Chanokphol Chaisuparakul 

A DIAMOND IS A CHUNK OF COAL THAT DID WELL UNDER PRESSURE.

      ความแกร่งของเพชร คือ แบบอย่างที่ดีของนักธุรกิจ นักบริหาร ความเข้มแข็งต่ออุปสรรค สร้างความสดใสให้กับเพชร สู่นักบริหารธุรกิจที่แท้จริง  เพชร กับ ถ่าน มีต้นกำเนิดเดียวกัน แต่ เพชร สามารถทนต่อแรงกดดันและความร้อนสูงมาก จึงกลายเป็นเพชรที่มีค่า มีคำกล่าวไว้ว่า ท้อเป็น “ ถ่าน ” ผ่านเป็น “ เพชร ” มาฟังข้อคิดดีดีจาก คุณชนกพล  ไชยศุภรากุล ผู้นำเข้าจิวเวลรี่ ROOS 1835 แบรนด์เก่าแก่จากเบลเยี่ยม

 

เริ่มนำเข้าธุรกิจ ROOS 1835

“ เมื่อย้อนกลับไป 2 ปีที่ผ่านมา ในปี 2014 เราได้เริ่มตกลงพูดคุยทางธุรกิจกับแบรนด์ ROOS 1835 นี้ได้ด้วยความบังเอิญ โดยที่ทางเจ้าของแบรนด์เป็นเพื่อนสนิทกับทางครอบครัวผมอยู่แล้ว ตอนนั้นเขาทราบว่าทางครอบครัวผมทำธุรกิจเกี่ยวกับ สินค้าหรูหรา ถ้าหากว่าเราสนใจนำจิวเวลรี่ที่เป็นระดับ Hi-End เข้ามาในไทย ซึ่งตอนนั้นเราเห็นตรงกันว่านับเป็นโอกาสที่ดี และมีการเจรจากันเป็นระยะเวลา 2 ปีด้วยกัน  กว่าที่เราจะตกลงนำแบรนด์ ROOS 1835 นี้เข้ามาให้ลูกค้าในประเทศไทยได้รู้จักและได้สวมใส่ ต้องบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจทั้งของบริษัทไทย และของทางบริษัทของชาวเบลเยี่ยมด้วย ในการแนะนำสินค้าจิวเวลรี่เบลเยี่ยมแบรนด์แรกเข้ามาในเมืองไทยให้กับทางลูกค้าและนำสู่สายตาทางสื่อด้วย ซึ่งต้องเรียนให้ทราบว่าเรามีความยินดีที่จะแนะนำจิวเวลรี่ ROOS 1835  ว่าเป็นจิวเวลรี่เก่าแก่ยาวนานนับ 181 ปี ในเรื่องดีไซน์ จะเป็นในดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ”

 WOR_5585

แบรนด์ ROOS 1835 เกิดจาก “ ความรัก ”

เมื่อปี 1835 เริ่มจากตระกูล Rozendaal เริ่มต้นผลิตจิวเวลรี่แบรนด์ ROOS 1835 ขึ้นมาโดยเริ่มที่ประเทศ ฮอลแลนด์ ในช่วงแรกทางแบรนด์ มีความเชี่ยวชาญมากเกี่ยวกับการทำทอง ต่อมาได้ย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศเบลเยี่ยม และหลังจากนั้นก็มีฐานการผลิตที่เบลเยียมตลอดมา ซึ่ง ROOS  แปลว่า Valley of rose หุบเขาแห่งดอกกุหลาบ และเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ ROOS ในที่สุด

จิวเวลรี่ที่ใช้ปัจจุบันนี้เราจะมีแบบโรสคัท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์  เป็นแบบสไตล์ร่วมสมัย Contemporary ที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวันและมีความหรูหรา ในตัวเรือน Rose Gold ที่มีความอบอุ่น มีความนวลตา ซึ่งจะไม่มีที่ไหนมาก่อน ”

 

