ชัยทัต (เคน) กมลวิศิษฎ์

” มีสติ อดทน รอบคอบ “

TU4_4375 2

­          นักธุรกิจทุกท่านที่ประสบความสำเร็จ ล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ แนวคิดที่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ซึ่งหนึ่งในที่นี้คือ “ชัยทัต (เคน) กมลวิศิษฎ์” ได้ให้ข้อแนะนำถึงสูตรความสำเร็จของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้ต้อง “มีสติ อดทน และรอบคอบ” นำมาใช้ในการทำงาน ซึ่งจะส่งผลให้เป็นประตูสู่ความสำเร็จต่อไปในอนาคต
ชัยทัต (เคน) กมลวิศิษฎ์ สำเร็จการศึกษา ระดับมัธยม Millfield ประเทศอังกฤษ ระดับ ปริญญาตรี  University College of Falmouth สาขา Graphic Design โดยมี ภรรยา ฐิตินารถ กมลวิศิษฎ์ มาช่วยงานในตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

           ชัยทัต กมลวิศิษฎ์ ได้ผ่านงานมาหลายอย่างเช่น Digital communication planner ที่ Dentsu Thailand เป็น Head of Designer ที่บริษัท BJ JEANS เป็นธุรกิจครอบครัว และ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง Director ที่บริษัท Milestone Food and BeverageTU4_4466 2

ตลอดระยะเวลาของการทำงาน ชัยทัต มีความเพียรพยายามมุ่งมั่นเรียนรู้งานต่าง ๆ ควบคู่กับความอดทน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค และมาถึงช่วงของการเปลี่ยนแปลงงานหรือการดำเนินธุรกิจที่สำคัญ ซึ่งเขากล่าวว่า “ ตอนที่ผมตัดสินใจจะมีครอบครัว เลยมานั่งคิดว่าแต่ละคนต่อไปก็ต้องมีครอบครัวของตัวเอง และผมมีความสนใจในเรื่องของการทำอาหาร เข้าครัวมาตั้งแต่เด็ก เลยไปปรึกษาคุณพ่อเพื่อขอแยกออกมาทำธุรกิจเอง

เมื่อเริ่มต้นมาทำธุรกิจเอง เรียกได้ว่าได้ทำงานและเรียนรู้งานไปพร้อม ๆ กัน เริ่มตั้งแต่การติดต่อเจรจาเรื่องนำเข้าแฟรนไชส์ ผมเริ่มติดต่อศึกษาแฟรนไชส์ในแต่ละแบรนด์ เดินทางไปดูงานต่างประเทศเวลามีงานแฟรนไชส์รวบรวมร้านค้า ในขณะที่ติดต่อไปหลายที่ ผมปักใจ ST.MARC CAFÉ มากที่สุด… แบรนด์นี้ผมไปเจอมาสมัยไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นโดยเพื่อนรู้ว่าผมเป็นคนชอบกินแป้ง เลยแนะนำแบรนด์นี้ซึ่งผมติดใจตัว Chocolate Croissaint เป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งช่วงปีใหม่ พ.ศ. 2557 ได้ไปญี่ปุ่นอีกครั้งและครั้งนี้มีร้าน ST.MARC CAFÉ อยู่ที่โรงแรมชั้นล่าง ผมก็ทานทุกวันเลยครับ

…ตอนที่จะซื้อแบรนด์นี้เข้ามาก็เลยทำ research ดูว่าคนไทยรู้จักแบรนด์นี้ดีมากน้อยแค่ไหน ปรากฏว่ามีคนไทยรีวิวแบรนด์นี้แล้ว และชื่นชมสินค้ามาก ผมจึงติดต่อเขาอย่างจริงจังและใช้เวลาตรงนี้พิสูจน์ทางฝ่ายญี่ปุ่นนานพอสมควร

เราใช้เวลาเริ่มต้นติดต่อกับทางญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ปี 2557 กว่าจะได้เซ็นสัญญาใช้เวลาปีกว่า ส่วนหนึ่งที่นานเป็นเพราะว่า ST.MARC CAFÉ เองก็ขยายสาขาในประเทศสิงคโปร์ ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

