Easy & Enjoy โดย โรจ  ว่องประเสริฐ
           “เรียบง่าย  สบายใจ “ เป็นวิธีการดำเนินชีวิตที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบัน  ด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ  อีกทั้งสภาพอากาศแปรปรวน  ร้อนผิดปกติ  จนมีคำแนะนำให้สวมหมวกและใส่เสื้อแขนยาวทุกครั้งที่ออกจากบ้านในช่วงกลางวัน  เนื่องจากช่วงนี้ประเทศไทยมีรังสียูวีอยู่ในระดับอันตรายสูงสุด( Extremely  High )  หากไม่ป้องกันไว้จะเป็นอันตรายต่อผิวหนัง  ค่าครองชีพอยู่ในเกณฑ์สูง  รายได้ต่ำ  สินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นราคากันถ้วนหน้า  การมีชีวิตแบบเรียบง่ายสบาย ๆ  จะทำให้ชีวิตมีประสิทธิภาพและคุณภาพมากขึ้น
ในเรื่องของการทำงาน  หลายท่านมักคิดว่า  การทำงานจะต้องเคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง  จะทำแบบเล่นๆไม่ได้  ความคิดดังกล่าวควรเปลี่ยนแปร  ทำให้สถานที่ทำงานที่มีการทำงานแบบ” หลุมขยะพิษ “  กลายเป็นสำนักงานที่มี “ ชีวิตชีวา “
“ Easy “  เริ่มนำมาใช้จนติดปากคนไทยมากขึ้น  ตัวอย่างจากโทรศัพท์มือถือ  “Easy Call”   ในทางคอมพิวเตอร์จะใช้คำว่า” Friendly User “  ซึ่งก็เป็นเรื่องของEasy เช่นกัน  การใช้ชีวิตเรียบง่ายก็เรียกว่า  Easy Life  คำทางศาสนาก็ใช้คำว่า “ สมถะ “  ในทางวิชาวิศวกรรมอุตสาหกรรม  ก็มีคำว่า  การทำงานให้ง่ายขึ้น( Work  Simplify )  สถานบันการเงินก็มักจะโฆษณาเริ่มต้นด้วยคำEasy เป็นตัวจูงใจลูกค้า  ทำให้คำEasy ดูเหมือนจะเป็นคำที่นิยมมากกว่าคำFriendly  และ Simplify  เพราะเรียกง่ายและติดปากคนไทยไปแล้ว
การดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย  สบาย ๆ  และมีความสุข  เป็นวิธีดำเนินชีวิตที่ใช้ได้กับการดำเนินชีวิตของแต่ละท่าน  ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา  หรือมหาเศรษฐี  ในประวัติของวอเรน บัฟเฟตมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก  เจ้าพ่อแห่งการลงทุน  ก็ใช้วิธีการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย  เขาไม่มีคนขับรถประจำตัว  ไปไหนมาไหนก็ขับรถเอง  แต่งกายแบบสบาย ๆ  ไม่โอ่อ่าแต่สะอาดตา  นั่งกินกาแฟตามร้านข้างถนน คนเดียว  หากคนไม่รู้จัก  หรือไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน  ก็จะไม่รู้หลอกว่าเขาเป็นมหาเศรษฐี
หลายท่านเมื่อได้ยินคำว่าเรียบง่าย  ก็คิดเอาแบบง่าย ๆ ว่า  อะไรก็ได้  ซึ่งอะไรก็ได้นั้นเป็นแค่บางส่วนในหลายๆอย่างของคำเรียบง่าย  แต่ก็ไม่ได้หมายถึงการปล่อยชีวิตให้ยุ่งเหยิง  ไม่ดูแลบุคลิก  หรือความสะอาดในการแต่งตัว  คนที่ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายจะมีเพื่อนฝูงจำนวนมาก  และเป็นที่รักใคร่ของคนทุกระดับ  ถ้าเป็นพนักงานก็ได้ความรักนิยมชมชอบจากเพื่อนร่วมงาน  ถ้าเป็นผู้บริหารก็จะได้ความรักนับถือจากผู้ใต้บังคับบัญชา  การบริหารงานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ผู้ที่ต้องประสานงานหรือติดต่อด้วยทุกคนจะกองหัวใจไว้ด้วยกัน  ทุ่มเทการทำงาน  องค์กรนั้นจะเจริญเติบโต  สิ่งที่ทำให้การทำงานและชีวิตเรียบง่าย  มาจากหลายเหตุปัจจัย  อาทิเช่น