คอลเลคชั่น ROOS 1835 ในปัจจุบัน

“ ขณะนี้สินค้าแบรนด์ ROOS 1835 มี 4 คอลเลคชั่นใหญ่ ๆ ด้วยกัน กล่าวคือ

1.Taille ROOS ( แทล์-ลี่-โรส) คอลเลคชั่นนี้ เกิดจากการผสมผสานระหว่างเพชร โรสคัท ร่วมสมัย แบบศตวรรษที่ 19 กับเพชรสมัยใหม่ บริลเลียนท์คัท คุณภาพคัดพิเศษจากประเทศเบลเยี่ยม เกิดขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา โดดเด่น ใหม่ แปลกตาไม่เหมือนใคร ตัวเรือนและสร้อย ในคอลเลคชั่นนี้ทำด้วย 18K Rose Gold ให้ความรู้สึกโรแมนติค อบอุ่น จึงทำให้ Taille ROOS เป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราอย่างไม่มีที่สิ้นสุด “ Timeless Luxury ” ความรู้สึกแปลกใหม่แปลกตา และดูเป็นเพชรร่วมสมัยใช้ได้ทุกโอกาส

  1. Typical ROOS คอลเลคชั่นในคอนเซ็ปของความทันสมัย และ Jewelry หรูหราที่สามารถใส่ได้ทุก ๆ วัน เน้นเพชรสมัยใหม่ บริลเลี่ยนคัท สีขาว และเพชร บริลเลี่ยนคัท สีแชมเปญคัดพิเศษ กับทองคำ Two toned 18K Rose Gold และ 18K White Gold ดูทันสมัย และหรูหราอย่างไร้ที่ติ ซึ่งจะเป็นในเพชรแบบโมเดิร์น คัท ส่วนใหญ่ตัวเรือนเป็น Rose Gold เป็น White Gold เป็น Platinum หรือเป็น Yellow Gold ก็ได้ เพชรที่เราใช้จะเป็นเพชร 3 แบบด้วยกัน เป็นเพชรสีขาว เป็นเพชรสีแเชมเปญ  ซึ่งให้ความรู้สึกลึกลับอีกแบบหนึ่ง
  2. Timeless ROOS เป็นคอลเลคชั่น Wedding ทั้งหมด เป็นสื่อกลางของความรัก ในคอลเลคชั่น Timeless เหมาะสำหรับคู่บ่าวสาว ประกอบด้วย White Gold ใส เงางาม และ Solitair น้ำงามจากประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเราจะเน้นเรื่องดีไซน์โรแมนติก สำหรับคู่หนุ่มสาวที่กำลังจะมีงานหมั้นหรืองานแต่งงาน ก็สามารถจะดูคอลเลคชั่นนี้ได้เป็นพิเศษ
  3. Moondrops เป็นคอลเลคชั่นที่พิเศษเช่นเดียวกัน สื่อถึงความน่ารัก และหรูหราเหมาะสำหรับสาวเอเชียโดยเฉพาะ เซ็ทติ้งบน Rose Gold หรือ White Gold ประดับความหรูหราด้วยเพชรน้ำงามสีขาว Brilliant Cuts และเพชรสี Champagne Brilliant Cuts รวมถึง Saffires Brilliant Cuts สีน้ำเงิน Setting บนตัวเรีอนทองคำ Rose Gold และ White Gold ให้ความรู้สึกทันสมัย และโรแมนติค จะใส่วงเดียว หรือใส่ Stack rings ก็สวย หรูหรา เหมาะการใส่ทุกวันอย่างแท้จริง ตัวเรือนมีความบางและดูไม่มากเกินไป จะเป็นเพชรสีขาว สีแชมเปญ สีดำ สีน้ำเงิน ซึ่งทำให้ตัวจิวเวลรี่ มีความทันสมัย และมีความสดชื่นมากขึ้น ”

