ไบรอัน สมิธ - กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อลิอันซ์ อยุธยา

อลิอันซ์ อยุธยา โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่งในไตรมาสแรก ปี 2559 โกยเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโตสวนกระแสขึ้นถึง 32% ส่วนเบี้ยประกันภัยรับรวมจากทุกช่องทางเติบโต 11 % พร้อมตั้งเป้าขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เร่งทุกช่องทางการขายเพิ่มยอดแบบประกันคุ้มครอง รองรับสภาพตลาดที่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยต่ำ มั่นใจพิชิตเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 3.1 หมื่นล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้

นายไบรอัน สมิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า “ไตรมาสแรกของปี 2559 อลิอันซ์ อยุธยา สามารถโชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง นับเป็นผลงานที่ดี โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมทุกช่องทาง 7,387ล้านบาท เติบโตขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยช่องทางตัวแทนยังคงเป็นช่องทางสำคัญที่สุด มียอดเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 3,032ล้านบาท ช่องทางแบงก์แอสชัวรันซ์ เติบโตต่อเนื่อง สร้างยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมถึง 2,275ล้านบาท ส่วนช่องทางการตลาดขายตรง ยังคงครองอันดับหนึ่งในตลาดด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 1,210 ล้านบาท ในขณะที่ช่องทางประกันกลุ่ม สร้างเบี้ยประกันภัยรับรวมได้ถึง 870 ล้านบาท

image003

ส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจากทุกช่องทาง อยู่ที่ 1,618 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดขึ้นถึง 32% จากปีก่อน ช่องทางตัวแทนสร้างเบี้ยประกันภัยรับปีแรก ได้ 430 ล้านบาท ช่องทางแบงก์แอสชัวรันซ์เติบโตก้าวกระโดด ทำยอดเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแตะ 547 ล้านบาท ขณะที่ช่องทางการตลาดขายตรงยังครองแชมป์ยอดเบี้ยสูงสุดในตลาดจากช่องทางนี้ติดต่อกันต่อเนื่อง ด้วยเบี้ยประกันภัยรับปีแรกอยู่ที่ 306 ล้านบาท ในขณะที่ช่องทางประกันกลุ่ม ไตรมาสนี้สร้างผลงานโดดเด่น สร้างเบี้ยได้ถึง 334 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสำคัญจากการ Transformation ด้วยการนำเอาระบบดิจิตอลเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน เช่น My Insurance ซึ่งเป็น Online Customer Portal สำหรับลูกค้าในการเช็คข้อมูลเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่ต้องการบริการที่สะดวก รวดเร็ว จึงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ผลักดันเบี้ยประกันภัยรับปีแรกให้เติบโตเช่นนี้

ด้านกลุ่มอลิอันซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นหลักของ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ได้รายงานผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2559 ด้วยผลประกอบการที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับภาวะตลาดที่ท้าทาย กำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 20.5% มาอยู่ที่ 2.2 พันล้านยูโร (8.9 หมื่นล้านบาท) ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้กำไรที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงาน ในส่วนของธุรกิจประกันวินาศภัย มีผลกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีผลมาจากการลดลงของค่าสินไหมทดแทนจากภัยธรรมชาติ ธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพกลับมีรายได้รวมที่ลดลงเป็นผลมาจากการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ ขณะที่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ มีผลประกอบการที่ลดลงเช่นกัน โดยเงินไหลออกสุทธิของบุคคลที่สามยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

รายได้รับรวมในไตรมาสแรกลดลง 6.4% มาอยู่ที่ 35.4 พันล้านยูโร (1.4 ล้านล้านบาท) ลดลงจาก 37.8 พันล้านยูโร (1.5 ล้านล้านบาท) โดยหลักๆ แล้วมาจากการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายไปที่ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดต้นทุน ผนวกกับยอดเบี้ยประกันภัยที่ลดลงจากภาคธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุนในอิตาลีและไต้หวัน

ผลกำไรจากการดำเนินงาน ลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 2.8 พันล้านยูโร (1.1 แสนล้านบาท) ในธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ผลกำไรจากการดำเนินงานถือว่ายังเป็นไปตามแผนงาน แม้จะต้องประสบภาวะขาดทุนเป็นบางส่วนในเกาหลีและมีผลกำไรที่ลดลงในเยอรมนีเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2558 ที่ทำผลประกอบการไว้ดีมาก ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์พบว่ามูลค่าสินทรัพย์บุคคลที่สามที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานที่มีค่าเฉลี่ยที่ลดลง ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผลกำไรจากการดำเนินงานลดลง แต่ผลขาดทุนในส่วนนี้ได้รับการชดเชยโดยผลกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้นในส่วนของธุรกิจประกันวินาศภัย

ไตรมาสแรกถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมของปี เรากำลังไปได้สวยในการมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายในแง่ของผลกำไรจากการดำเนินงาน ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 10.5 พันล้านยูโร (4.2 แสนล้านบาท) บวกลบ 500 ล้านยูโร (2 หมื่นล้านบาท) สำหรับผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี นายดีเทอร์ เว็มเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน กลุ่มอลิอันซ์ กล่าว

อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 1 ยูโร =  40.2579 บาท

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here