  1. ได้รับการสั่งสมจากครอบครัว ตั้งแต่เล็กจนโต กินง่าย ๆ นอนง่าย ๆ  แต่งกายอย่างเรียบง่าย  อยู่อย่างเรียบง่าย  เปรียบแล้วก็เท่ากับยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ไม่มีฟอร์มมากจนน่าหมั่นไส้หรือขี้โอ่จนเกินเหตุ   การปฏิบัติดังกล่าวจะได้จากการฝึกฝนจนเป็นนิสัย   จากที่บ้านและที่โรงเรียน  กระนั้น หากบางท่านที่ยังไม่มีนิสัยเรียบง่าย  ก็สามารถฝึก ฝืน ข่มจิตเพื่อให้มีนิสัยเรียบง่ายได้ไม่ยาก  ความเรียบง่าย สบาย ๆ ใจมีสุขนั้น ฝึกได้ทั้งที่บ้าน ในครอบครัว ที่ทำงาน  หรือที่สถานการศึกษา  หลักการก็คือการมองคนอื่นแบบมิตร  และทำตนไม่แบ่งชั้นวรรณะ  หรือติดยศฐาบรรดาศักดิ์  ให้ความนับถือคนอื่นและคนอื่นก็จะนับถือเรา  มีมารยาทที่ดี  อ่อนน้อมถ่อมตน  อีโก้ไม่สูง
  2. หัดคิดเดินลัดสนามบ้าง บางครั้งบางท่านยึดขั้นตอนการปฏิบัติเคร่งครัดเกินไป ทั้ง ๆ ที่มีวิธีง่ายและรวดเร็วกว่า  ประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาซึ่งเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า  แต่มักจะอ้างว่าต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ  วิธีนี้อาจทำให้เรื่องง่ายเป็นเรื่องยาก  คำว่า”หัดคิดเดินลัดสนาม”  เป็นคำเปรียบเทียบ  กับการดำเนินชีวิตหรือการทำงาน  ตัวอย่างเช่น  ผมเคยได้ยินประธานกรรมการบริษัทท่านหนึ่ง  พูดในที่ประชุมเจ้าหน้าที่บริหารว่า  “ ห้องทำงานของผม  ประตูเปิดตลอดเวลา  ท่านใดมีเรื่องจะปรึกษา  หรือจะเข้าไปกินกาแฟแสดงความคิดเห็นใด ๆ ที่เป็นประโยชน์  หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัว  ผมยินดีครับ  เข้าไปได้เลย  ไม่มีขั้นตอนใด ๆ “

     แต่ผมก็เคยได้ยินเจ้าหน้าที่บริหารที่เวลาเพื่อนไม่ขอความช่วยหรือ  หรือขอเอกสารที่เขารับผิดชอบพูดว่า “ คุณสั่งผมไม่ได้  คุณต้องทำเรื่องขอให้กรรมการผู้จัดการใหญ่สั่งผม  “  ท่านหนึ่งตำแหน่งสูงสุด  พูดดูกันเองง่าย ๆ  แต่อีกคนเป็นแค่เจ้าหน้าที่บริหาร กลับฟังดูแล้ว  ขั้นตอนเยอะจัง