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

“ กลุ่มลุกค้าของ ROOS นั้น ต้องบอกก่อนว่าจะต้องเป็นผู้ที่ชื่นชอบในทางจิวเวลร์รี่อยู่แล้ว ในกลุ่มที่เป็นคนที่มีรสนิยมดี เป็นกลุ่มคนวัยทำงาน มีรายได้อยู่ในกลุ่มระดับ B ขึ้นไป ซึ่งเรามั่นใจว่า สินค้าตัวนี้จะทำให้เรามั่นใจว่าตอบสนองในกลุ่มลุกค้าอย่างนั้นได้อย่างดีแบบไม่มีที่ติ ”

 WOR_5589 (Medium)

ROOS เป็นจิวเวลรี่ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น

ในเรื่องของ Branding นี้ผมก็ต้องบอกว่า แต่ละแบรนด์ในตลาดเรามีความแตกต่างกันไป สินค้าจิวเวลรี่ แตกต่างและไม่ได้เป็นสินค้าทั่วไป แต่จะมองได้ทางหนึ่งก็คือ สินค้าที่มีศิลปะขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน ขึ้นอยู่รสนิยมดีไซด์เนอร์ แต่ละคนเหมือนกัน ซึ่งผมจะบอกว่า ROOS  ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นแล้ว ที่อยู่ในตลาดไทยนี้ผมต้องขอบอกว่า ROOS  เป็นแบรนด์จิวเวลรี่ที่มีดีไซน์ที่โดดเด่นมากที่สุดในขณะนี้ในเรื่องคุณภาพกับราคาที่ทางลูกค้าจ่าย ผมก็ต้องเรียนว่าแบรนด์ ROOS เป็นแบรนด์ที่คุ้มค่าคุ้มราคา และเป็นแบรนด์ยุโรปที่มีความเก่าแก่กว่า 181 ปี

สำหรับ ROOS แล้วแบรนด์ดิ้งของเราเป็น Luxury Brand เป็นแบรนด์ที่มาจากประเทศเบลเยียม ถ้าถามถึงเรื่องความแตกต่างกับแบรนด์อื่น ๆ แล้ว ต้องบอกว่า ในเรื่องของดีไซน์ ถ้าต้องย้อนกลับไป 181 ปี ROOS ดีไซน์ครั้งแรกเกิดขึ้นมาเพราะว่าต้องการให้กับแฟนที่เขารัก ต่อมาหลังจากนั้นในการผลิต จิวเวลรี่ของเขา เขายังมีปรัชญาอย่างแรกคือไม่ได้เป็นแฟชั่นแบรนด์ ที่มีเงินมาบุ๊ป แล้วก็หายไป แต่เป็นแบรนด์ที่ Timeless สามารถใส่ตั้งแต่ตอนนี้ หรือว่าอีก 30 ปีข้างหน้าก็ยังสวยงามไม่เปลี่ยนไป แล้วอย่างที่ 2 ก็คือ ในการออกแบบจิวเวลรี่ เพื่อให้คนที่รักใส่ แน่นอนครับ เรื่องการทำสินค้าบางอย่างให้คนที่รักใส่นี้ ต้องมีเรื่องของทั้งดีไซน์คุณภาพอย่างที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ROOS ในวันนี้ มีความแข็งแกร่งในจุดยืนของตัวเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ หรือเรื่องของประวัติศาสตร์ที่มีกันกว่า 180 ปี แล้วรวมถึงเรื่องของจิวเวลรี่ ที่สำคัญมาก ๆ เลยก็คือเป็นจิวเวลรี่ที่ เกิดจากความรักล้วน ๆ ครับ ”

สภาวการณ์การแข่งขันในตลาดปัจจุบัน

“ ในการแข่งขันจิวเวลรี่ ผมก็จะเน้นใน 2 เรื่อง คือ ในการแข่งขัน ระหว่าง Local Jewelry และ International Jewelry   ซึ่งถ้าถามผมว่า ในเรื่องการแข่งขัน ในระดับ Local ค่อนข้างจะมีการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด มีการแข่งขันในเรื่องของราคาพอสมควร เนื่องจากเป็นสินค้าที่เป็นออกไปแนว คอมมูนิตี้ มีขายกันทุกร้าน

