การรถไฟแห่งประเทศไทย (SRT) มีอายุครบ 119 ปี ในวันที่ 26 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา องค์กรเก่าแก่อายุกว่า 1 ศตวรรษนี้ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ผู้ว่าการคนปัจจุบัน “วุฒิชาติ กัลยาณมิตร” มานั่งคุมองค์กรแห่งนี้ท่ามกลางสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน ภายใต้แผนฟื้นฟูของ รัฐบาลยุคนี้ จึงเป็นภาระหนักอึ้งของผู้ว่าการ SRT  คนนี้ ในการปรับโฉมองค์กร และสร้างความน่าเชื่อถือให้กลับมา รวมถึงเน้นสร้างบรรยากาศส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยด้วยการใช้เส้นทางรถไฟ ซึ่งเป็นรายได้หลักของเศรษฐกิจไทยช่วงนี้

การรถไฟแห่งประเทศไทยภายใต้การนำของวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ในฐานะผู้กำกับ ดูแลหน่วยงานต่างๆ มีโครงการขยายรถไฟระยะทางรวม 4,043 กิโลเมตรทั่วประเทศ ได้มีการดำเนินงานสนองตอบต่อนโยบายของรัฐบาล เพื่อต้องการพัฒนาการเดินทางด้วยรถไฟ ให้เป็นที่พึ่งของประชาชน ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งโดยสาร และสินค้าให้แก่ภาคธุรกิจ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปีที่ผ่านมาหลังรับตำแหน่งได้วางกรอบการทำงานไว้ใน 3 ด้านหลัก เพื่อให้องค์กรแห่งนี้สามารถขับเคลื่อนไปได้1391907879-002422-o (Large)

คือขั้นตอนแรก การรุกสร้างความเชื่อมั่น “ภาพลักษณ์องค์กร” ให้กลับคืนมา 2.การดำเนินตามแผนงานที่วางไว้ในแต่ละงบประมาณ และ 3.การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ในด้านนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งจะทำให้องค์กรเดินหน้าไปได้ โดยมีการดำเนินงานในหลากหลายมิติ

วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปัญหาใหญ่ของ SRT ที่จะต้องแก้ไขแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกที่สามารถลงมือทำได้เลย คือการกู้ภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นกลับคืนมาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความปลอดภัยและความสะอาด เรื่องความปลอดภัย เช่น เปลี่ยนรางให้มีความมั่นคงและรองรับน้ำหนักการเดินรถได้ดีขึ้น เปลี่ยนหมอนที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 100 ปี มาเป็นหมอนรุ่นใหม่ที่เป็นคอนกรีต ทั้งหมดคือสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงาน แต่ผมไม่รับปากและให้ความเชื่อมั่นว่าอุบัติเหตุจะน้อยลง และในเรื่องความสะอาดโดยเฉพาะห้องสุขา SRT มีงบประมาณดำเนินการเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ในเรื่องนี้ให้กลับมาดีขึ้น

IMG_0250 (Large)  ส่วนขั้นตอนระยะกลางและระยะยาวเป็นเรื่องของการจัดหารถและหัวรถจักรรุ่นใหม่สำหรับลากตู้สินค้าหรือโบกี้โดยสารทดแทนของเดิมที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ต้องพยายามเร่งรัดให้เป็นไปตามแผน แต่ว่าข้อจำกัดคือ โครงการของรถไฟส่วนใหญ่จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องมีการตรวจสอบจากทางภาครัฐ ทำให้ระยะเวลาที่กำหนดให้แล้วเสร็จอาจจะมีปัญหาบ้าง สำหรับเรื่องใหญ่คือการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล เช่น รถไฟรางคู่ การเปลี่ยนขนาดรางเป็น 1.435 เมตร นอกจากนี้ งานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของบุคลากร การพัฒนาคนเพื่อมารองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งการพัฒนาคนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา

วันนี้บทบาทของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย “วุฒิชาติ กัลยาณมิตร” พยายามเข้าไปแก้ปมปัญหาต่างๆ ของ SRT ที่หมักหมมมานาน ด้วยเรื่องผลักดันโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะนโยบายในการส่งเสริมและกำกับดูแลการเดินทางของประชาชนในระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดความปลอดภัย

วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ขณะนี้ได้มอบนโยบายเร่งด่วนแก่นายสถานีรถไฟ พนักงานขบวนรถผู้บังคับบัญชาทุกเขต ทุกแขวง ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในขบวนรถทั้งพนักงานรักษารถพนักงานห้ามล้อทั่วประเทศ ให้กำชับกวดขันในการตรวจสอบดูแลความเรียบร้อยของผู้โดยสารระหว่างให้บริการเดินรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุพลัดตกลงมาจากขบวนรถ และสร้างความปลอดภัยในการใช้บริการตลอดเส้นทางตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กำชับกวดขันแก่ผู้เกี่ยวข้องโดยให้ถือปฏิบัติดังนี้IMG_0970 copy (Large)

  1. บริเวณสถานีต้นทางก่อนขบวนรถออก ให้นายสถานีต้องอบรมพนักงานประจำขบวนรถทุกคน ตรวจสอบดูแลความเรียบร้อย ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร อย่าให้ใช้บันได ข้อต่อรถ หรือหลังคาของขบวนรถเป็นที่โดยสารโดยเด็ดขาด
  2. พนักงานประจำขบวนรถทุกคน ได้แก่พนักงานรักษารถ พนักงานห้ามล้อ ให้แบ่งหน้าที่กัน ตรวจสอบผู้โดยสารตั้งแต่ขบวนรถออกจากต้นทางจนถึงปลายทาง และให้เข้าไปประจำอยู่ในรถโดยสารตามชั้นที่นั่งที่ระบุในตั๋วอย่างเข้มงวด
  3. สำหรับสถานีที่ขบวนรถกำหนดให้ผ่าน นายสถานีที่ปฏิบัติหน้าที่ออกรับขบวนรถ ถ้าพบเห็นกรณีผู้โดยสาร ใช้บันได ข้อต่อรถ หรือหลังคารถ เป็นที่โดยสารให้รีบแจ้งหัวหน้าพนักงานควบคุมการเดินรถแขวงฯในพื้นที่รับผิดชอบรับทราบเพื่อสั่งการหยุดขบวนรถนั้นป้องกันเหตุอันตรายอันอาจจะเกิดขึ้นในทันที

นอกจากนี้ SRT ได้เน้นการประชาสัมพันธ์แก่ผู้โดยสารให้รับทราบถึง “ข้อแนะนำการป้องกันอุบัติเหตุในการโดยสารบนขบวนรถไฟ” เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ดังนี้ ให้เพิ่มความระมัดระวังขณะขึ้นหรือลงจากขบวนรถ และเมื่อขึ้นไปบนตู้โดยสารแล้วควรเดินเข้าไปข้างใน อย่ายืนขวางบันได เพราะนอกจากกีดขวางทางผู้อื่นแล้วยังอาจพลัดตกลงมาได้

ขณะขบวนรถเคลื่อนที่อย่ายืนแขนหรือศีรษะออกนอกตัวรถ และไม่ควรลงจากขบวนรถไฟหากไม่ใช่สถานี จุดหมายของตัวท่านเอง และที่สำคัญในกรณีที่มีเด็กเดินทางมาด้วย ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กเดินไปไหนมาไหนตามลำพังและควรให้เด็กนอนเตียงล่างเพื่อป้องกันการพลัดตก ตลอดจนการห้ามสูบบุหรี่ ห้ามซื้อขายและดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานีรถไฟ และขบวนรถไฟ เพราะเป็นความผิดทางกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ”

maxresdefault (Large)    “นอกจากการดูแลสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟ การรถไฟฯยัง ได้ดูแลสร้างความปลอดภัยแก่ผู้สัญจรที่ใช้เส้นทางผ่านจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ โดยขอความร่วมมือ ให้ผู้ขับขี่สัญจรไปมาร่วมปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น เพิ่มความระมัดระวังก่อนขับรถข้ามทางรถไฟทั้งในกรณีที่มีหรือไม่มีเครื่องกั้นก็ตาม ให้หยุดรถห่างจากจุดตัดทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร ขณะที่รถไฟกำลังผ่าน ตลอดจนการห้ามขับรถแซงกันก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟ 30 เมตร เป็นต้น”

