การรถไฟฯ มั่นใจรถโดยสารชุดใหม่ถูกใจคนไทย-ชาวต่างชาติ คาดมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยเกินปีละ 1 ล้านคน
สร้างรายได้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 500-700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15
% จากรายได้ค่าโดยสารทั้งหมด เร่งเดินหน้าทดสอบขบวนรถก่อนประเดิมเปิดให้บริการเส้นทางสายเหนือ กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ เป็นเส้นทางแรก ช่วงเดือนสิงหาคม 2559 และทยอยเปิดจนครบทั้ง 4 เส้นทางที่มีศักยภาพ ในสายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ในปี 2560

หลังจากการรถไฟแห่งประเทศไทย  ได้ทำพิธีเปิดตัวโครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่สำหรับให้บริการเชิงพาณิชย์รอบแรก 39 คัน จากทั้งหมด 115 คัน ซึ่งได้รับมอบจากบริษัท CRRC Corporation Limited (China Railway Rolling Stock Corporation) หรือ CNR (China CNR Corporation Limited) บริษัทคู่สัญญา

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดว่า  ขณะนี้การรถไฟฯ อยู่ระหว่างนำขบวนรถมาทดสอบการเดินรถทั้งระยะสั้นและระยะยาว ก่อนนำมาเปิดให้บริการเป็นขบวนรถด่วนพิเศษใน 4 เส้นทางที่มีศักยภาพแก่ประชาชน โดยการจัดเดินขบวนรถ 2 ชุดแรกคาดจะเปิดให้บริการได้ในเส้นทางสายเหนือ กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ ช่วงเดือนสิงหาคม 2559 จากนั้นจะทยอยรับมอบและนำรถโดยสารชุดใหม่ทั้งหมด 115 คัน ออกมาเปิดให้บริการในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ตามลำดับ ซึ่งจะครบสมบูรณ์ทุกเส้นทางภายในปี 2560

สำหรับแผนการเดินขบวนรถ จัดให้บริการจำนวน 8 ขบวนต่อวันได้แก่  สายเหนือ กรุงเทพ -เชียงใหม่-กรุงเทพ จำนวน 2 ขบวน สายใต้ กรุงเทพ -หาดใหญ่-กรุงเทพ จำนวน  2 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือกรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ จำนวน 2 ขบวน  และกรุงเทพ –อุบลราชธานี-กรุงเทพ จำนวน 2 ขบวน  นายวุฒิชาติกล่าวด้วยว่า การรถไฟฯ ประเมินว่า หลังจากมีการนำรถโดยสารรุ่นใหม่เปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยเฉพาะในขบวนรถโดยสารชุดใหม่ประมาณปีละ 1.073ล้านคน สร้างรายได้แก่การรถไฟเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 500-700 ล้านบาท (0.13-0.25 ล้านบาทต่อขบวนต่อวัน) หรือเพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 15% จากปัจจุบันที่มีรายได้จากค่าโดยสารต่อปีประมาณ 3,300 ล้านบาท รวมถึงมีอัตราผู้โดยสารใช้บริการต่อจำนวนที่นั่ง (โหลด แฟคเตอร์) ไม่ต่ำกว่า
75 – 80% และหากนับเฉพาะรายได้จากการทยอยเปิดให้บริการใน 2 ขบวนแรก ช่วงปี 2559 ระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม 2559 คาดว่าการรถไฟฯ จะมีรายได้เพิ่มในปีนี้ประมาณ 30 ล้านบาท

“การนำรถโดยสารรุ่นใหม่มาให้บริการจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การรถไฟฯ มีรายได้จากค่าโดยสารเพิ่มขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในแผนการปรับปรุงการให้บริการและสร้างรายได้แก่องค์กรตามแผนการฟื้นฟูกิจการ

ของการรถไฟฯ เมื่อผนวกเข้ากับแผนการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงพาณิชย์ของการรถไฟฯ การพัฒนาระบบรางเพื่อสนับสนุนด้านการขนส่งสินค้า รวมถึงการลดรายจ่ายภายในองค์กร จะทำให้การรถไฟฯเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ในปี 2563”

สำหรับรถไฟขบวนใหม่ทั้ง 8 ขบวน นอกจากจะประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารแล้ว หากนำมาวิ่งรวมเข้ากับแผนการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมแล้วเสร็จ จะสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ถึงที่หมายปลายทางได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 3 ชั่วโมง สามารถตอบโจทก์ความต้องการกลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการได้เป็นอย่างดี ทั้งในส่วนลูกค้าเดิมที่ใช้บริการรถไฟ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่ต้องการเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางใหม่

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here