แต่สำหรับ International Jewelry  ในเรื่องการแข่งขันราคาไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญ แต่เป็นเรื่องของดีไซน์ ที่เข้ามาในแต่ละแบรนด์ และแบรนด์ไหนออกแบบมาได้ตรงใจ ในคุณภาพได้ยอดเยี่ยมและตรงใจลูกค้า แบรนด์นั้นจะเป็นแบรนด์ที่ชนะ ฉะนั้นทุกวันนี้ การแข่งขันมีความเข้มข้น ซึ่งการแข่งขัน ช่วยทำให้ธุรกิจ จิวเวลรี่ของหลาย ๆ แบรนด์ได้เติบโตขึ้นด้วย รวมถึงแบรนด์ไทยซึ่งปีนี้ ก็เติบโตขึ้นมาก รวมถึงแบรนด์ต่างประเทศ อย่างเช่น แบรนด์หลาย ๆ แบรนด์ รวมถึงแบรนด์ ROOS ด้วยเช่นกัน ผมมองว่าตรงนี้ในการแข่งขันแล้ว เรื่องราคาคือจุดหนึ่ง ที่สำคัญกว่านั้น คือ เรื่องดีไซน์ที่ตรงใจกับลูกค้าในกลุ่ม Luxury มากกว่านะครับ “

 WOR_5565 (Medium)

ราคาของ ROOS 1835

“ สำหรับ ROOS  เรามั่นใจในสินค้าของเรา และรวมถึงเรื่องดีไซน์  เป็นหนึ่งแบรนด์ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากที่สุดในประเทศเบลเยี่ยม ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 40,000 บาท – 1ล้านนิด ๆ  เริ่มต้นจะเป็นชิ้นที่เหมาะสำหรับใส่ทุกวัน ราคาไม่แพง จนไปถึงชิ้นที่สามารถใส่ออกงานสำคัญ ๆ ได้ และบ่งบอกถึง Status ของผู้ใส่ได้เป็นอย่างดี ”

 

กลยุทธ์ในการทำการตลาด

ในฐานะที่บริษัทเราได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนของเอเชีย  กลยุทธ์ของเราก็จะแบ่งเป็น 2 อย่าง กล่าวคือ อย่างแรกคือ เป็นการเปิดในกลุ่ม Dealer ในการเปิดสาขาของผู้ที่สนใจและมี Passion  ในสินค้าจิวเวลรี่ ก็สามารถเข้ามาร่วมกับ ROOS เพื่อสร้างแบรนด์จิวเวลรี่ ROOS ให้เป็นที่ภาคภูมิใจได้เช่นเดียวกัน

สำหรับ ROOS แล้ว นโยบายในการทำการตลาดนี้คือ เราจะมีตั้งแต่เรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์กับทางสื่อสิ่งพิมพ์ มีการใช้นางแบบเป็นพรีเซ็นเตอร์ และรวมถึงการทำเป็นอีเว้นท์กับ พาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทางธนาคาร เป็น Wedding Studio  หรือจะเป็นทางโรงแรม

การเข้าชมและเป็นเจ้าของจิวเวลรี่ ROOS

“ ตอนนี้ถ้ามีผู้สนใจสามารถเข้ามาชมสินค้าได้ที่ ROOS Showroom  ซึ่งตั้งอยู่ที่ตึกอาคารอิตัลไทย ชั้น11 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 10:00-18:00 น. และเร็ว ๆ นี้ก็จะได้พบกับโชว์รูมที่ใหม่ของเรา ใกล้ใจกลางสุขุมวิท ซึ่งจะเรียกเป็นแนว Flagship Store “

 WOR_5594 (Medium)

ROOS เปิดรับแฟรนไชส์

    “ สำหรับ ROOS แล้วเราเป็นแบรนด์ที่เปิดกว้าง และก็อยากจะให้ผู้ที่ชื่นชอบจิวเวลรี่ มีความสนใจทางเรายินดีที่จะเป็นร่วมธุรกิจโดยการขยายแบรนด์ ซึ่งแน่นอนครับผม โลเคชั่นหลัก ๆ ที่ผู้ที่สนใจนั้น สามารถเข้ามาติดต่อได้ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ หรือว่าเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ตาม สามารถที่จะมาร่วมเป็นหนึ่งในครอบครัวของเราในการทำแบรนด์ ROOSแบรนด์นี้ครับ ”

