มาลี โชคล้ำเลิศ ผลักดันงาน BIG+BIH “ไอเดีย & โอกาสธุรกิจ สู่ตลาดโลก”

12784516_10153522695956028_1482258743_n

ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาสินค้าประเภทของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ภายในบ้านได้รับความสนใจมากขึ้น จากผู้เข้าชมงานชาวต่างชาติ เพื่อมองหา นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ด้วยการออกแบบและมีคุณภาพ โดยสามารถวัดได้จากจำนวนรายชื่อ ผู้นำเข้ารายใหม่ๆ และผู้นำเข้ารายเดิมที่ยังคงมาเยี่ยมชมงานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป้าหมายของการจัดงานเพื่อต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าของขวัญ ของที่ระลึก สินค้าเครื่องตกแต่ง เครื่องใช้ภายในบ้านในภูมิภาคเอเชีย ขยายขอบเขตของงานให้กว้างขวางขึ้น มุ่งเน้นให้เป็นงานระดับนานาชาติ กระตุ้นให้ผู้ประกอบการเกิดความกระตือรือร้นในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดโลก เพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก งาน BIG+BIH จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ASEAN LIFE+STYLE” เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสินค้าของขวัญของตกแต่งบ้านและของใช้ในบ้านที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เพื่อมุ่งเน้นให้เป็นงานระดับนานาชาติ และเพื่อเป็นสื่อนำผู้ซื้อจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาพบผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทย

12788255_10153522695961028_911636370_n

ซึ่งผลตอบรับที่ออกมาถือว่าดีมาก สำหรับงาน BIG+BIH ถือเป็นงานแสดงของขวัญ และสินค้า ของใช้ในบ้านใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีสินค้าแสดงนับพันรายการ ประกอบด้วย ของขวัญ ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน และงานหัตถกรรม ดอกไม้และต้นไม้ประดิษฐ์ เครื่องหอม สบู่ เคหะสิ่งทอ ของขวัญ และของตกแต่งทำจากผ้า เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน เครื่องประดับตกแต่งในเทศกาลคริสต์มาส เทียน ของเล่น ของใช้ในครัวเรือน สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ โดยผู้แสดงที่เป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกชั้นนำจากไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะจัดปีละ 2 ครั้ง โดยต้องการผลักดันให้เป็นเวทีของกลุ่มอาเซียน “ตลาดอาเซียนเป็นตลาดใหญ่ กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยถือเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน หากอาเซียนเปิด ไทยจะได้เปรียบเพราะเพื่อนบ้านนิยมใช้สินค้าไลฟ์สไตล์จากไทย เช่น สินค้ากลุ่มสเตนเลสสตีล เมลามีน ซึ่งได้จัดบูทพิเศษสำหรับกลุ่มประเทศ CLMV คือ กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งจะมี Buyer หรือผู้ซื้อจากทั่วโลกมาร่วมงาน” ตลาดหลักทรัพย์ของสินค้าไลฟ์สไตล์ไทย ประเทศคู่แข่ง และจุดแข็งของสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ของไทยนั้นซึ่งตลาดหลักของสินค้าไลฟ์สไตล์ไทย 10 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี จีน สหราชอาณาจักร มาเลเซีย เวียดนาม เกาหลีใต้ และสหรัฐเอมิเรตส์ ส่วนประเทศคู่แข่งสำคัญของไทย ได้แก่ จีนและอินเดีย สินค้ามีราคาถูกกว่าทั้งนี้เกิดจากความได้เปรียบด้านค่าแรงงานและราคาวัตถุดิบการผลิตต่ำกว่าไทย และได้รับความช่วยเหลือด้านเงินทุนและเทคโนโลยีจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจุดแข็งของสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ไทย สินค้าเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ แรงงานไทยที่มีความประณีตและเชี่ยวชาญในงานฝีมือ รัฐบาลให้การสนับสนุนผู้ผลิตสินค้า OTOP ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดให้กับสินค้าของขวัญของตกแต่งบ้าน อีกทั้งผู้ส่งออกมีความสามารถปรับตัวให้แข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ดี งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน ครั้งที่ 40 หรือ BIG+BIH October 2015 เตรียมเปิดรับนักธุรกิจ ผู้สั่งซื้อ และผู้ชมงานจากทั่วไทยและทั่วทุกทวีป โชว์ความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับโลก ระหว่างวันที่ 19-23 ตุลาคม 2558 ณ ไบเทค บางนา พร้อมขนสินค้าของขวัญ ของชำร่วย และงานดีไซน์คอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดฝีมือนักออกแบบไทยและเอเชีย จาก 479 บริษัทมาจัดแสดงรอรับคำสั่งซื้อใน 1,304 คูหา คาดว่ายอดผู้เข้าชมงานทั้งวันเจรจาธุรกิจและจำหน่ายปลีกจะสูงถึง 60,000 ราย สร้างมูลค่าสั่งซื้อสะพัดในงานไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท

