ปี พ.ศ. 2559 ผ่านไปแล้วหนึ่งไตรมาส ธุรกิจที่กำลังมองหาช่องทางในการเติบโตต่อไปจนถึงสิ้นปีอาจต้องลองพิจารณาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อประกอบการวางแผนธุรกิจขั้นต่อไป ผู้เขียนจึงได้รวบรวมจุดแข็งและจุดอ่อนของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจไทยจากรายงานการจัดทำยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งทางการค้า และยุทธศาสตร์การรวมกลุ่มภาคีธุรกิจ ซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยจัดทำให้กับสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์

 

เริ่มจากจุดแข็ง ซึ่งก็คือสิ่งที่ประเทศไทยมีหรือทำได้ดีอยู่แล้ว ถือเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ที่ชัดเจนจริง ๆ ก็มีอยู่ 7 ประการ ได้แก่ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ความหลากหลายของภูมิประเทศ การเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ อัตราการจ้างงาน การขยายตัวของสังคมเมือง และคุณลักษณะของผู้ให้บริการ

 

จะเห็นได้ว่าสามประการแรกและประการสุดท้ายเป็นทุนตั้งต้นที่ไทยมีแบบที่แทบจะเรียกได้ว่าถูกหวยหลายเด้ง เด้งแรก คือ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทำให้ไทยมีวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าหลากหลายชนิดในราคาที่ไม่แพง สามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกและประชาชนภายในประเทศก็สามารถเข้าถึงสินค้าหลากหลายชนิด เด้งที่สอง คือ การตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดเชื่อมต่อหลายประเทศเข้าด้วยกันและสามารถเชื่อมไปถึงจีนและอินเดียที่เป็นตลาดใหญ่ และการตั้งอยู่บนทำเลที่ค่อนข้างปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ เช่น พายุเฮอริเคน หรือภูเขาไฟ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับการประกอบธุรกิจ และเด้งที่สาม คือ ความเป็นไทยที่ยิ้มแย้มชอบให้บริการ หรือมี service mind ก็ช่วยส่งเสริมธุรกิจบริการสำคัญของประเทศอย่างการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

 

จุดแข็งประการที่เหลือถือเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากการพัฒนาประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศผ่านโทรศัพท์มือถือที่ช่วยให้ประชาชนเกือบทุกวัยมีอินเตอร์เนตใช้กันทั่วหน้า ซึ่งก็ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น อัตราการว่างงานเฉลี่ยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ซึ่งก็อาจแปลได้ว่าเมื่อคนส่วนใหญ่มีงานทำก็ย่อมมีกำลังจับจ่ายใช้สอยเยอะ เป็นโอกาสให้ธุรกิจขายสินค้าและบริการได้  ส่วนการขยายตัวของสังคมเมืองก็มาพร้อมกับระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ

 

มาดูจุดอ่อนกันบ้าง จุดอ่อน หมายถึง สิ่งที่ประเทศไทยขาดแคลนแต่จำเป็นต้องมี หรือสิ่งที่ต้องปรับปรุงเพื่อไม่ให้เสียเปรียบประเทศอื่น ซึ่งประเทศไทยมีจุดอ่อนที่สำคัญ 14 ประการ ได้แก่ กำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ การพึ่งพาการส่งออก ผลิตภาพการผลิต คุณภาพการศึกษา ความไม่มั่นคงทางการเมือง การทุจริตคอร์รัปชั่น การบริหารจัดการภาครัฐที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ สังคมผู้สูงอายุ มาตรฐานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การวิจัยและพัฒนา การไม่มีหน่วยงานกลางในการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ การตรวจคนเข้าเมือง การเป็นโรงงานรับจ้างผลิต และการไม่ใช้ข้อมูลเชิงลึกในการประกอบธุรกิจ

 

ก็เป็นที่น่าตกใจว่าเรามีจุดอ่อนมากกว่าจุดแข็งถึงเท่าตัว จุดอ่อนของไทยส่วนมากเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม และด้านแรงงาน เป็นต้น ซึ่งจุดอ่อนเหล่านี้แทบจะกลบรัศมีจุดแข็งที่ไทยมีเกือบสนิท และจุดอ่อนบางตัวก็ไปหักล้างจุดแข็งโดยตรงด้วย ตัวอย่างเช่น อัตราการว่างงานที่ต่ำที่ถือเป็นจุดแข็งนั้นกลับไม่ได้ส่งผลให้ผู้คนในประเทศมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมาก เนื่องจากจุดอ่อนของเรา คือ กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศค่อนข้างต่ำ ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางมานาน กล่าวคือ แม้ว่าเราจะสามารถพัฒนาประเทศจนพ้นระดับความยากจนได้ แต่ก็ไม่สามารถยกระดับไปสู่ประเทศที่ร่ำรวยได้เช่นกัน และเมื่อพิจารณาว่าสังคมไทยกำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ก็หมายความว่าอัตราการว่างงานที่ต่ำนั้นอาจไม่ได้เป็นเพราะประเทศเรามีจำนวนงานที่ดีในตลาดมาก แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนคนที่จะทำงานลดลงอย่างต่อเนื่องต่างหาก

 

ในขณะเดียวกัน จุดแข็งบางประการก็อาจเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดจุดอ่อนด้วย เช่น การมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลายก็ทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตสินค้าราคาถูกให้บริษัทต่างชาติและมีการพึ่งพาการส่งออกมายาวนาน เมื่อเราผลิตแต่สินค้าราคาถูก และไม่ได้ติดต่อกับผู้บริโภคขั้นสุดท้ายโดยตรงเพราะเรารับจ้างเขาผลิตอย่างเดียว ธุรกิจไทยส่วนมากจึงไม่ค่อยได้ใช้ข้อมูลที่เกี่ยวกับตลาดว่าเทรนด์ไหนน่าจะหรือกำลังมาแรง หรือคำนึงว่าต้องผลิตสินค้าแบบไหนถึงจะโดนใจผู้บริโภค จึงไม่ค่อยมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เท่าไรนัก

 

ปัจจัยเหล่านี้ เมื่อประกอบกับจุดอ่อนด้านอื่น เช่น การบริหารจัดการภาครัฐที่ไม่ได้ประสิทธิภาพและมักมีการทำงานแยกส่วน ความไม่มั่นคงทางการเมือง และการทุจริตคอร์รัปชั่นแล้ว จึงทำให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันดูไม่ค่อยสดใส และเต็มไปด้วยปัญหาอย่างที่เห็นกันอยู่ อย่างไรก็ดี แม้ว่าจุดอ่อนที่ยกมาดูจะเป็นภาระของภาครัฐที่ต้องแก้ไขไปเสียหมด แต่ภาคธุรกิจเองอาจไม่มีเวลามานั่งรอให้รัฐแก้จุดอ่อนเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคอย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย และเมียนมาร์ซึ่งกำลังเนื้อหอมและเป็นที่จับตามองของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงนักธุรกิจไทยเองด้วย
ภาคธุรกิจสามารถลบจุดอ่อนบางประการด้วยตัวเอง เช่น ยกระดับจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต หันมาออกแบบผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง โดยใช้ข้อมูลตลาดเป็นตัวตั้งว่าควรขายสินค้าและบริการประเภทใด ให้กับกลุ่มลูกค้าใด ควบคู่ไปกับการทำวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้สินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดและมีมูลค่าเพิ่มสูง หากทำได้แล้ว จุดแข็งของไทยด้านอื่นๆ เช่น การเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นตัวช่วยให้สินค้าและบริการของเราเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้

โดย  บุญวรา สุมะโน (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย)

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here