คาดการณ์ผลดำเนินการ

     เราเพิ่งเปิดตัวมาประมาณ 45 วัน เราคาดว่าปีนี้ ผลประกอบการเราน่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 หลักสำหรับในช่วงประมาณเกือบ ๆ หนึ่งปีแรก ซึ่งแน่นอนครับเมื่อปีที่สอง เราจะมีการรุกในส่วนของดีลเลอร์ที่เป็นผู้ที่สนใจทั่วประเทศ รวมถึงจะเป็นกลุ่มประเทศ แถบอาเซียน และเอเชียด้วย ซึ่งในปีหน้านั้น เราจะคาดว่ายอดขายน่าจะขึ้นแตะระดับประมาณ 500 ล้านบาท ”

 WOR_5573 (Medium)

แผนงานการขยายธุรกิจ

   “ ในการขยายธุรกิจในอนาคต เราจะมีหลักคือ หนึ่ง พันธมิตรของเราที่เป็นดีลเลอร์ของ ROOS ในประเทศไทยและประเทศแถบทางเอเชียด้วย อย่างที่สอง เราก็จะมีการทำในส่วนของพันธมิตรกับทาง เวดดิ้งสตูดิโอชั้นนำในกรุงเทพ ฯ  ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ที่สำคัญมากที่สุดก็คือในการเข้าชมสินค้า ผมแนะนำอยากจะให้ชมสินค้า ROOS ที่โชว์รูมของเรามากที่สุด เนื่องจากจะได้สัมผัสสินค้าตัวจริงครับ “

 

ข้อคิดที่ได้จาก “ เพชร ”

      “ ถ่านกับเพชร สร้างด้วยต้นทุนเดียวกันคือ คาร์บอน คาร์บอนที่ไม่ได้ผ่านแรงอัด แรงกดดันอะไร อยู่ตามธรรมชาติ ก็จะกลายเป็นถ่าน ในขณะที่คาร์บอนที่ผ่านแรงอัดอย่างหนัก เป็นเวลานาน ๆ

คาร์บอนที่สามารถผ่านออกมาได้โดยไม่แตกไปเสียก่อน จึงจะกลายเป็นเพชร เราจึงได้ยินว่า เพชรแท้ที่จริงมันแข็งมาก…เหตุที่มีค่า เพราะความยากนี้เอง ชีวิตคนเรา ก็คล้ายกับเรื่องถ่านกับเพชร “

 

หลักในการทำงาน

     “ ในการทำงานของผม เริ่มจากการที่เรามี Passion แล้วก็มีความต้องการในบางอย่างอย่างแรงกล้า แล้วเมื่อนั้นทำให้เรามีไฟ เมื่อมีไฟแล้วเราก็ต้องมีความมุ่งมั่น บวกกับเป้าหมายแผนการที่เราจะต้องทำในส่วนในการดำเนินการธุรกิจของเรา นอกจากมีความมุ่งมั่นแล้ว เรายังต้องการความเชื่อมั่นกับทางลูกค้า นั่นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดที่เราจะมุ่งมั่นในการบริการของ Customer Service  พัฒนาสินค้าให้ตรงใจกับลูกค้าของทาง ROOS มากที่สุดครับ ”

 WOR_5590 (Medium)