ปัญหาความสะอาดของสถานีและขบวนรถไฟกลายเป็นภาพลักษณ์ทางลบของการรถไฟมาโดยตลอด การพัฒนาความสะอาด เพื่อยกระดับโดยเฉพาะห้องน้ำสู่มาตรฐานสากล วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ได้เร่งปรับปรุงความสะอาดห้องน้ำของรถไฟ โดยร่วมมือกับ SCG ปรับปรุงห้องน้ำภายในสถานีกรุงเทพทั้งหมด เป็นอ่างล้างหน้าระบบเซนเซอร์ โถสุขภัณฑ์แบบฟลัชวาล์วอัตโนมัติ ซึ่งมีมาตรฐานสากลเทียบเคียงเท่ากับห้องน้ำในสนามบิน นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยกระทรวงคมนาคม ยังร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข เปิดตัวโครงการส้วมรถไฟสะอาดเพื่อการท่องเที่ยว ยกระดับมาตรฐานส้วมสาธารณะของรถไฟให้ได้ตามมาตรฐาน HAS (แฮส) ของกรมอนามัยและมาตรฐานดับเบิลยูซี โอเค ของกรมการท่องเที่ยว เพื่อช่วยสนับสนุนนโยบายปีท่องเที่ยววิถี-ไทย โดยเฉพาะสถานีรถไฟใน 12 เมืองต้องห้าม…พลาด ให้ห้องน้ำมีความสะอาด มีจำนวนเพียงพอ และปลอดภัย พร้อมกับเตรียมปรับปรุงห้องน้ำบนขบวนรถไฟอีก 148 คัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้ดำเนินการปรับภูมิทัศน์รอบสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ในโอกาสก้าวสู่ 100 ปี ได้มีนโยบายจัดระเบียบสถานีหัวลำโพง ให้มีบรรยากาศย้อนยุค รองรับกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี ทั้ง ร้านค้า ป้ายบอกทาง สิ่งอำนวยความสะดวกโดยร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กลุ่มเอ็นจีโอ มูลนิธิ จัดระเบียบผู้ด้อยโอกาสที่อาศัยอยู่ในหัวลำโพง ด้วยการติดต่อญาติหรือหาที่อยู่ รักษาพยาบาล พร้อมกับฝึกอาชีพให้กับบุคคลเหล่านี้  ตลอดจนช่วยเหลือสุนัขแมวจรจัดให้อยู่ในที่เหมาะสม เพื่อให้มีระเบียบ สะอาด ปลอดภัย สวยงาม เป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้การรถไฟIMG_0228 (Large)

วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ในโอกาสที่กรุงเทพ หรือสถานีหัวลำโพง เปิดให้บริการแก่ประชาชนครบรอบ 100 ปี ในวันที่ 25 มิ.ย. 2559  SRT ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองฉลอง  โดยมีการนำรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ จำนวน 4 คัน มาจัดแสดง เปิดโอกาสให้ประชาชนขึ้นชมตู้โดยสารรถไฟใหม่ที่ปรับปรุงขึ้นเพื่อรองรับการให้บริการในหลายรูปแบบ ชมนิทรรศการจากอดีต สู่ปัจจุบัน ก้าวสู่อนาคต การแสดงประชันระนาดเอกของขุนอิน (โหมโรง) การแสดงละครเพลงย้อนยุคจากทีม สี่แผ่นดิน การแสดงจำอวดหน้าม่าน ร่วมเลือกซื้ออาหารในบรรยากาศย้อนยุค ‘ตลาด 100 ปี หัวลำโพง’  ร่วมถ่ายรูปเพื่อทำแสตมป์ส่วนตัว เปิดจำหน่ายแสตมป์ ชุด 100 ปี สถานีกรุงเทพให้นักสะสมแสตมป์ได้เลือกสะสมในบูธ บริษัท ไปรษณีย์ไทย และชมหนังสือเล่มพิเศษ หนังสือ 100 ปี สถานีกรุงเทพ”

