พม. พร้อมเปิดขายบ้านเคหะประชารัฐทั่วประเทศกว่า ๒๒,๐๐๐ หน่วย เริ่มวันนี้ ถึง ๑๕ ก.ค. ๕๙ หวังประชาชนได้มีบ้านที่มีคุณภาพและราคาไม่แพงเป็นของตนเอง

0
1596

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.) จัดงานมหกรรมขายโครงการบ้านเคหะประชารัฐ โดยมีพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดงาน
พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เข้าร่วมงาน ณ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ ถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่น มีความสุข และสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมไทย
อย่างแข็งแรง มั่นคง และยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมาย
ให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) คัดสรรโครงการที่อยู่อาศัยทั่วประเทศจำนวน ๒๒๑ โครงการ ๒๒,๘๘๔ หน่วย เข้าร่วมโครงการบ้านเคหะประชารัฐ ประกอบด้วย โครงการบ้านพร้อมอยู่ จำนวน ๑๖๑ โครงการ ๙,๕๔๓ หน่วย ราคาขาย
อยู่ระหว่าง ๓๐๐,๐๐๐ – ๗๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพร้อมอยู่ภายใน ๑๘ เดือน จำนวน ๖๐ โครงการ ๑๓,๓๔๑ หน่วย ราคาขายอยู่ระหว่าง ๔๘๐,๐๐๐ – ๗๔๐,๐๐๐ บาท รูปแบบโครงการ มีทั้งอาคารชุด บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์ ๒ ชั้น โดยเปิดจองระหว่างวันที่ ๖ – ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ณ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ และระหว่างวันที่ ๖ – ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ใน ๕ ภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดอยุธยา ชลบุรี เชียงใหม่ บุรีรัมย์ กระบี่ และสำนักงานขายที่มีโครงการตั้งอยู่

  1.3พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเปิดจองในครั้งนี้ กคช. ได้จัดให้มีการจับสลากผู้ได้สิทธิโครงการบ้านพร้อมอยู่ และโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพร้อมอยู่ภายใน ๑๘ เดือน หลายโครงการ เนื่องจาก มีประชาชนลงทะเบียนขึ้นบัญชีรอ (Waiting List) จากการเปิดจองโครงการอย่างต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้ ซึ่งแต่ละโครงการมีอาคารรองรับจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทรประชาสำราญ มีผู้ยื่นความจำนงประมาณ ๗๐๐ ราย มีอาคารรองรับ ๙๕ หน่วย และโครงการพิษณุโลก (บึงพระ ๑)  มีผู้ยื่นความจำนงประมาณ ๑,๒๐๐ ราย มีอาคารรองรับ๔๘๑ หน่วย เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและ
เป็นธรรม จึงได้มอบนโยบายให้การเคหะแห่งชาติใช้วิธีการจับสลาก โดยให้ประชาชนที่ลงทะเบียนขึ้นบัญชีรอเป็น       ผู้จับสลาก โดยมิให้ผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้ ได้ดำเนินการจับสลากผู้ได้สิทธิโครงการบ้านเอื้ออาทรประชาสำราญ พร้อมทำสัญญาทันที ส่วนโครงการพิษณุโลก (บึงพระ ๑) จะทำการจับสลาก     ผู้ได้สิทธิวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับอัตราการผ่อนชำระเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารออมสินคือ อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษ กรณีวงเงินกู้ไม่เกิน ๗ แสนบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ ๑ ร้อยละ ๐ ปีที่ ๒-๓ ร้อยละ ๒ ปีที่ ๔-๖ ร้อยละ ๕ และปีที่ ๗-๓๐ธอส. = MRR – ๐.๗๕ %, ธนาคารออมสิน

= MRR – ๑.๔๗๕ % ผ่อนชำระช่วง ๓ ปีแรก ประมาณเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ส่วนอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน กรณีวงเงินกู้ ๗๐๐,๐๐๑ – ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยปีที่ ๑-๓ ร้อยละ ๓ ปีที่ ๔-๖ ร้อยละ ๕ และปีที่ ๗-๓๐ ธอส.
= MRR – ๐.๗๕ % ธนาคารออมสิน = MRR – ๑.๔๗๕ % ผ่อนชำระช่วง ๓ ปีแรก ประมาณเดือนละ ๗,๒๐๐ บาท สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขของโครงการบ้านเคหะประชารัฐ สถาบันการเงินทั้งสองแห่งจะพิจารณาให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้จองโครงการ อย่างไรก็ตาม การเคหะแห่งชาติยังได้ประสานงานกับธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมให้บริการสินเชื่อ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขของโครงการบ้านเคหะประชารัฐอีกด้วย

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คุณสมบัติของผู้จอง ประกอบด้วย มีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ และไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย กรณีจองที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท ต้องมีรายได้ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท
ต่อเดือน กรณีจองที่อยู่อาศัยราคาตั้งแต่ ๗๐๐,๐๐๑ – ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่จำกัดรายได้ หลักฐานการจอง ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) หนังสือรับรองรายได้ หรือสลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้ตนเอง และเงินจอง ๑,๐๐๐ บาท สำหรับการจองโครงการบ้านพร้อมอยู่ ถ้าจองโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพร้อมอยู่ภายใน ๑๘ เดือน วางเงินจอง ๓,๐๐๐ บาท พร้อมทำสัญญา จากนั้น ผ่อนชำระเงินดาวน์ร้อยละ ๑๐ ของราคาขาย ประมาณเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๑๘ เดือน เมื่อครบกำหนดสามารถยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน กรณีจองโครงการบ้านพร้อมอยู่ ถ้าเป็นโครงการบ้านเอื้ออาทรกู้ได้ ๑๐๐ %โครงการเคหะชุมชนกู้ได้ ๙๐ % และการเคหะแห่งชาติสมทบเงินดาวน์ ๕ % อีกทั้งได้รับอัตราดอกเบี้ยบ้านประชารัฐจากธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารออมสิน กรณีจองโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพร้อมอยู่ภายใน ๑๘ เดือน ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนฯ

“ผู้สนใจสามารถจองโครงการบ้านเคหะประชารัฐได้ระหว่างวันที่ ๖-๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เวลา
๐๘.๓๐ – ๑๘.๐๐ น. ณ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ ถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังเปิดให้จองในพื้นที่หลัก ๕ ภูมิภาค ระหว่างวันที่ ๖-๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๘.๐๐ น.
ได้แก่ ภาคกลางที่สำนักงานขายโครงการอยุธยา (โรจนะ) ภาคตะวันออกที่สำนักงานขายโครงการชลบุรี ๒ ภาคเหนือ
ที่เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่โรบินสัน บุรีรัมย์ ภาคใต้ที่บิ๊กซี กระบี่ และสำนักงานขายที่มีโครงการตั้งอยู่ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ๑๖๑๕ เวลา ๐๘.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุด” พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวในตอนท้าย

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here