เราก็ใช้เป็นสาขาไปด้วย แต่ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายของการตั้งสาขาของเคทีซี ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ค่าใช้จ่ายพื้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จะบีบให้เราใช้สาขาน้อยลงแต่สามารถใช้สาขาของกรุงไทย หรือ เคาร์เตอร์เซอร์วิส หรือ พาร์ทเนอร์ได้”

หรือ ชมในรูปแบบของ eBooks กดตามลิ้งค์ด้านล่างนี้เลย

Ookbee: https://goo.gl/Vn07EH

Magzter: https://goo.gl/QlYvtf

TrueBook: https://goo.gl/F0A9Hd

MEB: https://goo.gl/7BbwWA

E-Books: https://goo.gl/mT1hPt

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here