ผู้ว่าการรถไฟแห่งแประเทศไทย กล่าวต่อไปว่า “นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงอาคารสถานีรถไฟกรุงเทพ ด้านใน ด้านนอก และบริเวณรอบตัวอาคารใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วย

  1. ปรับปรุงและซ่อมแซมใหม่ต่อเติมหลังคาคลุมบริเวณชานชาลารถไฟด้านนอก
  2. ปรับปรุงผนังทั้งด้านในและด้านนอกดาดฟ้า ทาสีตัวอาคารใหม่ เพื่อความสวยความงาม

 

  1. ปรับปรุงเครื่องปรับอากาศในโถงกลางสถานีซึ่งเป็นที่พักผู้โดยสาร ร้านค้า และห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารใหม่ทั้งหมด เนื่องจากใช้งานมานาน ให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง รองรับประชาชนที่ใช้บริการ โดยเครื่องปรับอากาศที่เปลี่ยนใหม่เป็นระบบประหยัดพลังงาน

 

  1. ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณอนุสรณ์สถานช้างสามเศียร (ด้านหน้าสถานีรถไฟ) และอนุสรณ์สถานปฐมกฤษ์รถไฟหลวง (ท้ายชานชาลาสถานีกรุงเทพ) และบริเวณโดยรอบ
  2. ปรับปรุงและซ่อมระบบไฟฟ้าด้วยการเปลี่ยนระบบการเดินสายไฟใหม่ พร้อมทั้งประดับไฟตัวอาคารสถานี และ

 

  1. ปรับปรุงพื้นผิวถนนบริเวณสถานี เพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับความสะดวกในการเดินทาง

IMG_0300 (Large)อีกทั้งได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กลุ่มเอ็นจีโอ มูลนิธิ ดำเนินการจัดระเบียบคนด้อยโอกาสที่อาศัยอยู่ในรถไฟกรุงเทพ รวมถึงสุนัขและแมวจรจัด เพื่อให้มีระเบียบ เป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้การรถไฟ โดยคนด้อยโอกาสได้มีการนำไปฝึกฝนอาชีพ ติดต่อหาเครือญาติครอบครัว และจัดหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมให้ เช่นเดียวกับสุนัขและแมวจรจัด”

“สถานีรถไฟกรุงเทพ เป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีการก่อสร้าง ในลักษณะโดมสไตล์อิตาเลียนผสมกับศิลปะแบบเรอเนสซองซ์ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับสถานีรถไฟแฟรงก์เฟิร์ตในประเทศเยอรมนี และเริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 จนถึงปัจจุบันรถไฟกรุงเทพ กลายเป็นสถานีรถไฟหลักของประเทศไทย มีรถไฟประมาณ 200 ขบวนต่อวัน โดยมีผู้โดยสารหลายหมื่นคน จึงนับเป็นนโยบายสำคัญของ SRT ในการดูแลสถานีรถไฟกรุงเทพ ให้อยู่คู่กับคนไทยตลอดไป”

และในยุคของวุฒิชาติ กัลยาณมิตร เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมความรู้และสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ลงนามร่วมกับ สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยIMG_0293 (Large)