ให้ความสำคัญกับบุคลากร

    “ ในบริษัทของเรานั้น เราจะเป็นบริษัทที่เปิดกว้าง พนักงานสามารถที่แสดงความคิดเห็นว่า เขารู้สึกอย่างไร หรือสิ่งที่เขาคิดอยู่ได้ตลอดเวลา เพราะผมเชื่อในเรื่องของ Innovative เป็นการเปิดใจสำหรับทีมงาน ที่สามารถมีการคุยกันได้มากขึ้น ไม่ใช่เป็นเฉพาะเรื่องงานแต่เพียงอย่างเดียว แต่ทุกคนที่อยู่กับทางเรา ณ ทุกวันนี้คือ กลุ่มคนที่มีความสำคัญมาก ๆ ที่ต้องการให้มี Mindset ตรงกันที่จะผลักดันบริษัทให้ไปไกลกว่าเดิม ซึ่งตรงนั้นจะขาดไม่ได้ถ้าผู้นำไม่มีความเห็นใจกับทางลูกน้องหรือกับพนักงาน ถ้าผู้นำไม่มีความเห็นอกเห็นใจกันหรือว่าไม่มีความเข้าใจเขา เราจะไม่เป็น Leader ที่ดี Leader ที่ดีต้องมีการผลักดันในเรื่องของการทำเป็นตัวอย่าง บางอย่างเขาทำผิดหรือว่าเขาทำถูกเราก็ต้องให้เครดิตเขา เพราะอย่างน้อยเขาก็มีความพยายามในการที่จะสร้างผลงานบางอย่างเพื่อองค์กรเราเช่นเดียวกัน

 นอกจากชื่นชมผลงานเหล่าพนักงานแล้ว เราก็ยังต้องมีความเห็นอกเห็นใจ มีความเมตตา ในเรื่องของกิจวัตรบางอย่างที่เขาไม่สามารถที่จะทำได้ ณ วันนั้นจริง ๆ เราก็ต้องบอกว่าไม่เป็นไรไม่มีปัญหานะครับ เพราะว่าในเรื่องของความเห็นอกเห็นใจในตรงนั้นก็คือ ทุกคนมีภาระหมด ทุกคนมีครอบครัว มีสิ่งที่ตัวเองต้องดูแล เพราะฉะนั้นในวันหนึ่งที่เราช่วยเขา ผมมั่นใจได้ว่าถ้าเรามีพนักงานที่ดีหรือว่าเป็นเอทีมแล้ว วันนั้นเขาจะนึกถึงสิ่งที่เราทำให้กับเขามากที่สุด ”

 Roos-239

บุคคลต้นแบบในชีวิต

     “ สำหรับบุคคลที่เป็นตัวอย่างในชีวิตของผม ก็ต้องเป็นใครไม่ได้นอกจากคุณพ่อของผม ซึ่งท่านมีความอดทน มีความมุมานะรวมถึงมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจหลาย ๆ อย่างครับ เนื่องจากทางครอบครัวเราไม่ได้ร่ำรวยตั้งแต่แรก บรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองจีน แต่ละท่านก็ได้สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างฐานะตัวเองในแบบที่แตกต่างกัน แต่ที่ผมมองเห็นเป็นแบบอย่างมากที่สุด ก็คือเรื่องของความขยันความมุ่งมั่นของคุณพ่อครับ ”

 

 

ฝากข้อคิดสำหรับนักบริหารนักธุรกิจ 

“ ถ้าท่านกำลังได้รับความกดดัน จงอดทน จงอดทน จงอดทน ถ้าสถานการณ์กำลังบีบคั้น แสดงว่าชัยชนะกำลังรออยู่ข้างหน้า ถ้ายังถูกโหมกระหน่ำอีกให้รู้ตัวว่า ท่านกำลังใกล้จะเป็นเพชรแท้แล้ว มีคำกล่าวว่า ท้อเป็นถ่าน ผ่านเป็น “ เพชร ” ถ้าท้อเป็นเพียงถ่าน …ถ้าผ่านจึงเป็นเพชร ผมคิดว่าในโลกธุรกิจนั้น ถ้าใครสามารถที่จะอดทนต่อแรงกดดันต่อความล้มเหลวได้มากที่สุด ในวันหนึ่งข้างหน้า บุคคลนั้นจะได้เป็นผู้ชนะ คุณชนกพล ไชยศุภรากุล CEO Market  Access Co.,Ltd กล่าวให้ข้อคิดที่น่าสนใจทิ้งท้าย.

ไปชมการลัมภาษณ์โดยตรงเลยค่ะ

 

หรืออ่านในรูปแบบออนไลน์

 

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here