12784523_10153522695936028_1392127272_n

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึง “งาน BIG+BIH เดือนตุลาคม เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของกรมฯ และสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย ซึ่งประกอบด้วยด้วย 6 สมาคม ได้แก่ สมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย สมาคมการค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย สมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ สมาคมเครื่องเขียนและเครื่องใช้สำนักงานไทย และสมาคมสินค้าตกแต่งบ้าน รวมไปถึงสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่และมีคุณภาพที่สุดในอาเซียน ตลอดจนเป็นเวทีกลางในการนำผู้ซื้อจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาพบผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทย และกระตุ้นผู้ประกอบการให้เร่งพัฒนาธุรกิจเพื่อรองรับการแข่งขันเสรี จนสามารถขยายตลาดไปทั่วโลก อันจะนำมาสู่การขยายตัวของอุตสาหกรรมและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า”

นางมาลี โชคล้ำเลิศ กล่าวถึงความสำเร็จจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วว่า “ในเดือนตุลาคม 2014 มีนักธุรกิจและผู้นำเข้าจากทั่ว-โลก รวมทั้งประชาชนทั่วไป เข้ามาชมงานทั้งสิ้นเป็นจำนวน 56,552 ราย โดยมีผู้ชมงานในวันเจรจาธุรกิจรวม 8,170 ราย และนักธุรกิจจากประเทศที่เข้าชมงานมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ ญี่ปุน จีน ไต้หวัน อินเดีย และมาเลเซีย ส่วนในวันจำหน่ายปลีกได้มีผู้เข้าชมงานจำนวน 48,382 ราย สำหรับตุลาคมปีนี้ กรมฯ ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้เข้าชมงานจากทั้งในประเทศและต่างประเทศไว้ไม่ต่ำกว่า 60,000 ราย โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานในวันเจรจาธุรกิจ ประมาณ 10,000 ราย จากสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ประเทศในเอเชียและกลุ่มอาเซียน ส่วนในวันจำหน่ายปลีกคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 50,000 ราย” นางมาลีเปิดเผยอีกว่างาน BIG+BIH เดือนตุลาคม 2014 มียอดเงินหมุนเวียนตลอด 5 วัน เป็นจำนวนประมาณ 1,628.96 ล้านบาท โดยในวันเจรจาธุรกิจ มีมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าทันที 305.78 ล้านบาท และยอดสั่งซื้อภายใน 1 ปี ประมาณ 1,255.65 ล้านบาท ในระหว่างวันจำหน่ายปลีก มียอดจำหน่ายสินค้า คิดเป็นมูลค่า 67.53 ล้านบาท

ส่วนในปี 2015 นี้ คาดว่ามูลค่าการสั่งซื้อสินค้าในวันธุรกิจและมูลค่าการจำหน่ายปลีกจะไม่ลดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญมีแนวโน้มดีขึ้น BIG+BIH October 2015 ซึ่งจะจัดขึ้นภายใต้ธีมหลัก “ASEAN LIFE+STYLE” จะมีสินค้าหลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองกระแสความต้องการและรสนิยมที่แตกต่างในตลาดโลก โดยมีบริษัทร่วมแสดงงาน 479 บริษัท รวมกว่า 1,304 คูหา ซึ่งมีบริษัทผู้ผลิตจากต่างประเทศเข้าร่วมงาน ทั้งจากรัสเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร และอื่นๆ นำสินค้าดีไซน์คอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดมารอรับคำสั่งซื้อ ทั้งของขวัญ ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน งานหัตถกรรม ดอกไม้และต้นไม้ประดิษฐ์ เคหะสิ่งทอ ของขวัญ และของตกแต่งบ้านที่ทำจากผ้า สินค้าเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน สินค้าเครื่องประกับตกแต่งในเทศกาลคริสต์มาส เทียนหอม สินค้าของเล่น สินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยง สินค้าของใช้ในครัวเรือน สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องหอม สบู่ และสินค้ากลุ่มสปาและโรงแรม และอีกมากมาย “นอกจากนี้ กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการจัดนิทรรศการแสดงผลงานสินค้าไลฟ์-สไตล์ที่มีความโดดเด่น หรือที่ได้รับรางวัลซึ่งได้จัดมาเป็นประจำทุกปี เช่น Design Excellence Award หรือ DEmark 2015 รวมไปถึง การจัดสรรพื้นที่เป็นโซนพิเศษใหม่ๆ เช่น 60+ สำหรับแสดงสินค้ากลุ่มผู้สูงอายุ DEWA สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ในภาคการเกษตร และ Pet Zone สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานนักออกแบบ พร้อมส่งเสริมการค้าและการตลาด สร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการออกแบบและผลิตสินค้าใหม่ๆ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าว นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมถึงรายละเอียดว่า งาน BIG+BIH ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ จะมีการจัดโซนแสดงสินค้าต่างๆ ใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อในการเลือกซื้อสินค้าติดต่อเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย รวมถึงทำให้ผู้ซื้อได้เข้าถึงและหาผู้ประกอบการได้ง่ายยิ่งขึ้น

12442790_10153522696061028_905424339_n 12788260_10153522696206028_281642236_n 12325110_10153522696191028_993725486_n 12784259_10153522696051028_786259389_n 12769470_10153522696046028_2071436058_n 12784557_10153522696066028_1266181957_n 12781985_10153522696121028_275140409_n 12784734_10153522696056028_654064942_n

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here