IMG_0380ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  (คปภ.)   เปิดเผยว่า การเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัยในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการระงับข้อพิพาทด้านประกันภัยโดยนำวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาใช้ในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องเรียนกับบริษัทประกันภัย โดยมีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัย ซึ่งนับได้ว่าเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านการประกันภัยให้ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยและเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการด้านสินไหมทดแทนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนที่จะสามารถระงับข้อพิพาทด้านการประกันภัย โดยผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการจากภายนอกที่มีประสบการณ์และมีความเป็นกลางมาช่วยดำเนินการไกล่เกลี่ยตามกติกาที่เป็นระบบสากลและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยประชาชนผู้ใช้บริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ซึ่งก่อนที่จะมีการเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ได้มีการออกระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่า ด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย พ.ศ. 2559  โดยมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการระงับข้อพิพาทด้านประกันภัยไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการไกล่เกลี่ย  วิธีการไกล่เกลี่ย การสิ้นสุดแห่งกระบวนการไกล่เกลี่ย  ฯลฯ ไว้อย่างเป็นระบบและครบวงจร ทำให้ประชาชนที่มาร้องเรียนเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านประกันภัยสามารถมีทางเลือกในการระงับข้อพิพาท และระเบียบนี้ยังได้วางแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. ด้วยว่า เมื่อรับเรื่องร้องเรียนแล้วจะต้องทำการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นและชี้แจงทำความเข้าใจกับคู่กรณี หากในขั้นตอนนี้สามารถตกลงกันได้ก็จะมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็จะมีกระบวนการไกล่เกลี่ยตามระเบียบฯนี้เข้าไปรองรับอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งหากคู่กรณีตัดสินใจใช้กระบวนการไกล่เกลี่ย กลไกของระเบียบฯนี้ก็จะเริ่มทำงาน และหากสามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จข้อพิพาทก็จะยุติด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ คู่กรณีก็สามารถเลือกเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากสำนักงาน คปภ.มีระบบอนุญาโตตุลาการรองรับไว้เป็นทางเลือกให้กับคู่กรณีด้วยเช่นกัน                                                               

IMG_0391เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติม ว่า การขึ้นทะเบียนผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยฯนั้นสำนักงาน คปภ.ได้เปิดรับสมัครเพื่อคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกที่เป็นผู้ชำนาญการ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการไกล่เกลี่ยในช่วงเดือนมีนาคม 2559 โดยมีผู้สมัครและผ่านคุณสมบัติทั้งสิ้น 58 คน และสามารถผ่านการสอบคัดเลือกและสอบสัมภาษณ์จำนวน 40 คน จากนั้น สำนักงาน คปภ.จึงได้จัดอบรมติวเข้มต่อยอดความรู้ด้านการประกันภัยพร้อมขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้ไกล่เกลี่ยฯไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ยสำหรับข้อพิพาทด้านการประกันภัยแต่ละกรณีนั้นจะแต่งตั้งจากผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรายชื่อดังกล่าว โดยคำนึงถึงลักษณะของข้อร้องเรียนและความเหมาะสมของผู้ไกล่เกลี่ย นอกจากนี้ระเบียบฯยังกำหนดเหตุในการคัดค้านผู้ไกล่เกลี่ยกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลาง และระเบียบฯยังกำหนดกรอบจริยธรรมสำหรับผู้ไกล่เกลี่ยไว้อย่างรัดกุมอีกด้วย ดังนั้นคู่กรณีที่เข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยฯจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน

สำหรับรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรายชื่อเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัยทั้ง 40 คน ได้แก่  นายกฤษฏิ์นิธิ อุดมศักดิ์พศิน  นางเกศรินทร์ คณาวิชยานนท์ นางสาวเกษรา รื่นภิรมย์ นายเขมชาติ สถิตตันติเวช นางสาวจรินทร์รัตน์ จีระภัทรวรรธน์ นายจอมพจน์ ภู่รักศักดิ์ศรี นางจุฬาลักษณ์ แก้วศิวะวงศ์ นายเฉลิมพล โชติเมธากุล นายชินวัฒน์ ญาณสุภาพ นายชูศักดิ์ จึงพานิช นางสาวณัฐชรัตน์ ทวีโชติวรรัชต์ นางดวงจันทร์ บุญรอดชู นายธีรพันธ์ ดวงพลอย นายบุญเลิศ นิติวัฒนานนท์ นายบุญโชค รุ่งโชติ  นางปิยวรรณ ญาณสุภาพ นายพิชญา เพิ่มทอง นางสาวพิณลัพธพร นาคสมบูรณ์ นางสาวพูลสุข ปรีชาเดช นายเผด็จ บุญรอด นางสาวลัดดา สัพพัญญูสิริ นางเลื่อมใส ใจแจ้ง นางสาววรวิวรรณ พรหมเจริญ นายราเชนทร์ จารี นายวรนิติ์ เลิศคอนสาร นายวชิรวิทย์ เจียมพิริยะ นายวิพัฒน์ รภาจิตติกุล นายโวหาร ยะสารวรรณ นายสมชัย รักษ์ธรรมกิจ นางสาวสาครรัชต์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นายสุธี สุวรรณโพธิ์ นางสุพานิช พิสุทธิภักดิ์ นางสุภาพร ภคสิริกุล นางสาวสุภารัตน์ ดีศีลรักษ์ นายสมคิด สมตน นายสมบูรณ์ รุ่งฤทธิไกร นายสุรพันธ์ ฉันทแดนสุวรรณ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ วิบูลชัยโยธิน นายอภินันท์ ตั้งศรีอนุกุล และนายพิชัย โชติชัยพร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สายด่วน คปภ. 1186 หรือเว็บไซต์ www.oic.or.th หรือ ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทรศัพท์ 02-515-3998-9 ต่อ 8307 โทรสาร 02-513-1437 http://www.facebook.com/PROIC2012

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here