วุฒิชาติ เผยว่า “ตามที่ SRT ได้จัดทำประกันอุบัติเหตุผู้โดยสารรถไฟ กับ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีวงเงินเบี้ยประกัน จำนวน 48.9 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการรถไฟว่าจะได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางตามมาตรฐานทั่วไป เหมือนกับการขนส่งสาธารณะประเภทอื่นๆ และเป็นการยกระดับการบริการขนส่งระบบรางให้เป็นมาตรฐานสากล ซึ่ง SRT เป็นผู้ถือกรมธรรม์ สำหรับผู้มีสิทธิ์รับความคุ้มครองประกันภัย คือ ผู้โดยสารรถไฟและผู้ปฏิบัติงานของ SRT ที่ปฏิบัติหน้าที่ขบวนรถ หรือขณะกำลังขึ้นหรือลงขบวนรถที่เดินทางภายในประเทศและต่างประเทศ โดยจะคุ้มครองความเสียหายนับตั้งแต่สถานีต้นทางถึงสถานีปลายทาง สำหรับวงเงินประกันที่ผู้โดยสารจะได้รับเมื่อเกิดอุบัติเหตุนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุเป็นรายๆ ไป

ทั้งนี้บันทึกความเข้าใจดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันภัยในการเดินทางสัญจรด้วยรถไฟ และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยให้กับเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในเรื่องการประกันภัยที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรอบความร่วมมือจาก คปภ. โดยให้คำปรึกษาแนะนำด้านข้อมูลและข้อกฎหมายที่เป็นประโยชน์ อีกทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล การร่วมจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟเล็งเห็นความสำคัญด้านประกันภัยโดยการรำระบบประกันภัยมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และการป้องกันอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“การขนส่งมวลชนระบบรางภายใต้การดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยนับว่ามีความสำคัญ โดยเห็นได้จากมีประชาชนใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก ทั้งในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวและช่วงเวลาปกติ ดั้งนั้นหากมีการให้ความรู้ด้านประกันภัยกับพนักงาน SRT และประชาชน ผู้ใช้บริการก็จะทำให้ระบบประกันภัยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจะเป็นการสร้างความตื่นตัวด้านประกัน ให้กับพนักงาน SRT และประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟแล้ว ยังทำให้เกิดความมั่นใจการใช้เส้นทางสัญจรด้วยระบบรางภายใต้การให้บริการของ SRT อีกด้วย

12 (Large)   สำหรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยการใช้เส้นทางรถไฟนั้น วุฒิชาติ กล่าว “การรถไฟแห่งประเทศไทยมีการเก็บสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถไฟไทยทุกไตรมาสและนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยก็เริ่มหันมามองการเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้รถไฟเพิ่มมากขึ้น โดยทางการรถไฟ ก็จัดจุดบริการประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว แต่หลังจากนี้คงต้องเน้นทางด้านการจัดหาบุคลากรด้านภาษาเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเต็มความสามารถ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนมาใช้บริการรถไฟไทยเพราะจะได้เห็นถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมดั้งเดิมและวิถีชุมชนของชาวไทย”

“รัฐบาลไทย และจีน ได้เห็นพ้องตรงกันว่า ทั้งสองประเทศจะต้องร่วมมือกันด้านการพัฒนารถไฟเชื่อมโยงภูมิภาคนี้โดยได้เริ่มโครงการรถไฟเชื่อมไทย-จีน ซึ่งรัฐบาลเสนอพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วปานกลาง ความเร็ว 180 กม./ชม. สายหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด และแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 873 กม. เพื่อเชื่อมโยงกับรถไฟจีน-ลาว ที่หนองคาย-เวียงจันทร์ ซึ่งโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างสองประเทศ รวมทั้งจะสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค และโครงการดังกล่าว จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางบริการนักท่องเที่ยวรวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคนี้ได้”

“การพัฒนากิจการรถไฟ ได้มีการปรับปรุงทุกด้าน มีการปรับปรุงสถานีรถไฟหัวลำโพง และสถานีสำคัญๆ ทั่วประเทศ ปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพห้องน้ำ ฯลฯ ส่วนการเดินรถจะตรงต่อเวลา วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย”

 

อ่านในรูปแบบฉบับออนไลน์ด้านล่างเลยค่ะ

 

[review]

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here