หลังจากที่ได้แบรนด์นี้มา การเลือกรับพนักงาน การสั่งของนำเข้าวัตถุดิบ การเลือกสถานที่ก็ลงมือทำและตัดสินใจด้วยตัวเองระหว่างทางก็มีปัญหามากมายเข้ามาให้คิดในแต่ละวัน แต่เรารู้ว่าเราทำเพื่ออะไร เพราะฉะนั้นเวลามีปัญหาจึงไม่มานั่งกังวลแต่ปัญหา แต่จะโฟกัสไปที่วิธีแก้ไขมากกว่า ”unnamed-3

ชัยทัต กมลวิศิษฎ์ กล่าวต่อไปว่า “ ด้วยความที่ ST.MARC CAFÉ เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงคนไทย / นักท่องเที่ยว ก็รู้จักแบรนด์นี้เป็นอย่างดี การเปิดตัวในช่วงแรกได้รับการต้อนรับที่ดีเลยจากฐานลูกค้าเดิม ด้วยสถานที่ที่เราเปิดตัว คือ CentralWorld และ Central Festival Eastville จากนี้ไปเราก็ต้องทำการบ้านมากขึ้นทั้งเรื่องการขยายสาขาและการบริหารแบรนด์ ”

ความอดทนเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ คุณพ่อเขาเป็นตัวอย่างที่ดี คือสอนให้รู้ว่าทำอะไรต้องมีความเพียร ความอดทนต่ออุปสรรค ซึ่ง ชัยทัต (เคน) ได้ให้ข้อคิดว่า “ ผมเชื่อเรื่องความอนทนนะ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนรุ่นคุณพ่อผมย้ำเสมอ ก่อนที่จะก้าวออกมาทำตรงนี้ด้วย ตัวเองผมอาจจะยังไม่เข้าใจความหมายของคำนี้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อออกมาทำเอง ผมเข้าใจคำนี้เป็นอย่างดี ความอดทน ในที่นี้คือเราต้องเข้าใจก่อนว่าเราอดทนอะไร อดทนไปเพื่ออะไร เป้าหมายเราชัดเจนก่อน มิฉะนั้นเวลามีปัญหาอุปสรรคเข้ามา ความอดทนที่มีตลอด อาจจะหมดลงไปทันที… ผมเห็นหลายคนรุ่นเดียวกับผมมีเป้าหมายชัดเจนมาก ผมชื่นชมพวกเขานะ ผมอยากให้พวกเขายึดมั่นกับเป้าหมายนั้นและอย่าล้มเลิกกลางทาง ขอให้มีความอดทนให้ตลอดจนวันที่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ”unnamed-4

“ ถ้าเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต ผมว่าการมีความสุขเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราต้องอยู่กับความเป็นจริงมองทุกอย่างให้เป็นเรื่องปกติ และเป็นตัวของตัวเองได้ ความสุขในที่นี้คือการมีครอบครัวอบอุ่น ได้ทำงานที่รัก ถึงจะมีอุปสรรคบ้างระหว่างทาง แต่เส้นทางที่เลือกเป็นเส้นทางที่ผมเอนจอยระหว่างเดิน ”800_7324 (2)

จากวันนั้นถึงวันนี้คำสอนของพ่อเป็นทั้งแรงบันดาลใจเป็นกำลังใจและพลังอันยิ่งใหญ่ทำให้เขาสู้และฝ่าฟันกับทุกๆปัญหาที่เข้ามาได้อย่างดียิ่งซึ่งเรื่องนี้ชัยทัตได้กล่าวย้ำว่า “ แรงบันดาลใจของผมคือคุณพ่อประดิษฐ์กมลวิศิษฎ์

..คุณพ่อผมเป็นตัวอย่างที่ดีทั้งในเรื่องงานและความเป็นหัวหน้าครอบครัว ในเรื่องของการทำงานทุกอย่างและเริ่มสร้างบริษัทด้วยตัวเอง ( ปัจจุบัน CEO, BJ JEANS THAILAND ) ในขณะที่บทบาทของความเป็นพ่อ คุณพ่อทำงานหนัก แต่ก็มีเวลาให้ครอบครัวเสมอ สมัยก่อนคุณพ่อไปรับไปส่งผมที่โรงเรียน หรือสมัยที่เรียนต่างประเทศบางทีท่านก็แอบไปเซอร์ไพรส์หา ปัจจุบันผมออกมาทำงานเอง ผมกลับยิ่งใกล้ชิดคุณพ่อมากขึ้น คุณพ่อได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ท่านมี และถ่ายทอดการป้องกันและการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เรียกได้ว่าเป็นครูใหญ่เลยทีเดียว ”