  1. สร้างบรรยากาศเอื้ออำนวย การสร้างบรรยากาศของความเรียบง่าย อาทิเช่น  บริษัทแห่งหนึ่งมีห้องเบรกกาแฟ  พอได้เวลาก็ไปนั่งชงกาแฟกินและสนทนากันเองอย่างสนุกสนาน  เป็นการผ่อนคลายไม่ให้เกิดความเครียด  พักเที่ยงก็มีห้องอาหารให้สามารถนั่งทานด้วยกัน สร้างความเป็นมิตรความสามัคคี  อย่างนี้พนักงานจะไม่อึดอัด และทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงาน  ให้ความเคารพและความร่วมมือกันและกันอย่างดี  บางองค์กรมีห้องรับรองลูกค้าที่เข้ามาติดต่อ  ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยงข้องไปพบในห้องรับรองนั้น  ลูกค้าก็จะรู้สึกสบายใจ  บรรยากาศเรียบง่ายทำให้ลูกค้าไม่จู้จี่จุกจิก ยึดหลักการให้เกียรติและเชื่อถือกันและกันเป็นหลัก
  2. ยึดหลักศาสนาหรือหลักธรรมะมาปฏิบัติก็ได้ ในทางพุทธศาสนาก็มีวิธีปฏิบัติความเรียบง่ายหลายอย่าง เช่น “ อริยสัจจ์” เป็นแนวทางการดับทุกข์ การทำงานให้สำเร็จด้วย” พละ 5 “เป็นวิธีการที่ยึดปฏิบัติกันยาวนาน ไม่ต้องหาสูตรใหม่ ๆ ในการปฏิบัติ  หลักศาสนาหรือคำสั่งสอนในศาสนายุคปัจจุบัน  คนรุ่นใหม่หรือวัยรุ่นจะมองว่า  เก่าแล้วหรือเฉยไปแล้ว  เป็นเรื่องโบราณ  และแทบจะหาความสนใจจากคนหนุ่มคนสาวได้ยาก  แต่ในความจริง  หลักศาสนาเป็นอมตะ  ใช้ได้ตลอดการ  และเรียนเท่าไรก็ไม่มีหมด  อาทิเช่น  คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแบ่งออกได้ถึงแปดพันสี่ร้อยพระธรรมขันธ์   แต่ก็มีผู้ย่อให้เข้าใจและปฏิบัติง่าย ๆ เป็นสามประการ คือ  หนึ่ง ไม่ทำความชั่ว  สอง ทำความดี และ สาม ทำจิตใจให้สงบ   นึกไปแล้วสามประการนี้ก็เข้ากับเรื่องการเป็นอยู่แบบเรียบง่าย  คนเรียบง่ายไม่ต้องคิดอะไรมาก  ทำความดี  ไม่ดีชั่ว และทำจิตใจให้สงบ  เมื่อจิตใจสงบ ก็ไม่อิจฉาใคร  ยินดีกับเพื่อนถ้าเพื่อนประสบความสุขความสำเร็จ  ทุกข์เมื่อเขาทุกข์ หรือพลาดหวัง  ใจสงบตรงข้ามกับใจว้าวุ่น   คนใจว้าวุ่นเท่ากับคนที่ยังมีกิเลส  มีตัณหา  รัก โลภ โกรธ หลง   ดังนั้นเอาหลักศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิตหรือการทำงาน  ใช้ได้ทั้งที่บ้านที่ทำงานและที่สังคม
  3. สร้างกระบี่และใจเป็นหนึ่งเดียว อย่าให้กระบี่ไปทางแต่ใจไปอีกทางไม่สัมพันธ์กัน อาทิเช่น  ความคิดไปอย่างหนึ่งแต่เวลาปฏิบัติทำอีกอย่าง  โดยไม่มีเหตุผล  ปากกับใจยังไม่สามัคคีกัน  ฯลฯ  ถ้าเป็นอย่างนี้ความเรียบง่ายก็ไม่เกิด  ถ้าในตัวเรายังไม่สามัคคี  จะไปหาความสามัคคีใด ๆ กับหมู่คณะ  บรรยากาศแห่งความเรียบง่าย  อาศัยทีมเวิร์คเป็นสำคัญ  ทุกคนต้องเข้าใจ และเห็นด้วยกับบรรยากาศเช่นนี้  และปฏิบัติด้วยกัน  แต่ที่ต้องพึงระวังว่า  ความเรียบง่ายถ้าเลยเถิดไปจะกลายเป็นเรื่องลามปาม  การให้เกียรติการให้ความนับถือ    ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญเสมอ  หรือที่ว่า  ต้องรู้ กาละเทศะ
  4. แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เข้าหลักที่ว่า ลำบากก่อนสบายทีหลัง  การจอดรถ  หากเราขับรถถอยหลังเข้าที่จอด  ตอนออกก็จะสบาย  การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้นจะลำบากในการนิยามปัญหา  และการวิเคราะห์การสืบหาเหตุปัจจัยหาต้นเหตุ  เมื่อแก้ไขได้ความสูญเสียก็จะน้อยลงหรือหมดไป  ต่อไปการทำงานก็จะง่ายขึ้น

    ในระบบบริหารISO/เสมอ  ก็เน้นให้ทำงานแบบการป้องกันเหตุแห่งความเสื่อมเสีย( Prevention และพัฒนาปรับปรุงต่อไปอย่างต่อเนื่อง ขึ้นสู่สุดยอด( Continual Improvement )  หากเราปฏิบัติแบบรู้เท่าทันก็จะทำให้ง่ายขึ้นในที่สุด

  1. รู้เขารู้เรา หรือคำเปรียบเทียบว่า “ รู้ทางบอล “ ในการทำงานต้องรู้ใจนาย  และรู้ใจลูกน้อง  รู้ใจซึ่งกันและกัน  และที่สำคัญต้องรู้ใจตนเอง  ในการทำธุรกิจการตลาดก็ต้องรู้ใจลูกค้า  ในการสงครามก็ต้องรู้กำลังข้าศึก รู้กำลังตนเอง  รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง  การไม่รู้ใจคนอื่น  ทำอะไรก็ดูยากไปหมด  เขาชอบสะอาด  แต่เราไปทำแบบสกปรก  เราก็ต้องกลับมาทำใหม่  แต่ถ้ารู้ใจทำครั้งเดียวก็สำเร็จ  คล้าย ๆ กับรู้ข้อสอบล่วงหน้า  ดังนั้นรู้เขารู้เรา  เป็นกุญแจทำให้งานง่ายขึ้น

ในปัจจุบัน  ไม่ว่าธุรกิจใด ๆ  การทำการตลาดใด ๆ  ก็มุ่งใช้หลักการเรียบง่าย  ไม่ยาก  ไม่มากขั้นตอน  เป็นกันเอง  และรวดเร็วเป็นหลัก
และการบริหารองค์กร  ลูกค้า  ผู้บริหาร  ผู้ปฏิบัติงาน และทุก ๆ คนในองค์กรต้องการ  อาจเรียกว่าทั้งหมดทั้งคนทั้งระบบเรียบง่าย( Total Easy & Enjoy )  เป็นภูมิปัญญาทำให้งานง่ายขึ้นในทิศทางที่ดี “แนวคิดในทฤษฏีนี้นับว่ายิ่งวันก็จะขยายไปเรื่อย ๆ  ในระดับโลกที่เป็นสนามแห่งการค้า  องค์กรของเราคงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้อีกแล้ว.
 

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here