ปัญหาและอุปสรรคจึงเป็นเสมือนเงาตามตัวในการดำเนินธุรกิจ ประสบการณ์และความรู้ มีส่วนช่วยอย่างมากในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และการจะผลักดันให้องค์กรและพนักงานเป็นไปตามทิศทางและเป้าหมายของบริษัทนั้น ชัยทัต กล่าวว่า “ การทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องพยายามสังเกตจุดแข็งและความถนัดของแต่ละคนออกมา และมอบหมายงานที่เหมาะสมให้กับเขา ระหว่างทำงานคนเหล่านั้นก็จะมีความสุขและผลงานก็จะออกมาดี ในขณะเดียวกันการสื่อสารภายในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญ ช่วงแรกที่ก่อตั้งบริษัท ตัวเราเองมีเป้าหมายที่ชัดเจน เรารู้ว่าอยากจะผลักดันให้บริษัทเดินไปในทิศทางไหน แต่พนักงานของเราไม่ทราบหรือทราบแต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วม ดังนั้นอีกสิ่งที่สำคัญมากคือการสื่อสารภายในองค์กรไม่ว่าการสื่อสารแนวบนลงล่าง ล่างขึ้นบน หรือแนวราบก็แล้วแต่ ต้องพยามยามให้ทุกคนเข้าใจในแต่ละย่างก้าวว่าเราทำไปทำไม และเพื่ออะไร ดังนั้นการทำความเข้าใจกับคนรวมถึงสร้างแรงจูงใจเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ ”

และเมื่อเกิดความผิดพลาดหรือวิกฤตในธุรกิจ ชัยทัต (เคน) กมลวิศิษฎ์ มีวิธีการตั้งรับ หรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ “ อย่างแรกคือตั้งสติอย่าเพิ่งพูดหรือรีบตัดสินใจอะไร เพราะถ้าเราทำอย่างนั้นในขณะที่ข้อมูลในมือยังไม่ครบ ปัญหาจะลุกลามมากขึ้นและสุดท้ายมันก็จะวนมาที่ตัวเรา เวลาเกิดปัญหา ผมพยามหาต้นตอของปัญหา ฟังทุกอย่างฟังทุกคน แล้วนำมาเทียบกับความจริงที่เกิดขึ้น ในส่วนของการแก้ปัญหาในแต่ละวิธีแก้ เราต้องพยายามลิสผลของการแก้ในแต่ละทางเลือกข้อดีข้อเสีย ลิสออกมาให้หมดแล้วเลือกทางแก้จุดที่เรารับได้ ”800_7527 2

การเรียนรู้ปัญหาตั้งแต่ต้นถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับธุรกิจเกี่ยวกับปัญหาการเปิดตลาดการค้าเสรีโดยเฉพาะการเปิด AEC นั้นชัยทัต (เคน) ให้ความเห็นว่า “ สำหรับผมตอนนี้โฟกัสที่งานของตัวเองมากที่สุดการเปิด AEC มีทั้งข้อดีและข้อเสียแต่ตัวเราต้องดึงประโยชน์จาการเปิดและพยามลดปัญหาจากข้อเสียหลักๆเลยที่กระทบคือเรื่องของต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและเรื่องการเคลื่อนตัวของแรงงานมีทักษะ ”

ปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นแม้จะแก้ไขได้ยากเย็นและต้องใช้ความอดทนสูงมากขนาดไหนก็ตามมันก็คือบททดสอบที่ดีที่สุดของการทำธุรกิจว่าพร้อมแล้วหรือยังที่จะเดินขึ้นไปยังจุดที่สูงขึ้นอีกระดับหนึ่งโดยชัยทัต (เคน) กมลวิศิษฎ์ได้กล่าวทิ้งท้ายให้แก่ทุกคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจไว้อย่างน่าฟังว่า “ ผมว่าทุกคนมีเป้าหมายอยู่แล้วแต่ถ้าถามว่าสิ่งที่อยากให้แนะนำคืออยากให้มีสติมีความอดทนและมีความรอบคอบขอให้ระลึกไว้เสมอว่าเป้าหมายของเราคืออะไรและอย่าล้มเลิกกลางทาง ”

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here